จากดินสู่ความเชื่ออันยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชน

เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เพื่อนๆ คงนึกถึงพระธรรมคำสั่งสอน  วัดวาอาราม และพระพุทธรูปนะคะ  แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อประกาศพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป  สิ่งนี้คือ  พระพิมพ์ ค่ะ  พระพิมพ์สร้างขึ้นจากดินที่ไม่มีราคาค่างวด แต่ในทางความเชื่อของชาวพุทธอย่างเราๆ มีคุณค่ามหาศาลเชียวค่ะ  ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระพิมพ์กันดีกว่านะคะว่าพระพิมพ์ที่เราเคารพบูชามีที่มาอย่างไร  และสำคัญอย่างไรกับชาวพุทธ


                                                                 พระพิมพ์

          พระพิมพ์  เป็นของที่ทำขึ้นในพระพุทธศาสนาภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วไม่นานนัก  โดยการทำพระพิมพ์ได้แพร่หลายไปยังดินแดนต่างๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจากประเทศอินเดีย และเมื่อพระพุทธศาสนาได้มีการแตกออกไปหลายคติและหลายนิกาย  คติและรูปแบบของพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

 


            กำเนิดพระพิมพ์ 
 
          พระพิมพ์มีมูลเหตุเกิดจากสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า  4  ตำบลในประเทศอินเดีย  ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะนำพุทธบริษัทไปปลงสังเวชเมื่อต้องการระลึกถึงพระองค์  คือ 
1. สถานที่ประสูติ  ป่าลุมพินีในแขวงเมืองกบิลพัสดุ์  (ปัจุบันอยู่ในประเทศเนปาล)
2. สถานที่ตรัสรู้  ใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์ใกล้แม่นำเนรัญชรา  ตำบลพุทธคยา  รัฐพิหาร
3. สถานที่แสดงปฐมเทศนา  ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี (ปัจจุบันคือตำบลสารนาถ)
4.  สถานที่ปรินิพพาน  เมืองกุสินารา  (ปัจจุบันอยู่ในแขวงกาเสีย)

          สังเวชนียสถานทั้ง  4  แห่งนี้  ถือกันว่าเป็นบริโภคเจดีย์  4  แห่งแรกที่ประชาชนไปปลงธรรมสังเวชกันเป็นจำนวนมาก  ทำให้มีการสร้างพระพิมพ์ของสังเวชนียสถานแห่งนั้นๆ เพื่อเป็นที่ระลึกและสักการบูชา  ต่อมาได้มีความนิยมไปไหว้สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหารอีก  4  แห่งเพิ่มขึ้น คือ 
1. สถานที่เสด็จลงจากดาวดึงส์  เมืองสังกัส
2. สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์  เมืองสาวัตถี
3. สถานที่ทรงทรมานช้างนาฬาคีรี  มืองราชคฤห์  
4. สถานที่ทรงทรมานพระยาวานร  เมืองเวสาลี 
          จึงได้มีการทำพระพิมพ์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงบริโภคเจดีย์  4  แห่งหลังอันเป็นสถานที่เนื่องด้วยปาฏิหาริย์เพิ่มขึ้นอีก

 (พระพิมพ์ปางยมกปาฏิหาริย์ ศิลปะทวารวดี จ.นครปฐม)

          การทำพระพิมพ์

          เริ่มจากการปั้นแบบ  แล้วใช้ดินกดให้เป็นแม่พิมพ์  และนำไปเผา  หรืออาจแกะลงบนหินจำพวกหินสบู่ให้เป็นแม่พิมพ์รูปพระตามต้องการ  เมื่อได้แม่พิมพ์แล้วจะใช้ดินเหนียวกดลงในแม่พิมพ์แล้วแกะออก  นำพระพิมพ์ที่ได้ไปผึ่งให้แห้ง  เป็นพระพิมพ์ดินดิบ หรือนำไปเผาไฟเป็นพระพิมพ์ดินเผาตามต้องการ  พระพิมพ์ที่ได้จะมีลักษณะเป็นรูปนูนครึ่งซีก    และบริเวณด้านบน  ด้านข้าง  หรือด้านหลังของพระพิมพ์ จะนิยมจารึกคาถา  เย ธมมาฯ  ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาอีกด้วย
(พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะศรีวิชัย จ.ชุมพร)

                                                  คติการนับถือพระพิมพ์

        พระพิมพ์  ได้รับการนับถือแบบอนุสาวรีย์  การสร้างรูปพระพุทธเจ้าหรือรูปเคารพอื่นๆ ในทางศาสนาถือกันว่าเป็นมูลเหตุแห่งกุศล  แต่คนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถหล่อรูปเคารพด้วยโลหะ  แกะด้วยไม้  หรือสลักด้วยหินได้ จึงพากันสร้างรูปด้วยก้อนดิน  ซึ่งถือเป็นหนทางที่จะได้บุญกุศลอีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยสติปัญญาชั้นสูงหรือทรัพย์สมบัติ  ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการสร้างรูปพระพุทธเจ้าด้วยดินขึ้นเป็นจำนวนมาก  บางครั้งคนหนึ่งสร้างมากถึง  84,000  องค์  (เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์)
          การสร้างพระพิมพ์เป็นจำนวนมากโดยนิยมบรรจุไว้ตามถ้ำหรือสถูปต่างๆ ถือเป็นเครื่องช่วยประกาศพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป  และยังได้รับความนิยมในฐานะเครื่องรางของขลังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

                                                     เอกสารอ้างอิง

          -ยอช  เซเดซ์,ศาสตราจารย์. ตำนานพระพิมพ์.จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพนายจันทร์  จันทร์สฤษดิ์ (เค.เค.จันทร์)  ณ  เมรุวัดธาตุทอง  วันที่  12  ธันวาคม  2508.
           -สุรสวัสดิ์  สุขสวัสดิ์,ม.ล..การศึกษาพระพิมพ์ภาคใต้ของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศิลปากร,2528.