อาจจะเป็นเพราะครูอิงค์ ร่ำเรียนมาในสาขา ภาษาไทย  ต้องคลุกคลีอยู่กับ งานเขียนของกวีที่มีชื่อเสียง ชอบบทกวี  ชอบบทเพลง  ในขณะเดียวกันก็มีควมสนใจเรื่องการเมือง ชื่นชม  ศรัทธา ผู้กล้า "คนดี" ที่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่ แม้จะต้องหาญท้ากับอิทธิพล กับผู้มีอำนาจ ในยุคนั้น  อ่านประวัติ  อ่านผลงานของผู้กล้าเหล่านี้คราใด  รู้สึกอ่อนไหว จนน้ำตาซึม  พร้อมกับคิดว่า ถ้าผู้กล้าเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ เขาจะวางตัวอย่างไรกับสังคมยุคปัจจุบันนี้ "เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ" เป็นบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์  นักคิด นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ที่เขียนบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อแผ่นดินแม่ ในยามที่ต้องพรากถิ่น เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลง ผ่านนักร้องคนแล้วคนเล่า  ที่ยังคงความเป็นอมตะ  และให้ความรู้สึกต่อผู้ฟังไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

เพลง ..      เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ

ผู้ขับร้อง สุรินทร์   อิสมันยี (ริน  คีตาญชลี)



ม่านฟ้ายามค่ำ...

ดั่งม่านสีดำม่านแห่งความร้าวระบม

เปรียบเหมือนดวงใจมืดทึบระทม......

พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา

ต่อสู้กู้ถิ่น   พื่อสิทธิเสรีเพื่อศักดิ์และศรีโสภา

จึงพลัดมาไกลทิ้งไว้โรยรา

จะร้างดั่งป่าอยู่นับปี

เคยสดใสรื่นเริงดั่งนกเริงลม

ถลาลอยชื่นชมอย่างมีเสรี

<p></p> <p>แม้ร้อยวังวิมานที่มี</p>

มิเทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น

</span><p></p></span><p></p><p>ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา</p><p>ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน</p><p>ความหวังเอยไม่เคยไหวหวั่น</p><p>ยึดมั่นว่าจะได้คืนเหมือนศรัทธา</p><p>แว่วเสียงก้องกู่..</p><p>จากขอบฟ้าไกลแว่วดังจากโพ้นนภา</p><p>บ้านเอ๋ยเคยเนากังวานครวญมา</p><p>รอคอยเรียกข้าอยู่ทุกวัน
</p><hr>