รั้วมะขามของคุณยาย


ถนนคอนกรีต ที่ไปยังโรงเรียนของคุณมะเดื่อสายนั้น ตัดผ่านไร่ของคุณยาย

คนหนึ่งที่อายุใกล้ 80 ปี  คุณมะเดื่อจะใช้ถนนสายนี้ไป - กลับ โรงเรียนทุกวัน  

ไร่ของคุณยายจะมี " รั้วต้นมะขาม "  เตี้ย ๆ ปลูกขนานไปกับถนน






รั้วมะขามเตี้ย ๆ นี้ คุณมะเดื่อเห็นมานานนับสิบปีแล้ว  




ยามเย็น  หลังโรงเรียนเลิก คุณมะเดื่อผ่านมาทางนี้ มักจะเห็นคุณยาย มาก้ม ๆ 

เงย ๆ อยู่ที่รั้วมะขาม เพื่อเก็บใบอ่อน ๆ ของมันใส่ในถังพลาสติกของคุณยาย

เสมอ ๆ  






คุณมะเดื่อกับคุณยาย คุ้นเคยกันดี บางครั้งคุณมะเดื่อก็จะแวะทักทายกับ

คุณยาย  คุณยายจะเก็บใบอ่อน ๆ ของมะขามเอาไปขายที่ตลาดสดเทศบาล  

คุณยายจะมีผักพื้่นบ้าน เช่น ผักบุ้ง  ตำลึง ไปวางขายด้วยเสมอ






คุณยายเล่าให้ฟังว่า  คุณยายเก็บมะขามเปรี้ยว ที่เรียกว่า มะขามกระดาน แกะ

เอาเนื้อไปทำอาหาร  แล้วเอาเมล็ดมาปลูกไว้เป็นแนวรั้วนับสิบปีแล้ว  เก็บใบ

อ่อนขายได้ตลอดปี  ยิ่งหน้าฝน ยิ่งมีใบอ่อนแตกมาก  ใบมะขามอ่อนขายดี 

ช่วงนี้ขายกิโลกรัมละ  15  บาท  วันหนึ่ง ๆ ก็เก็บได้ประมาณ กิโลกว่า ๆ 




มะขามต้นแคระแกร็น ไม่โตเพราะถูกเด็ดใบอ่อนตลอด  จึงเก็บใบอ่อนได้ง่าย




รั้วมะขามของคุณยาย  เป็นทั้งรั้ว  เป็นทั้งอาหาร  อีกทั้งยังเป็นรายได้ของ

คุณยาย  ทำให้คุณมะเดื่อนึกไปถึงวันหนึ่งที่ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งไปที่บ้านของ

คุณมะเดื่อ แล้วเปรย ๆ ว่า...............

 " ทางอำเภอ มีนโยบายให้ทุกหมู่บ้านจัดทำโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอ

เพียง ไม่รู้จะทำอะไรดี....ว่าจะให้ชาวบ้านปลูกผักกันทุกครัวเรือนดีไหม " 

......สิ่งหนึ่งที่คิดว่ายังไม่กระจ่างสำหรับชาวบ้านก็คือ..." การทำความเข้าใจ 

เข้าถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"  ของพ่อหลวง  ทั้ง ๆ ที่หลักปรัชญานี้

น่าที่จะเป็นหลักพื้นฐานในชีวิตของคนไทย จนกลายเป็นวิถีชีวิตของคน

ไทยทุก ๆ คน.........โดยเฉพาะผู้นำของชุมชน.......




แต่ถ้าหากจะถามคุณยายเจ้าของรั้วมะขามว่าเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

หรือไม่  ....  ท่านก็คงจะไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบด้วยซ้ำ  แต่...หากถามท่าน

เกี่ยวกับรั้วมะขามนี้  ท่านคงคุยให้เราฟังได้ทั้งวันด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

ว่า ท่านได้อะไรจากรั้วมะขามของท่านนี้บ้าง...


..........................................................................