ช่วงปิดเทอมมีเวลาดูแลร่างกาย  ด้วยการไปตรวจร่างกายที่ "สมาคมแพทย์แผน

ไทยช่องเขา ทุ่งสง" ได้ภาวะเสี่ยงมาหลายโรค ทั้งเบาหวาน  ความดัน  และเก๊าท์ 

ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะรู้มาตลอดว่า  กรรมพันธุ์ทางพ่อ คือเก๊าท์ 

โรคเก๊าท์ gout  ส่วนกรรมพันธุ์ทางแม่คือเบาหวาน คุณหมอจึงสั่งให้ลดการกิน 

ผักใบหนา เช่นผักคะน้า  ยอดผักทั้งหลายทั้งปวง  รวมถึงเนื้อไก่ก็เป็นของต้องห้าม 

ทั้งนี้คุณหมอยังได้อธิบายให้ฟังถึงผักพื้นเมืองต่าง ๆ "ผักกาดนกเขา" ดูเหมือนจะ

เป็นพระเอกในวันนั้น เพราะคุณหมอบอกว่า....."ผักกาดนกเขา...เป็นทั้งคุณและ

เป็นทั้งโทษ" ....


คุณอนันต์

นอกจากความเป็น “ผักเหนาะ” ซึ่งเป็นตัวประกอบบนโต๊ะกินข้าว ผักกาดนกเขา ยังมี

ประโยชน์ทางยาอีกด้วยใบคั้นเอาน้ำแก้คออักเสบ แก้เจ็บคอ ทั้งต้น แก้ไฟลามทุ่ง 

ฟอกเนื้องอกที่เต้านม แก้ปวดบวม เหง้า แก้บิด ห้ามเลือด แก้มดลูกอักเสบ ชงกับชา

ดื่มหลังคลอด ขับประจำเดือน


โทษมหันต์ (ตามคำบอกเล่าของแพทย์แผนไทย)

ผักกาดนกเขา เป็นผักที่มีความทนทานต่อความแห้งแล้ว  และมีคุณสมบัติพิเศษใน

การดูดซับเอาพิษจาก "ยาฆาแมลง"  และ "ยาฆ่าหญ้า"   คุณหมอบอกว่าถ้ามีสวนผัก 

ให้ลองไปสังเกตดูว่า ผักกาดนกเขาจะขึ้นเองตามธรรมชาติ  มักอยู่ขอบ ๆ แปลง

ผัก หรือ ระหว่างแปลงผัก  เวลาเจ้าของผัก "ฉีดยาฆ่าหญ้า" หญ้าจะตายแต่

ผักกาดนกเขาไม่ตาย  และสามารถดูดซับเอาสารพิษไปสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ 

ของลำต้น


วันนั้น...เมื่อเดินทางกลับถึงสวนสุขกมล  ครูอิงก็ลองเด็นสำรวจในสวน  เจอผักกาด

นกเขาขึ้นอยู่ระหว่างแปลงผักบ้าง  อยู่ในดงหญ้าบ้าง  น่าแปลกที่ วัชพืชอื่น ๆ ตาย

หมด แต่ผักกาดนกเขากลับชูช่ออวดลำต้นสีเขียวอย่างทรนง

บทเรียนครั้งนี้ ทำให้ครูอิงเกิดความคิดว่า "ผัก มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายก็จริง 

แต่เราจะต้องรู้จักเลือกกิน  แลควรศึกษาข้อมูลทั้งสองด้าน ไม่ควรศึกษาเฉพาะ

ส่วนที่เป็นคุณอย่างเดียว แต่ควรศึกษาด้วยว่า  มีโทษหรือไม่อย่างไร

ทางเลือกที่ดี  "ควรปลูกผักกาดนกเขาไว้กินเอง" จะดีกว่า  เพราะผักกาดนกเขา

ปลูกง่าย  ปลูกในกระถางก็ได้  เพราะครูอิงเคยเห็น "ผักกาดนกเขา" ที่ขึ้นอยู่ใน

กระถางต้นไม้อื่นอยู่ประจำ