เมื่อวานนี้ชลัญอยู่เวรที่แผนกผู้ป่วยนอก  ในวันหยุดนี่จะมีพยาบาลเวร ๒ แพทย์ ๑  ผู้ช่วยพยาบาล ๑  เวรเปล ๑  ผู้ป่วยไม่มากเท่าไหร่  พอมีเวลาได้เสวนากับคนไข้ไปเรื่อย  โดยนิสัยของชลัญเป็นคนขี้สงสัย เจออะไรแปลกๆ มักต้อง ขุดคุ้ยหาประเด็นไปเรื่อย อย่างวันนี้เหมือนกัน  มีผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นชาย อายุ  ๗๔ ปี  มารักษาด้วยเรื่อง แผลที่เท้า  ตอนซักประวัตินั้นชลัญยังไม่ได้ก้มลงดูแผล  ก็ไม่รู้สึกอะไร  เฉยๆ  ก็ซักประวัติไปเรื่อย พบว่า  คุณลุงท่านนี้ ท่านไปสวน แล้วไปถูกลวดหนามเกี่ยวบริเวณขาเพียงเล็กน้อย  ก็มีแผลแดงๆ  ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าประเดี๋ยวคงหาย  อ้าว๔  วันแล้ว อาการไม่ทุเลา  จึงไปที่สถานีอนามัย  สถานีอนามัยก็จ่ายยาล้างแผลให้แล้วแนะนำให้ลุงมา รพ.ดีกว่า  เพราะจากแผลเล็กๆ ตอนนี้กลับบวมแดงทั้งขา แต่ลุงก็ยังชะล่าใจ ขออีกวันน่ามีภาระกิจสำคัญต้องทำ 

  มาถึงตรงนี้ชลัญก็ชักสงสัยว่า  เอ๊ะแผลขนาดไหน  อนามัยถึงได้ส่งเข้ามารพ.  พอก้มดูแผลเท่านั้นล่ะ     

 อ๊าย ....ลุงทนได้ไง  มันต้องมาตั้งแต่ ๒ วันทีแล้ว ติดเชื้อเข้ากระแสเลือดล่ะยุ่งแน่  แล้วนี่ภารกิจสำคัญลุงคืออะไร  ?  น้องพยาบาลอีกคนที่นั่งอยู่หันมา  อ้าว? ลุงที่มาเมื่อวานนี้นี่ หมอจะให้นอน รพ. กล่อมกันแทบตาย  ยังไงก็ไม่นอน จนต้องเซ็นซื่อไม่ยินยอมรักษามาถึงตรงนี้ชลัญเริ่มงง ? ถามยังไงกันแน่  ญาติที่มาด้วยกับลุงเป็นลูกสาว จึงเล่าให้ฟังว่า 

  ลุงแกมีอาชีพเป็นสัปเหร่อ  เมื่อ ๒ วันก่อนนี่มีคนตายในหมู่บ้านประสบอุบัติเหตุ ตาย  เมื่อวานนี้เป็นวันเผาศพ  ลุงแกต้องอยู่จัดการให้เรียบร้อย  แต่ไปเจอหมออนามัยไปงานเจอว่าแกไม่ยอมมาโรงพยาบาล  หมออนามัยจึงไล่ให้แกมาบอกว่าที่ รพ.มียาดีไปเอายามากินก่อนยังไงก็มาเตรียมเผาศพทัน  แกก็เลยยอมมา  พอมาถึงหมอจะให้นอน รพ.ซะงั้น  ด้วยหน้าที่ ที่แกรับผิดชอบ ในแถบนั้นมีพ่อเป็นสัปเหร่อเพียงคนเดียว แกก็เลยไม่ยอมนอน รพ.น่ะหมอ  ขอกลับไปจัดการศพให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นไม่มีใครกล้าเพราะเป็นศพตายโหง (ตายด้วยอุบติเหตุ  หรือ ฆ่าตัวตาย ชาวบ้านมักเข้าใจว่าวิญญาณเฮี้ยน  ไม่มีใครกล้าเผาศพ)

  เมื่อเล่าถึงตรงนี้  น้องพยาบาล รีบพูดเสริมขึ้นทันที  ห่วงศพ  แล้ว ไม่ห่วงตัวเองหรือไงลุง  อย่างนี้มีหวังจะเป็นศพต่อไปแน่

 ชลัญชักเคืองที่น้องพูด  เรารู้สึกห่วงเขาก็จริงอยู่  แต่บางครั้งก็ต้องเข้าใจบริบทของเขาด้วยเหมือนกัน

  ชลัญจึงเสริมว่า  จริงๆ  ลุงนี่น่าเคารพมากเลยทีเดียว  เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงในหน้าที่ของตน  น่าเอาเยี่ยงอย่างมากมายนัก  อย่าเห็นเป็นเรื่องเล่นไป เราเองซิต้องเข้าใจในบทบาทนี้และต้องให้ความช่วยเหลือให้ถึงที่สุด  หากเป็นชลัญอยู่เวรเมื่อวานนี้  ชลัญจะไม่ให้คนไข้ เซ็นไม่ยินยอมรักษา แต่จะให้ยาฆ่าเชื้อตัวที่ดีที่สุดที่เรามี ให้กินก่อน  แล้วให้กลับไปทำภารกิจให้เรียนร้อย ไม่น่าเกิน ๔ ชั่วโมง  จากนั้นค่อยกลับมานอน รพ.  ก็ยังปลอดภัยกว่ามาก  ชลัญสอนน้องพยาบาลอย่างนั้น  น้องกล่าวขอบคุณ เพราะคิดไม่ทัน  ห่วงลุงมากไป  แต่แล้วการแก้ปัญหาก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น  แต่ก็ยังดีที่คุณหมอให้ยาฆ่าเชื้อกลับไปกิน  คงพอได้ช่วยทุเลา ก่อนที่จะติดเชื้อเข้ากระแสเลือด 

  เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ให้ข้อคิด  ใน หลายด้านคือ

๑.   การจัดการปัญหาให้เหมาะตสมนั้นจะทำให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย  ไมมีใครได้ไม่มีใครเสีย  ทุกคนมีส่วนเกื้อกูลกันหมด

๒.  การรักและเคารพในงานของตน แม้มีอาชีพเพียงสัปเหร่อ  นั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องนัก  ควรดูเป็นเยี่ยงอย่าง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กไม่สำคัญ

๓.  บางสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่สำคัญของเรา  แต่อาจสำคัญมากสำหรับคนอื่น  พึงเข้าใจ และให้เกียรติในผู้อื่น อย่าพึงเอาความคิดของเราเป็นใหญ่  ไม่มีใครถูกใครผิด  อยู่ที่คำตอบนั้นเป็นคำตอบของใครต่างหาก

๔.  การจัดการปัญหา นั้น อย่ามองการแก้ไขเพียงมุมมองของเรา  ควรมองให้ครบมุม มองให้กว้างแล้ว เราจะเห็นมิติ ในการจัดการปัญหาที่บางครั้งเราอาจไม่เสียความรุ้สึกเปล่าเลย

ขอบคุณ สัปเหร่อที่เคารพ ที่ทำให้ชลัญได้มุมมองชีวิตที่กว้างขึ้น  ความรับผิดชอบในหน้าที่มีความสำคัญยิ่งเพราะหน้าที่ๆเราทำนั้นมีผลต่ออีกหลายคนที่รอรับผลงานของเรา อยู่ 

ชลัญธร

ปล.ลุงอนุญาตให้เผยแพร่รูปได้  อยากหาคนสืบต่ออาชีพสัปเหร่อ ไม่มีใครเรียนต่อจากลุงเลยนี่