วิถีแห่งความเป็นนักปราชญ์...ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

               สวนโมกข์ที่เคยมาหลายครั้ง...รุ่งเช้าวันหนึ่งในปี 2529  ผมลงจากรถไฟที่สถานีไชยา...แล้วต่อรถรับจ้างไปหน้าวัด...คือสวนโมกข์...ช่วงที่เดินเข้าไป...เพื่อนคนที่ชื่อไมตรีชวนผมให้ไปดูสิ่งหนึ่ง...

                  แล้วเขานำหน้าผมไปท่ามกลางความมืดของสถานที่เพราะมีแสงไฟอยู่ในระยะห่าง ๆ  เรามุ่งไปทางกุฎีสองชั้น...ที่มีแสงไฟลอดออกมา...ขณะนั้นเป็นเวลาตีห้ากว่า ๆ ไมตรีไปหยุดยืนส่องดูตรงหน้าต่างชั้นที่หนึ่งนั้น...

                       ผมตามไปดูให้รู้แน่ว่าอะไร...ทำไมเพื่อนคนนี้จึงอยากให้ผมดูนัก...ป๊อก ๆ แป๊ก ๆ...ดังไม่ขาดสาย...ก่อนที่ผมจะเห็นท่านนักปราชญ์...นาม...พุทธทาสภิกขุ...ท่านนั่งพิมพ์งานด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเก่า ๆเพียงลำพัง...

                          ท่ามกลางหนังสือที่กอง ๆสูงท่วมหัวคนเดิน...มีช่องทางสำหรับท่านเดินเท่านั้น...กองหนังสือดังกล่าว...เรียงตั้งสูงไว้...ทั่วห้องเลยครับ...ผมยกมือไหว้ท่านพระอาจารย์พุทธทาสภิกขุ...ท่ามกลางความมืดนั้นเอง...

                             การทำงานคือการปฏิบัติธรรมอยู่ที่ไหนเราก็สามารถปฏิบัติธรรมได้...ไม่จำเป็นต้องเข้าวัด...เพราะวัดก็คือร่างกายเรานั้นเอง

                     การดูแลสภาพจิตใจให้เป็นปกติ...อยู่ด้วยสมาธิ...ปัญญา...รู้เท่าเพื่อเอาไว้กัน...รู้ทันเพื่อเอาไว้แก้ไข...ปัญหาทุกอย่างคงจางหายไปในทางที่ดีได้...ครับ...

                   ช่วงเรากินข้าวจานแมว...นอนเล้าหมู...อาบน้ำแร่ในคู...ดูยุงตีกันดังเหมือนเสียงเพลง...อบรมบ่มจิตใจด้วยธรรมชาติจริง ๆครับ

                     และช่วง 09.00 เศษ    ลานหินโค้ง  เรานั่งเรียงเป็นแถวบนดินทราย...มองด้านบนเห็นฟ้ากว้างร่มไม้คือหลังคา...เมื่อมองตามทางเห็นสมภารมาก่อน...มาดูโน้นดูนี้...แล้วหาที่หมอบอยู่ใกล้ ๆที่นั่งของท่านพระอาจารย์พุทธทาสภิกขุ...

                       คือมีคนมาวัดแล้วขอหวยท่านเลยตั้งสุนัขเป็นสมภารวัดแล้วให้คนขอหวยกับสมภารวัดนั้นเอง 

                       แล้วท่านก็เดินถือไม้เท้ามาบรรยายตรงนั้น…ผมได้ดื่มด่ำทั้งธรรมะและธรรมชาติในคราเดียวกัน…นึกถึงเรื่องนี้ทีไรสุขใจทุกทีจึงขอบันทึกเพื่อบูชาพระคุณของอาจารย์…ครับ..