วันที่ ๑๖-๒๑ กันยายน ๒๕๔๙

เมื่อลงรถไฟที่สถานี Nantes  มองหาว่าต้องออกไปทางไหน เดาภาษาเอาว่า Sortie คงแปลว่าทางออกหรือ exit ก็เดินไปตามนั้น เราต้องขึ้นรถรางไปที่โรงแรมที่จองไว้ ถามเจ้าหน้าที่ที่ Information ก็คุยกันยาก เพราะเขาไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่พอรู้ว่าต้องขึ้นรถรางไปทางซ้าย เราใช้เวลาดูแผนที่กันนานมาก ปล่อยให้รถรางผ่านไปหลายขบวน

ซื้อตั๋วรถรางก็ยากอีก เพราะตู้ขายตั๋วต้องใช้เงินเหรียญ แต่เรามีไม่พอ มีแต่พวกแบงค์ ต้องไปหาซื้อของเพื่อให้ได้เหรียญมาหยอดตู้ (ไม่มีที่ขายที่จะทอนเงินได้) ขึ้นรถราง ๒ ต่อแล้วเดินย้อนอีกหน่อยก็ถึงโรงแรม ความจริงระยะทางไม่ไกล แต่เพราะเรามีกระเป๋าลากคนละใบเลยเดินไม่สะดวก ในวันต่อๆ มาเราใช้วิธีเดินมากกว่าจะขึ้นรถราง

 

รถรางที่ Nantes

โรงแรมที่พักระดับ ๒ ดาว ห้องพักเล็กๆ แต่ก็สะอาดและมีของจำเป็นครบ มื้อเย็นวันแรกได้ข้าวเหนียว หมูแดง หมูกรอบที่คุณอ๊อดคนขับรถตู้ให้มาจาก Paris พร้อมน้ำปลาและพริกป่นที่ได้จากบนเครื่องบิน นึกขอบคุณจริงๆ

เมือง Nantes เป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบ ช่วงเช้าและเย็นมีคนเยอะตามสถานีรถราง รถราตามถนนมีไม่มากและมักเป็นรถคันเล็กๆ เราเลือกสถานที่เที่ยวจากแผ่นพับที่หาได้ ส่วนใหญ่เดินดูอาคารเก่าๆ และโบสถ์ที่สวยงาม พิพิธภัณฑ์ที่ได้เข้าไปดูไม่ได้เห็นรายละเอียดอะไรมากนัก (ไม่แน่ใจว่าเป็นวันที่เขาปิดหรือเปล่า ไปใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง)

 

มุมหนึ่งของ Nantes

เราได้ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เช่น
- สถานที่จัด Convention – Cite des Congres มีอยู่ในโปสการ์ดเมือง Nantes ด้วย
- Castle ของ Dukes of Brittany ดูได้แต่ภายนอกเพราะกำลังปิดซ่อมแซม ปราสาทนี้มองเห็นจากหน้าต่างโรงแรมที่พักด้วย
- โบสถ์ Cathédrale Saint Pierre Saint Paul
- โบสถ์ Eglise St Nicolas
- ร้านอาหาร La Cigale ที่สวยงามมาก

 

 

บนโต๊ะที่ร้าน La Cigale มีลวดลายสวยงาม

ภายในร้าน La Cigale


- Theatre of Nantes ที่สร้างตั้งแต่ปี ๑๗๗๗ ได้ดูแต่ภายนอกเช่นกัน
- Museum d Historie Naturelle ได้ดูไม่มาก เอกสารก็เป็นภาษาฝรั่งเศสอ่านไม่รู้เรื่อง
- Dobree Museum ได้ดูแต่ภายนอกและบริเวณรอบๆ
- Passage Pommeraye เป็นช่องทางเดินที่ ๒ ข้างทางเป็นร้านค้า เคยเป็นฉากถ่ายหนัง ของจริงดูไม่ค่อยหรูหราเท่าที่เห็นในโปสการ์ดหรือในหนัง

 

ส่วนหนึ่งของ Passage Pommeraye


- น้ำพุที่มีชื่อก็ปิดซ่อม
- เครนขนาดใหญ่ที่เคยใช้ในการต่อเรือ ดูก็ไม่เห็นมีอะไร แต่เขาแนะนำเป็นที่ท่องเที่ยว

 

มอง crane ขนาดใหญ่จากอีกฝั่ง

สถานที่ท่องเที่ยวของเขาส่วนใหญ่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีมาตั้งแต่อดีตกาลยาวนาน น่าทึ่งความสามารถของคนสมัยก่อนมาก

เรื่องการสื่อสารมีปัญหา แม้แต่เวลาไปซื้อของก็หาคนพูดอังกฤษได้ยาก ไปนั่งดื่มกาแฟแล้วจะสั่งมันฝรั่งทอดที่เราเรียก French fries เขาไม่เข้าใจ ต้องไปหาคนรู้ภาษาอังกฤษมาช่วย ที่นั่นเขาเรียกว่า chips สั่งไข่ดาวต้องใช้ภาษาใบ้ประกอบและได้เป็นไข่กระทะ แต่ผู้คนก็มีอัธยาศัยไมตรีและดูเป็นมิตรดี

อ่านจากแผ่นพับเข้าใจว่าสมัยก่อนเมืองนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำตาล เขามีของที่แนะนำเป็นประเภททอฟฟี่หลากสีสันรสผลไม้ต่างๆ Berlingots (แข็งๆ ทั้งก้อน) และ Rigolettes (เปลือกแข็ง ข้างในนิ่ม) รสชาดจะเป็นอย่างไรนั้นคอยถามน้องๆ ที่ สคส.นะคะ

 

หน้าตาเหมือนไข่กะทะ

เจอคนแถบเอเชียน้อย แต่เย็นวันหนึ่งไปรับประทานอาหารญี่ปุ่น เจ้าของร้านพูดไทย ปรากฏว่าเป็นคนลาวแต่มาพบรักและแต่งงานกับสาวไทยตอนที่มาเรียนต่อ เลยปักหลักอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาทำร้านอาหารแบบฉลาดคือไม่มีเมนูหลายอย่าง ขายแต่พวกปลาดิบและของย่าง ซึ่งทำไม่ยาก แต่มีราคาแพงพอสมควร

สิ่งที่ประทับใจ (เขียนตามที่เห็นและตีความเอาเอง)
- ระบบรถราง ที่ได้รับการวางระบบทั้งเมือง ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย ขนคนได้ครั้งละเยอะๆ ไมมีปัญหารถติด


- การบริการที่ใช้คนน้อยและมีขั้นตอนน้อย ตัวอย่างที่ไปร้านกาแฟ เมื่อพนักงานรับ order แล้ว ตอนเอาของที่สั่งมาเสริฟ เขามาพร้อมบิลและทอนเงินให้เราเลย (พนักงานมีเงินสำหรับทอนถือติดตัวอยู่แล้ว) ร้านอาหารตามสั่งจะยังไม่ให้บิลจนกว่าเราจะให้คิดเงิน แต่เขาก็ทอนเงินเราได้ทันที ไม่ต้องเดินกลับไปกลับมาหลายรอบ ร้าน supermarket คิดเงินแล้วเราต้องเอาของใส่ถุงเอง ไม่มีพนักงานทำให้


- การหยุดรถให้คนข้ามถนนตรงทางข้าม พอเราเดินมาถึงทางข้าม ยังไม่ทันจะก้าวเท้าลงไปเขาก็หยุดให้แล้ว ต่างจากที่บ้านเรามาก


- การประหยัดพลังงาน ผู้คนใช้รถยนต์คันเล็กๆ อาคารสถานที่ โรงแรมที่พักมีช่วงเวลาที่กำหนดให้ปิดระบบแอร์-ฮีทเตอร์ทั้งหมด (ปิดทั้งวันทั้งคืน ๒๔ ชม.) เขาบอกว่าอากาศไม่ร้อนไม่หนาว ให้เปิดหน้าต่างเอา ทีแรกเรานึกว่าแอร์เสียเพราะวันแรกๆ ยังใช้ได้ ต้องโทรถามพนักงานอยู่หลายรอบ ห้างร้านต่างๆ ปิดกันเร็ว อย่างช้าก็ประมาณ ๑๙ น.ถ้าห้างร้านที่บ้านเราปิดกันเร็วหน่อยก็น่าจะประหยัดพลังงานได้เยอะ

สิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจ : ผู้คนสูบบุหรี่กันมากโดยเฉพาะหนุ่มสาว ไม่เว้นแม้แต่ในที่สาธารณะ ในขณะจูงหรือเข็นรถลูกเล็กก็ยังสูบ บริเวณป้ายรถรางจะมีก้นบุหรี่เกลื่อนไปหมด พร้อมน้ำลาย เสมหะ อุจจาระน้องหมาตามถนนก็มีเยอะ บาทวิถีจึงดูไม่สะอาด คนตะโกนด่ากัน (ฟังไม่ออกแต่คิดว่าด่า) เช่น ไม่ข้ามถนนตามไฟสัญญาณ คนขับรถก็จะตะโกนด่า เกือบจะเจอคนชกต่อยกันให้เห็น

วัลลา ตันตโยทัย