ผ่านปีเก่าเคลื่อนเข้าปีใหม่ไทยอีกปีแล้ว  ยังไม่เปียกในวันสงกรานต์วันแรก

วันทำงานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาว  ๑๑  เมษายน  ๒๕๕๖  ก็ทำคนไข้จนไม่ได้ไปร่วมพิธีรดน้ำ

วันนี้  ๑๓  เมษายน  ยังไม่ได้ออกจากบ้าน ..... ยังไม่ถึงเวลาเปียก


สังขารล่อง  แม้แต่หลานเล็กสุดสองคนยังบอกว่า  พี่อิงค์ไม่อยู่ (ไป Summer นิวซีแลนด์) 

พี่แก่ ๆ เขาไม่เล่นน้ำกันหรอก


หลานสองคนตัดช่องน้อยไปเล่นกับเพื่อนโรงเรียนของพี่ป๋อม  แถวหนองประจักษ์  อุดรธานี

พี่แก่ ๆ จึงต้องเป็นเพื่อนอา  ช่วยป้าช่วยน้าห่อข้าวต้มมัด

 



ปีที่แล้วพี่สาวทำบุญบ้านในช่วงวันหยุดสงกรานต์  ร่วมแรงกายใจจากทั้งครอบครัวพี่น้องและเพื่อนบ้าน

วันสุกดิบห่อทั้งข้าวต้มมัด  ขนมเทียน  และทำแกงบวดฟักทอง


ปีนี้ห่อข้าวต้มมัดอย่างเดียว  เตรียมนำไปทำบุญที่วัด

ส่งผลบุญรำลึกถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย  บรรพบุรุษ  เจ้ากรรมนายเวรผู้ล่วงลับ


เมื่อวานลมเย็นทั้งวัน  แต่แดดดีมาก  ตากใบตองจนนิ่ม  ไม่กรอบแล้ว

เช็ดสะอาด  ใช้กรรไกรเจียนหัวท้ายให้มน


 


วันนี้มีสูตรเด็ดเพิ่มเติม 

เดิมถ่ายทอดจากแม่ถึงพี่สาวคนโตคนรอง  มีแค่ข้าวเหนียว  ถั่วดำ  เกลือเล็กน้อย  และกล้วยน้ำว้า

ปีนี้พี่ได้ข้าวเหนียวลืมผัวมาจาก อ.ปาย  แม่ฮ่องสอน  จึงได้ทดลองผสมกันเป็นข้าวเหนียวสีดำผสมขาว

หวังว่ารสชาติจะอร่อย  ไม่ห่างฝีมือแม่เกินไป


หลานรักทั้งสองตั้งอกตั้งใจ  แต่คนหนึ่งบ่นบ้างเล็กน้อย  เมื่อไหร่จะเสร็จ

โถ ๆ กล้วยน้ำว้าแค่เครือเดียวเอง  ปอกแล้วแบ่งครึ่ง  ๑  ลูก  เป็นสองส่วน

กล้วยครึ่งลูกต่อการห่อข้าวต้ม  ๑  กลีบ

ใช้ใบตองสองชั้น  สลับด้านปลายใบและด้านที่ติดกับก้านใบตอง

ความแข็งและอ่อนคู่กันเพิ่มความแข็งแรงไม่ให้น้ำเข้าระหว่างต้ม


 






ป้าจิ๋วยังคงให้กำลังใจต่อเนื่อง  สวยแล้ว ๆ  ห่ออย่างไรก็สวย

อิ อิ  ก็คุณลุงเป็นคนมัดตอก  เอาตอกแช่น้ำก่อนพอนิ่ม 

ประกบเข้ากันมัดด้วยตอก  หมุนแน่น ๆ  บีบข้าวให้ใบตองนูน  จัดกลีบให้สวย

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้เอง


หลานสาวหมดหน้าที่  ออกไปในเมือง  เตรียมข้าวของ  ผ้าเช็ดตัว  เสื้อผ้าใหม่  เป็นของไหว้ผู้ใหญ่พรุ่งนี้ 

กลับจากวัด  ลูกหลานจะตระเวนไปกราบขอพรจากคุณตา  คุณยายต้นตระกูลบรรพบุรุษ

ที่ยังเป็นหลักชัยให้ลูกหลานเหลนเคารพนับถือ


คุณลุงตุ๊ก  คุณลุงแดงลูกเสือสองท่อนก่อไฟต้มข้าวต้มสองปี๊บ  ตามคำสั่งลูกเสือสามท่อนคุณลุงพจน์

ปิดทับด้านบนด้วยเศษใบตอง  ไม่อัดโค่นข้าวต้มแน่นเกินไป  ปล่อยให้มีช่องว่างของน้ำพอสมควร

ลูกเสือนอนบ้าง  นั่งบ้าง  เติมฟืนเป็นระยะ  เปลี่ยนน้ำสองครั้ง

กลิ่นหอมบ่งบอกว่าใกล้สำเร็จ  ราวสองชั่วโมงนำออกมาทดสอบชิม

สุกพอดี  อร่อยมาก  ฝีมือไม่ตกจากมาตรฐานของแม่

ไม่ขายหน้า.....ว่างั้นเถอะ


 


พร้อมแล้วเตรียมไปวัดพรุ่งนี้

ไปทำบุญด้วยกันนะคะ

และหวังว่าจะเปียก

^_,^