ไก่บ้านเราจะกินผักเศษอาหาร สังเกตมันจึงมักไม่เป็นโรค แต่ไก่ฟาร์มเนื้อเยอะจะต้องใช้ยาเยอะ เรากินมันก็เหมือนเรากินยาไปด้วย

          

         วันนี้ผมเขียนย้อนหลัง แต่อาหารที่ทุกท่านเห็นแม่ผมได้ทำให้ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2556 เป็นวันที่ผมเดินทางกลับเข้ามา กทม. พอดี(ช่วงเย็น) ข้อดีการเดินทางช่วงนี้ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างทะยอยออกจาก กรุงเทพฯ แต่ผมทำตัวเหมือนปลาที่ทวนกระแสมากรุงเทพช่วงนี้  ผมนั่งรถทัวร์บริษัทหนึ่ง....ที่ปกติไม่เคยจะมีที่ว่างคือเต็มตลอด  แต่มาครั้งนี้ผมต้องบอกว่าผิดคลาดที่นั่งว่างมาก และ กรุงเทพเองรถไม่ติด  ผู้คนที่มากมายปรากฏการณ์คือ รถวิ่งก็พอมีแต่ว่าน้อยมาก............แต่ผมก็อดใจหายไม่ได้ที่วันนี้ผมอีก 1 วันกับอีก 1 ที่ วันนี้ไม่มีครอบครัวของผมแล้ว ปกติเวลานี้ประโยคคุ้นๆ "มาบ่าน้องกินข้าวแลง"  และผมเองจะรีบวิ่งเข้าวงข้าวทุกครั้งและด้วยอาการที่เดาตลอดเวลาว่าวันนี้จะเป็นอะไร...

           ผมเล่ามาพอประมาณแล้ว ผมกำลังนึกถึงและคิดถึงอาหารของแม่ที่ทำให้ผมกิน 2 อย่าง แม่บอกว่าน้องมักห่อนึ่งไก่ และแกงส้มดอกผักปั๋งใส่จิ้นหมู แม่เองก็เตรียมอย่างเต็มที่แม้จะใช้เวลาการทำนานมากอย่างห่อนึ่งไก่ ซึ่งสารพัดจะเครื่องปรุงและวิธีการ ผมก็บอกแม่ไปมันเหนื่อยไม่ต้องทำดีกว่า แกตอบผมง่ายๆ "ตั๋วกลับกรุงเทพแม่จะยะกิ๋นรำๆหื้อตั๋วกิน"  ผมอยากจะบอกว่าเล่นเอาความรู้สึกนี้หัวใจเต้นตึกๆ เพราะไม่อยากกลับ กรุงเทพเลยครับ  นี่คือความรู้สึกจากใจของผม  ผมคงนำทุกท่านที่อ่านออกนอกเรื่องมาเยอะแล้ว  ผมขอนำเสนอทิปอาหารฝีมือแม่ผม 2 เมนู ในทิปนี้ครับ 

เมนูที่ 1 แกงดอกผักปั๋งใส่จิ้นส้มหมู 

ขั้นตอนที่ 1  เริ่มตั้งแต่คัดต้นผักปั๋งที่เริ่มมีดอกและยอดกำลังอ้วนพร้อมทั้งกำลังอวบๆนะครับ  จะบอกทุกท่านว่าผักปั๋ง (คนไทยเรียกว่าผักปลัง) เป็นผักที่ปลูกง่ายเอามาทำหลายอย่าง ทั้งแกง ทั้งเอามานึ่งกับน้ำพริกปู  น้ำพริกบ่าเขือส้ม(มะเขือเทศ) หรืออื่นๆอีกมากมาย ผมเห็นคนไทย (คน กทม. เอามาทำ) ผัดใส่น้ำมันหอย ผมเองก็ยังไม่เคยกินครับ 



ขั้นตอนที่ 2 นำดอกผักปั๋งมาสะเด็ดน้ำมาล้างน้ำและเอาเมล็ดที่เป็นเมล็ดแก่ๆออกเพราะมันจะเป็นสี แถมไม่พอมันจะแข็งๆ ไม่มีรสชาดของความอร่อย กัดไปจะกึกๆ  และพร้อมกับเอาจิ้นส้มหมู (แหนมหมูมายีละเอียด) เพื่อใส่ในแกง







ขั้นตอนที่ 3 ตำน้ำพริกแกงผักปั๋งใส่ทั้งปลาร้า มะเขือส้ม (มะเขือเทศ) พริกหนุ่ม ความชำนาญน้ำค่อนหม้อจะต้องใส่เท่าไหร่การกะล้วนๆ แม่ผมทำทีไรจะออกมาพอดี คงเพราะแม่มีความเคยชิน 





ขั้นตอนที่ 4 เอาน้ำพริกลงหม้อ เอาดอกผักปั๋งลงไป คนพอสุกและใส่จิ้นส้มหมู  จากนั้นปิดเตาครับ บีบมะนาวใส่เล็กน้อย จะส้มจ่อมล่อม (เปรี้ยวกำลังพอดี)  การแกงลักษณะนี้คล้ายกับการแกงตูน แตกต่างที่แกงตูนมันมีขมิ้น (และแกงใล่ปลาเล็กปลาน้อย และก็ปลาหลิม หรือปลาช่อนเป็นต้น)








เกร็ดความคิด : แม่เล่าให้ผมฟังคนเหนือ จะไม่กินสัตว์ใหญ่เยอะมาก เพราะวัว ควายเอาไว้ไถนา และมาทางเชื้อสายไทยใหญ่ เราจะเน้นการกินหมู การกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์ใหญ่ครับ 


เมนูที่ 2 ห่อนึ่งไก่ 

ขั้นตอนที่  1 เริ่มตั้งแต่เตรียมเครื่องแค ประกอบด้วยผักเผ็ด  หอมป้อมเป้อ (ผักชีฝรั่ง) ถั่วฝักยาว  ดอกแค พริกขี้หนู (ทางเหนือจะปลูกเอง บางชนิดเม็ดป้อมๆและเผ็ดมากจะเรียกพริกแด้ขมุ)  และใบพญายอ ผักอีกสารพัดใส่ลงไป ไก่ตัดพอดีชิ้นไม่ใหญ่มาก 







ขั้นตอนที่ 2 คั่วข้าวคั่วให้เหลืองและนำมาตำให้ละเอียดเพื่อเป็นเครื่องปรุงและเครื่องคลุกห่อนึ่งให้เข้ากัน 








ขั้นตอนที่ 3 ตำน้ำพริกเครื่องห่อนึ่ง โดยเอาเครื่องปรุงเหมือนการปรุงแกงมีปราร้า พริกแห้ง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ตำให้เข้ากัน พร้อมกับเอาลงไปคั่วให้หอมเล็กน้อย และเอาไก่และผักลงไปคน แล้วเอามาพักไว้ 


















ขั้นตอนที่ 4 เอาห่อนึ่งนั้น มาห่อโดยใบตองและเอาผักรอง บ้านผมจะให้ใบบ่าตาเสือ (ใบลูกยอ) รองไว้และห่อนึ่ง การห่อนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที และออกมารสชาดจะอร่อย คือร้อนๆกิยกับข้าวนึ่งและเอาข้าวเหนียวโอด(ปั้นจิ้ม)จะอร่อยเหาะทีเดียวครับ 







เกร็ดความรู้ : แม่ผมเล่าว่าคนบ้านเรามักจะเลี้ยงไก้ไว้กินเอง คือไก่เมือง ไก่บ้านเราจะกินผักเศษอาหาร สังเกตมันมักไม่เป็นโรค  แต่ไก่ฟาร์มเนื้อเยอะจะต้องใช้ยาเยอะ  เรากินมันก็เหมือนเรากินยาไปด้วย  ว่าไปนั่นแม่ทำเอาผมคิดตอนที่ข่าวดัง บริษัทอาหารแห่งหนึ่งที่ผลการวิจัยเท็จหรือจริงไม่ทราบ กินของเยอะๆ หน้าอกจะโต เพราะเขาใช้ยาและสารเร่งโต


     ท้ายสุดการเดินทางย่อมมีวันเลิกราผมเองก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของผมใน กทม. หน้าที่ต้องทำและรายงานอีกเยอะพอสมควร  ผมต้องขอบคุณมิตรภาพพี่ G2K ที่ยังให้ผมไม่เหงาได้เอาเรื่องราวของกินเมืองมาเล่าสู่กันครับ และแม่ผม แม่เล่นเน็ตไม่เป็นแต่แม่ปลูกผักเก่ง แม่ทำกับข้าวอร่อยและทุกคนในครอบครัวผมเรายังคิดถึงกันอยู่เสมอครับ...............