
วันนี้ผมเล่น FB อยู่ดี ก็มีข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้ามาให้ผม งง ครับ มีรูปประกอบด้านบน
อันนี้เป็นความรู้อันแรกที่ผมได้รับมาจาก FB ช่วงเช้า ---------------- ดูเอานะครับเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยสังเกตุ The color codes underneath the tubes ความหมายของสีที่ปลายหลอด
Blue - Natural น้ำเงิน ธรรมชาติ
Red - Mix แดง ผสมผสาน
Black - Chemical ดำ เคมี
ต้องไปดูที่หลอดของบ้านเรามั่ง มีโค้ดสีอย่างนี้หรือเปล่า..
ยาสีฟัน แซคไลออนเป็นสีดำ ครีมล้างหน้าทุกยี่ห้อในห้องน้ำ เป็นสีดำ ครีมนวดผมสมุนไพรอะไรๆ ก็เป็นสีดำ แม้แต่ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ยังเป็นสีดำเลย อ้าว..
ตอนที่ผมอ่านครั้งแรกก็เชื่อไปสนิทใจและเริ่มจะจำไปในสมองอันน้อยนิดของผมแล้วว่า มันเป็นอย่างที่ผมได้อ่านข้อมูลนั้นจริง ๆ บอกตรงๆ เลยว่า เชื่ออย่างสนิทใจเลย และไม่คิดจะหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีเหตุผลอื่นๆ อีกหรอืไม่ ว่าทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น จนกระทั่งช่วงบ่่าย ผมเห็นข้อมูลนี้โผล่มาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เปลี่ยนไป มีอาจารย์ท่านหนึ่งให้ข้อมูลมาว่า
-------------------
อย่ารู้ผิด ๆ นี่คือ color mark sensor ไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อผลิตภัฑณ์ มีไว้เพื่อ "ให้เครื่องจักรบรรจุมองเห็น" ว่าต้อง "ตัดพับหลอดตรงนี้" สีที่ปรากฎเจ้าของสินค้าจะเลือกสีใดสีหนึ่งที่ในอยู่ในฉลากมาเป็นสี marker อยู่แล้ว....
#รู้อย่างผิด ๆ มันเสียหายยิ่งกว่าไม่รู้....
------------------
เป็นงัยครับ ปกติผมเองก็ไม่ได้เป็นคนที่หลงเชื่ออไรง่าย ๆ หากไม่ได้รับการประมวลผลจากฐานความรู้เดิมที่มีอยู่มากพอ หรือมาเสียเวลาพินิจ พิเคราะห์ หาเหตุและผลที่ถูกต้อง ว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร
จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากเรื่องนี้ คือ
1. อย่าคิดว่าข้อมูลที่คุณได้รับจะถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะเรื่องที่คุณไม่มีความรู้เลย(ซึ่งเยอะมาก) คุณจะต้องชั่งใจที่จะเชื่อให้มากกว่าเรื่องที่คุณรู้อยู่บ้าง หรือไม่ก็ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนเลยว่า ไม่น่าจะถูก จนกว่าจะมีเวลาไปพิสูจน์หาความจริงในเรื่องนั้น ๆ
2. ข้อมูล ข่าวสารมีทั้งบวกและลบ ต้องพิจารณาให้รอบคอบและถี่ถ้วน
สุดท้ายก็ขอนำคำสอนในพระพุทธศาสนาในเรื่อง การเชื่อ ไม่เชื่อ เพื่อตืนใจตนเอง ดังนี้
สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนชาวกาลามะ ผู้อาศัยอยู่ในเกสปุตตนิคม ในราชอาณาจักรหรือแคว้นโกศล ถึงท่าทีอันเหมาะสมเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา พระองค์ตรัสว่า "อย่าเชื่อหรือถือเอาสิ่งใด ๆ เพียงการฟังตาม ๆกันมา อย่าเชื่อเพียงที่ถือสืบกันมา อย่าเชื่อเพียงข่าวลือ อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา อย่าเชื่อโดยนึกเดาเอา อย่าเชื่อโดยการคาดคะเน อย่าเชื่อเพียงตรึกคิดไปตามอาการ อย่าเชื่อเพียงเพราะตรงกับความคิดเห็นของตนอย่าเชื่อเพียงเพราะน่าเชื่อถือ อย่าเชื่อเพียงเพราะว่าสมณะผู้นี้เป็นครูของเรา" และแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนชาวกาลามะต่อไป ให้พิจารณาทุกสิ่งด้วยตนเองอย่างถี่ถ้วน
"เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนเองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ดี นักปราชญ์ติเตียนเมื่อรับไว้และปฏิบัติแล้ว จะนำไปสู่ภัยอันตราย ก็จงสละละทิ้งเสียในทางตรงกันข้าม เมื่อท่านทราบด้วยตนเองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ถูกติเตียนนักปราชญ์สรรเสริญเมื่อรับไว้และปฏิบัติแล้ว จะนำไปสู่ประโยชน์และความสุข ก็จงรับไว้ปฏิบัติ"
เป็นข้อคิดเห็นของอาจารย์ที่เปิดความกระจ่างให้ผม
เรื่องใกล้ตัว ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ
ขอบคุณครับ กรณีนี้ทำให้ผมยิ่งเชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มากขึ้น
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณี ของการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิด คลาดเคลื่อน ที่เกิดจากทิฐิ ของตนเอง
โฆษณาชวนเชื่อ? สารสกัดอินทรีย์??
ได้ข่าวและการร้องขอให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ...ที่ทำให้โกรธควันออกหู!!
เมื่อทราบว่า ในหมู่บ้านที่เราร่วมพยายามสร้าง 'หมู่บ้านอินทรีย์' มาด้วยกันหลายปี เจอเหตุการณ์ขายตรง เข้าถึง หลอกลวง จำหน่าย สารอินทรีย์กำจัดวัชพืช อ้างว่าเป็นสารสกัดอินทรีย์ชนิดเข้มข้น มีผู้แทนจำหน่ายไปบอกเกษตรกร ว่า ใช้กับระบบเกษตรอินทรีย์ ได้
มีเหยื่อหลงเชื่อ
และมี เกษตรนักวิทย์ ช่างสงสัย ... สารอินทรีย์เข้มข้น สกัดจากอะไรก็ไม่บอก ฉลากไม่มีระบุอื่นใด นอกจาก คำกล่าวลอยๆ และ ระบุ 'อินทรีย์' ตัวโตๆ เท่านั้น!!
ขอระงับการใช้งาน ขอส่งตัวอย่าง และตัวอย่างวัชพืช มาให้เราช่วยประสานตรวจสอบยืนยัน ด้วยผลที่ชัดเจน!
ผลการตรวจ ระบุ เจอ ไกลโฟเสต (Glyphosate) และ AMPA และ Paraquat เข้าใจยากไปนิดสำหรับเกษตรกรทั่วไป เอาเข้าใจง่ายๆเลยก็สารเคมี กำจัดวัชพืช นั่นเอง
โกรธ ผู้ประกอบการที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่กำไรเล็กน้อย ทำลาย ทำร้าย เกษตรกรรายเล็ก รายย่อย ที่ไม่คิดไกล
ดีใจ ที่ยังมี เกษตรกรรายเล็ก รายย่อย ที่คิดได้ และคิดถึงเรา คิดถึงวิธีการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะช่วยพิสูจน์ ยืนยัน
เหนื่อยและหนัก แต่เราก็จะไม่ท้อ เราจะสู้กับการตลาดกองโจร นิสัยแย่มาก นี้ ด้วย พลังของเรา จะกระจายและส่งมอบ ความเป็นนักวิทย์ ช่างสังเกตุ อยากทดสอบ และ ต้องไม่ท้อจนกว่าจะสำเร็จ
เราจะก้าวสู่สังคมฐานความรู้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยกัน
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ
สงกรานต์สังขารแปรเปลี่ยน
เหมือนเทียนไฟไหม้ใกล้หมด
ชีวิตสุขสมระทด
ทุกรสจดจำนำคิด
เป็นบันทึกที่ ประเทืองปัญญาอย่างยิ่งครับ ขอขอบคุณความรู้และประสบการณ์ครับ
เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ
จากคำกล่าว "นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณี ของการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิด คลาดเคลื่อน ที่เกิดจากทิฐิ ของตนเอง "
เหรียญมี 2 ด้านครับ ผมขอมองต่างมุมในด้านที่ 3 แล้วกัน นั่นคือด้านบนของเหรียญครับ
ในมุมของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หากมีหน่วยงานที่ได้มาตรฐานการรับรองในการตรวจสอบ หากข้อมูลที่ได้เป็นสารอินทรีย์จริง นี่ก็คงเป็นทางออกของเกษตรกรไทยที่ไม่ต้องไปพึ่งสารเคมี และจากผมเองได้เข้าไปชมข้อมูลจากเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็มีข้อมูลที่สนับสนุนเกี่ยวกับสารอินทรีย์นี้ และมีเอกสารรับรองให้ตรวจสอบพอควรเลยทีเดียว แต่จากที่ศึกษาดูผมก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน สำหรับคำว่าอินทรีย์ต้องมีอะไรรับรองอีกบ้าง ถึงจะว่าเป็นสารอินทรีย์
ในมุมของคำกล่าว...ที่ได้แจ้งว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสารเคมีปนเปื้อน ก็ต้องมีข้อมูลในการสนับสนุนเช่นกันครับ อย่าพึ่งด่วนกล่าวอ้างโดยสรุป จากวิธีหรือทิฐิของตนเอง เพราะถ้าข้อมูลที่ออกมานั้น หากไม่เป็นจริงก็จะเป็นผลเสียกับคนที่กล่าวและเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วยครับ
เพราะในกรณีนี้ควรเป็นกรณีศึกษาร่วมกันสำหรับสารอินทรีย์กำจัดวัชพืช ซึ่งแน่นอนในวงการเกษตรไทยคงยังไม่มีสารใดที่เป็นสารอินทรีย์ที่จะมากำจัดวัชพืช แต่ถ้าหากว่ามีนวัตกรรมใหม่เข้ามาเราควรเปิดโอกาศ และศึกษาไปพร้อมกัน เพื่อเป็นทางรอดของเกษตรกรไทยครับ อย่าด่วนสรุปโดยที่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เพราะความคิดเห็นที่จะออกมาอาจจะเกิดจากทิฐิ ของตนเองได้ แล้วไปปิดกั้นโอกาศหรือทางออกของเกษตรกรไทยที่ไม่ต้องการไปพึ่งสารเคมีแล้วก็ได้ครับ
"คิดให้ต่างมุมครับ สังคมต้องมีการโต้แย้งเพื่อก้าวไปสู่สังคมที่พัฒนา"
ขอบคุณความคิดที่ต่างมุมออกไป ครับ เป็นข้อคิดที่น่าสนใจมาก