ความเครียดกับความสุข

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ความเครียดคืออาการไม่ปกติของคนเรา  แบ่งออกเป็น 3  คือ  ความเครียดทางกาย  ความเครียดทางสมองและความเครียดทางจิตใจ  ความเครียดทางกาย  อาจเกิดจากร่างกายใช้พลังงานมากไป  ไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ  วิธีแก้ต้องมีการพักผ่อนเพียงพอและใช้พลังงานแต่พอดี 

   ความเครียดทางสมองอาจเกิดจากคิดมาก  กังวลมาก  กลุ้มใจมาก  วิธีแก้ต้องทำสมาธิ  เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วจะเป็นการหยุดใช้สมองชั่วคราวหรือผ่อนคลายการทำงานของสมอง 

  การที่จิตเป็นสมาธิได้อาจเพราะเป็นคนมีศีลดี  เป็นคนมีความตั้งใจทำงานแต่ละอย่างสำเร็จไม่มีดินพอกหางหมู  เป็นคนมีเมตตาธรรม  เป็นคนคิดทางบวก  เป็นคนรักที่จะเดินทางสายกลาง  เป็นคนมีศีลมีธรรมอย่างแท้จริง

  สำหรับความเครียดทางจิตใจ  เพราะจิตมีกิเลสและมีความทุกข์  วิธีแก้คือคนเราทำอะไรไม่ได้นอกจากเอาสติปัญญาตามรู้ให้เท่าทัน  เมื่อรู้ทันสภาพนั้นมันค่อยจางหายไปตามกฎไตรลักษณ์  การมีสติเฝ้าระวังไม่ให้กิเลสเข้ามาเติมเต็มในห้องของจิตได้โดยอาศัยปัญญาตรวจตาพิจารณาดูป้องกันตลอดเวลาเพื่อรักษาจิตเดิมแท้ให้ประภัสสรอยู่อย่างนั้นแลเขาเรียกว่าเป็นผู้ประเสริฐ  และถ้าใครทำได้ก็เป็นผู้พ้นแล้วจากบ่วงแห่งมาร  ก็กลายเป็นผู้มีความสุขในการดำเนินชีวิต

  สำหรับความสุขของคนเรามี 2 คือ สุขสนุกสนานกับสุขสงบเย็น

ความสุขสนุกสนานได้มาจากความเพลิดเพลินในวัตถุกาม  เป็นความสุขที่ต้องเหนื่อยจากการช่วงชิงและไม่เที่ยงแท้ถาวร  ความสุขสงบเย็นเพราะจิตไม่ไปหลงใหลตามอำนาจกิเลส  ด้วยการมีสติรู้ทันปัญญารู้วิธีป้องกันแก้ไข  จึงเป็นความสุขไม่กระวนกระวาย  ถ้าเป็นความสุขอย่างยิ่ง  หรือจิตว่างอย่างยิ่งก็ตรงกับพุทธสุภาษิตว่า...นิพฺพานํ  ปรมํ  สุขํ  แปลว่า...นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

  แง่คิดสำหรับคนเราควรอยู่ด้วยความมีจิตว่าง  เพราะถ้าเผลอมีความเป็นอยู่ด้วยจิตวุ่นทีไร  จิตใจก็เป็นทุกข์เดือดร้อนอยู่ร่ำไปนั้นแล.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณบทความดีๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ  คุณ tuknarak

เป็นเรื่องใกล้ตัวนะครับ