ช่วงนี้พอมีเวลาเขียน เลยรีบเขียนครับ อย่างที่ผมบอกอยู่ทุกครั้ง ผมสอน Appreciative Inquiry (AI) ซึ่งคือกระบวนการค้นหาสิ่งดีๆ ร่วมกัน โดยเชื่อว่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกระบบ ทุกคน มีเรื่องราวดีๆ ซ่อนเร้นอยู่เสมอ
ดูอะไรคล้ายๆ คิดบวกไหมครับ จริงๆ แล้ว AI ต่อยอดมาจากจิตวิทยาบวก (Positive Psychology โพสิทีพ ไซโคโลยี่) และในการสอน AI ทุกครั้ง ผมจะสอนพื้นฐานทฤษฎี Positive Psychology ด้วย ก็คือเล่าให้ฟังนั่นแหละ แต่ถ้ามีเวลายาวหน่อย ผมก็จะสอนแบบ Workshop ครับ ผมก็จะประยุกต์หลักของ Happy 8 หรือความสุขแปดประการมาสอน (หรือบางครั้งเราเรียกว่า Happy Workplace)
โดยประยุกต์กับหลักการของ AI คือเราเชื่อว่าทุกคนมีความสุข มีเรื่องราวดีๆ ที่สามารถแบ่งปันกันได้ วิธีการของผมไม่ได้เน้นการเชิญ ผู้มีประสบการณ์ความสุข ในรูปแบบต่างๆ มาบรรยายนะครับ ไม่ได้เอาวิธีการของใครจากภายนอกองค์กรของผู้เรียนมาใช้ หากแต่ใช้วิธีการถามคำถามแบบ AI เพื่อดึงเรื่องเล่าความสุขทุกคนออกมา แล้วต่อยอดเป็นกิจกรรมทำต่อไปเลย
Happy 8 คือความสุขแปดประการครับ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เรื่อง Happy Money นี่เป็นเรื่องโลกแตก ที่หลายองค์กรไม่ได้พูดถึงครับ บางโรงงานผมไปทำ AI Happy 8 ก็ได้เรื่องครับ ตกใจคนงานจำนวนมาก มากจริงๆ เป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ ครับ พอถามว่า ช่วยเล่าประสบการณ์ที่ดีที่สุด ตอนที่คุณมาความสุขเกี่ยวกับเงิน จะได้คำตอบเช่น ใช้หนี้หมด ผมจะโยงต่อ ใครเป็นไอดอล เรื่องความสุขด้านการเงิน ในที่นั้นก็มักจะมีใครสักคน เช่น มีพี่หัวหน้าคนหนึ่งในโรงงานที่ผมไปมา ปรากฏว่าเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต สามีพิการทำงานไม่ได้ เป็นหนี้นอกระบบ แล้วใช้หมด ผมก็เชิญมาเล่าครับ ปรากฏว่า ขอโทษ พี่แกเล่ายังกับคนจบ MBA ด้านการเงิน (ผมจบสาขานี้ในระดับปริญญาโท)
Cr: http://lolitationgson.wordpress.com/2010/04/11/blog-post-15/
“มันต้องแบ่งหนี้ ต้องไปเจรจา เอาตรงนี้ไปใช้ตรงนี้....” ที่สุดเราก็เชิญไอดอลท่านนี้เป็น “ปราชญ์โรงงานด้านการเงิน” ให้เขาเป็นคนให้คำปรึกษาเพื่อนๆ ที่ติดหนี้อยู่
ล่าสุดประทับใจมากๆ สอนป.โท MBA มีนักศึกษาท่านหนึ่ง มีคุณพ่อคุณแม่เป็นชาวนา ผมไม่แปลกใจว่าทำไมจึงมีลูกที่เรียน MBA ได้ เขาเล่าว่า “คุณแม่ดีมากค่ะ พอทำนาได้แล้ว แม่จะขอตังค์พ่อส่วนหนึ่ง หักไว้เลย แล้วขึ้นรถมากรุงเทพ เพื่อซื้อทองเก็บไว้”
เอาแค่ความรู้เรื่องการเงิน ที่ทำให้คนในองค์กรมีความสุข มันมี แต่มีเป็นจุดๆ เป็นคนๆ ที่ถ้าเราดึงออกมาได้แล้วจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนในเศรษฐานะนั้น บรบทนั้น ทั้งหนี้นอกระบบ และการสร้างตัว แบบชาวบ้านๆที่บอกจริงๆ ว่าตำรา MBA การเงินไม่มีปรากฏครับ และถ้าคนในองค์กรแก้ปัญหา หรือมีทางออกเรื่องการเงิน เอาแค่เรื่องเดียวนี่แหละ เราจะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ เพราะคนจะมีสุขภาพจิตดีเยี่ยม ไม่งั้น คุณจะได้คนสติแตกเต็มโรงงาน มาทำงานก็จินตนาการเอาเองว่ามันจะไปไกลแค่ไหน ใครจะมีใจมาเพิ่มผลผลิตให้คุณ และของอย่างนี้เป็นอะไรที่ “บังตา” องค์กรอยู่ครับ
เป็นอย่างที่วิชา AI ว่าไว้ ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในระดับเศรษฐานะใด ล้วนมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนเร้นอยู่ เรื่องราวต่างๆ ล้วนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
นี่แค่ Happy Money ครับ มาดูเรื่อง Happy Soul หรือเรื่องความสุขด้านจิตวิญญาณ ถ้าจะถามแบบ AI เราก็ถามว่า “ลองนึกถึงประสบการณ์ที่ทำให้เราเบิกบาน มีความสุข ประมาณอิ่มบุญ” ให้เล่ามาหนึ่งเหตุการณ์ เช่นผมเจอพี่ท่านหนึ่งจบวิศวะจุฬา ไม่เคยเลย ตั้งแต่รู้จักกัน ว่าพี่จะสนใจศาสนา วันหนึ่งพี่แกก็มาบอกว่า “ผมไปฝึกเป็นครูสมาธิ ไปฝึกอยู่หกเดือน ทุกวัน” ผมถึงอ้าปากค้าง เพราะว่าไม่น่าเชื่อ อย่างพี่เหรอไปนั่งสมาธิ ที่สุดก็เข้าใจ “มีวันหนึ่งผมไปวัด ไปทำบุญ หลวงพ่อก็ชวนไปฝึกสมาธิ (โครงการหลวงพ่อวิริยังค์).. นั้งทุกเย็น พี่ก็บอกหลวงพ่อว่า ผมไม่ว่างๆ ผมเป็นอาจารย์ มีงานเยอะ” หลวงพ่อก็ยิ้มแล้วตอบท่านพี่ว่า “ไม่วาง ก็ไม่ว่าง”..... โอ้โห ภิญโญ ผมคิดได้เลย... แล้วพี่ท่านก็เปลี่ยนไปเป็นคนที่น่าเคารพ เป็นครูทางธรรมของผมได้ ตอนหลังผมใช้วลีเด็ดนี้ไปพูด ก็เข้าท่าครับหลายคนได้คิดเรื่องการแบ่งเวลาให้จิตวิญญาณของตัวเองได้
เพื่อนรักคนหนึ่งของผม ขณะที่ผมกำลังโลดแล่นอยู่ในวงการ OD ทำ AI ระเบิดเถิดเทิง มีคนเชิญแหลก วันหนึ่งเรานั่งคุยกัน เพื่อนที่เข้าวัดก็มาเปรยกับผม “ภิญโญ.. แน่ใจเหรอว่าชาติหน้าจะได้เกิดเป็นมนุษย์อีก.” ผมฟังแล้วขนลุก เมื่อปีที่แล้วผมเลยไปบวชอยู่สามเดือน นี่หละครับ
Cr: http://www.cleaus.com/spirituality/
สำหรับพนักงาน ก็มีหลายแบบ บางคนมีความสุขที่ได้พาครอบครัว ไปทำบุญด้วยกัน บางคนถึงกับไม่มีเลยนึกไม่ออก ลองให้เขาเล่าปรากฏว่าสามีฝรั่งเป็นมะเร็ง คุณพ่อมีปัญหาทางจิต อาจารย์จะช่วยได้ยังไง... เกินที่วิชาผมจะช่วยได้ คุณอยู่แถวไหน ก็แถวสิงห์บุรี ก็วัดป่าอัมพวันไง หาหลวงพ่อจรัญ แล้วก็เลยฝากเพื่อนที่เคยไปพาไปเลย ผมบอกเจาบางครั้ง มีอะไรที่มองไม่เห็นเช่นโรคกรรม ที่ความรู้สมัยใหม่จัดการไม่ได้ บางทีไปหาพระท่านอาจช่วยแบ่งเบา ให้ใจเรามีความสดชื่นไปอีกแบบได้ และอาจค้นพบหนทางใหม่ในชีวิตได้
Happy Body ครับ เรื่องความสุขเรื่องสุขภาพร่างกาย ก็บอกให้เขาลองเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เขามีความสดชื่น ร่างกายแข็งแรง แถมถามถึง Idol ไอดอล ของเขาด้วย (บางครั้งให้เล่าเรื่องเขาเองนึกไม่ออก ผมเลยให้นึกถึง Idol คนที่เป็นแบบอย่างต่อเขาในเรื่องนั้นๆ)
สำหรับผมเองผมนึกถึง Idol คนหนึ่ง ที่โรงงานในนครสวรรค์ ที่เคยสุขภาพแย่มากๆ แต่ต่อมาเห็นคนเล่นฮูล่าฮูป เลยเอามาเล่นบ้าง 10 นาทีก่อนเข้าทำงานในสายการผลิต และหลังเลิกงานปรากฏว่า สุขภาพดีสุดๆ ไปเลย พอฟังเรื่องเล่าเสร็จ ผมก็ภถามว่าในห้องชอบเรื่องของใครที่สุด จำนวนมากชอบเรื่องของพี่ท่านนี้ มารวมตัวกันฮูล่าฮูสิบนาทีไหม ก็เกิดกลุ่มฮูล่าฮูปขึ้นมา
Cr: http://www.flickriver.com/photos/tags/hulahoop/interesting/
เอาหล่ะ วันนี้ผมพอสาม Happy ก่อน ว่าจะเขียนต่ออีกสองสามตอน จะได้ว่า Happy ทั้งหมด รวมทั้งจะครอบคลุมถึงทฤษฎี Positive Psychology ที่ผมได้เชื่อมโยงเข้ากับ การทำ Happy 8 Workhop แบบ AI ด้วยครับ
การทำกิจกรรม AI Happy 8 สรุปแล้วเราเอาแนวคิด Happy 8 เป็นตัวตั้งจากนั้นอาจารย์กับลูกศิษย์ช่วยกันเล่าความสุขในแง่มุมต่างๆ ไปที่ละ Happy โดยแบ่งเป็นกลุ่ม เมื่อเขาเล่าประสบการค์ที่ดีที่สุดในแต่ละ Happy แล้ว ผมจะบอกให้เขาเลือกตัวแทน ออกมาแบ่งปันเรื่องเล่าของความสุข Happy นั้น จากนั้นพอเป็นโครงการ OD จริงๆ ก็จะให้เลือกความสุขที่ได้เจอระหว่างการคุยกันไปขยายผล ในระดับครอบครัวบ้าง ในที่ทำงานบ้าน โดยนัดมาคุยกัน และนำเสนอต่อที่ประชุมในระยะเวลาต่อมาอาจสักเดือนหนึ่ง
ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือเป็นการวางพื้นฐานการสอน AI ของผม ในแบบภาคปฏิบัติ คือให้สัมผัสความสุขจริงๆ เลย ลองขยายความสุขจริงๆ มีกิจกรรมจริงๆ ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความรู้ด้าน Positive Psychology แถมธรรมะไปด้วย ใครเข้า Workshop นี้จะรู้จักเพื่อน พี่ น้องในองค์กรมากขึ้น ว่าเขามีวิถีชีวิตอย่างไร และถ้าเอาทำด้านการบริหารธุรกิจ การตลาด จะทำให้คุณค้นพบวิถีชีวิต (Lifestyle ไลฟ์สไตล์) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการตลาด การสร้างโอกาสด้านธุรกิจ เรียกว่าทำได้ทุกบริบท แต่ที่สำคัญจะเป็น Workshop ที่ทำให้คนรู้จักตัวเองมากขึ้น พร้อมเห็นทางออกในปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครพูดครับ
สุดท้าย เนื่องจากผมค้นพบว่า Appreciative Inquiry เป็นตัวช่วยอย่างมากๆ ในการดึงเรื่องราวดีๆออกมา ผมเลยอยากมี Happy ที่ 9 คือ Happy Appreciative Inquiry คือทำ AI ให้เป็นครับ ซึ่งจะเป็นตัวเสริมให้เกิดสุขได้อย่างดี ด้วยการดึงศักยภาพของสิ่งที่มีอยู่ AI จึงเป็น Happy ที่ 9 ได้ครับ
อ้อ สำหรับแนวคิด Happy 8 มีคนทำเป็น Poster สวนงามมากๆ ครับ ผมเจอใน Facebook
Cr: Sook Magazine
BY

นายปริญญา Ex20 sec3 รหัส 565740454-4
รูป ช่วงเช้า และ บ่าย https://www.dropbox.com/sc/ypud09ho0ql2edr/AAAYWwvvI1cgqemc9gwNCIOCa
Happy 8
1. Happy Body "เซียนสุขภาพดี" ช่วงเย็นในแต่ละวันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน จะหาเวลาไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ "กุดน้ำกิน" ในตัวจังหวัด เพราะเป็นทางผ่านเวลากลับบ้าน ริมบึงเป็นถนนที่จัดช่องไว้ให้สำหรับวิ่งออกกำลังการอย่างปลอดภัย มีผู้คนออกวิ่งด้วยกันมากมายได้พบปะพูดคุยกันเวลาวิ่งไปก็เพลินดี
2. Happy Heart "เซียนใจดี" ในเวลาทำงาน พนักงานในความรับผิดชอบทำงานหนัก ตากแดด เราซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาก็เห็นในความทุมเทในงาน ได้ซื้อเครื่องดื่มเย็นๆมาให้เพื่อให้หายร้อนบ้าง งานจะได้ดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่างานจะเป็นความรับผิดชอบของเขาก็จริง แต่เราก็อดเห็นพนักงานตากแดดร้อนๆทำงานด้วยความทุ่มเท แล้วถ้าเราพอช่วยอะไรได้บ้างก็น่าจะดี เลยซื้อเครื่องดื่มเลี้ยงเป็นประจำเวลาทำงานหนักๆ
3. Happy Society "เซียนสังคมดี" ได้เข้าร่วมเครือข่ายสิ่งแวดล้อมกับทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสังคมของคนที่มีส่วนได้เสียในการประกอบกิจการโรงงาน เช่น ผู้ประกอบการ หน่ายงานรายการ และชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน ซึ่งทำไห้เราได้รับฟ้งเสียงชาวบ้าน ได้สานสัมพันธ์อันดี กับชาวบ้านและหน่วยงานราชการ ทำให้การประกอบกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น ชาวบ้านเกิดความเกรงใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ราชการก็ผ่อนผันบางกรณีให้ผู้ประกอบการทำงานแก้ไขได้ง่ายขึ้น
4. Happy Relax "เซียนผ่อนคลาย" บางครั้งเวลาทำงานเครียดๆ จะออกไปดูหนังเพื่อคลายเครียด เพราะการได้ไปดูหนังเหมือนได้ปลดปล่อยจินตนาการให้เนื้อเรื่องในหนังพาไป ไม่ต้องไปจับผิดหนังว่าไม่ดีตรงนั้น ไม่ดีตรงนี้ มันจะเป็นการไม่ผ่อนคลาย ไปดูเรื่องอะไรก็ปล่อยจินตนาการไปกับหนังเรื่องนั้น ไม่ต้องไปคิดหาเหตุและผลอะไร บางทีปล่อยตัวตามน้ำ มันสบายกว่ายืนหยัดขวางทางน้ำนะ ว่ามั๊ย...
5. Happy Brain "เซียนใฝ่รู้" เมื่อก้าวสู่การเป็นผู้บริหารระดับกลาง ผู้จัดการโรงงาน การบริหารคนเป็นเรื่องยาก ผมผ่านอะไรมามาก ทำงานทุกอย่างตั้งแต่การใช้แรงงานจนถึงการบริหาร จึงคิดเสมอว่าทุกคนต้องทำได้เพราะผมยังทำได้เลย แล้วเมื่อพนักงานทำงานไม่ได้ ก็เกิดคำถามว่าทำไม?? และเมื่อผมลงมือทำเองทำไมมันถึงได้ และเมื่อผมต้องลงไปทำในทุกๆเรื่องที่พนักงานทำไม่ได้ ผมก็รู้สึกหงุดหงิด และอารมณ์เสียเมื่องานเกิดปัญหา และเริ่มกดดันพนังงานหนักขึ้น และมุ่งไปที่งานๆๆๆ เป็นหลัก จนพนักงานเกิดความกดดันและรวมกลุ่มต่อต้าน รวมถึงได้ฟ้องฝ่ายบริหารระดับสูงว่าโดนกลั่นแกล้งให้ทำงานอย่างหนัก ผมโดนสอบ!!! จากคณะฝ่ายบริหาร และฝ่ายบริหารได้รับทราบข้อเท็จจริง ซึ่งมันเป็นเพียงความรู้สึกของพนักงานที่ถูกกดดันเท่านั้น เนื้องานจริงๆไม่ได้หนักอะไรเลย
จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ผมต้องเรียนรู้ และได้คำ 3 คำจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ คือ ต้อง “ยอมรับ” ว่าเราจะให้คนอื่นทำตามที่เราต้องการทุกเรื่องไม่ได้ ยอมรับว่าทุกๆคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ต้อง “ปรับเปลี่ยน” ให้เกิดความสมดุลย์ โดยเริ่มที่ตัวเราเองก่อน แล้วค่อยพิจารณาพนักงานแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นต้อง “พัฒนา” ทั้งตนเอง และพนักงานให้สามารถทำงานได้เต็มความสามารถ เมื่อทำได้แล้ว ต้องพัฒนาต่อไป ให้รับผิดชอมงานมากขึ้น ปล่อยให้คิด ปล่อยให้ทำ ปล่อยให้รับผิดชอบ ปัจจุบันผมทำงานง่ายขึ้น มีเวลาคิดพัฒนามากยิ่งขั้น โดยเฉพาะการพัฒนาตนเองซึ่งต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด " ถ้าเราหยุดอยู่แค่นี้ เราจะไม่รู้จักคำว่าดีที่สุด"
6. Happy Soul "เซียนทางสงบ" ผมเป็นคนที่เข้าวัดไปทำบุญแล้วรู้สึกเฉยๆ เพราะในแต่ละวัดที่ไปทำบุญ เจอแต่เรื่องธุระกิจ เป็นการใช้ศาสนาในการหาเงิน ผมไปไหว้พระในวัด ก็จะรู้สึกว่าได้ไหว้พระจริงๆก็คือไหว้พระพุทธรูป ส่วนพระที่เป็นคนในวัดผมไม่รู้สึกอิ่มบุญอะไร การทำบุญที่ผมรู้สึกว่าอิ่มบุญก็คือการให้ทานกับเด็กยากไร้ คนด้อยโอกาส ในครั้งหนึ่งที่รู้สึกถึงการให้ที่อิ่มบุญคือ เมื่อก่อนผมไปซื้อขนมมากิน แล้วเห็นเด็กคนหนึ่งยืนมองขนมที่ขาย ตาเขาเป็นประกายแต่ดูจากสภาพแล้วคงไม่มีเงินซื้อ ผมมองขนมแล้วก็มองเด็กคนนั้น แล้วยื่นขนมในมือให้เขา เขารับไปกินอย่างมีความสุข ผมยืนมองแล้วก็ยิ้มเดินจากไปด้วยความรู้สึกอิ่ม ทั้งที่ไม่ได้กินอะไร....
7. Happy money "เซียนปลอดหนี้" ตัวผมเองปัจจุบันมีหนี้ จากการพยายามพัฒนาตนเองด้วยการเรียนโท MBA และผ่อนรถ แต่เรื่องเงินที่ผมได้ใช้แล้วมีความสุขคือ การได้เลี้ยงพ่อแม่ให้สบายไม่อดอยากด้วยตัวผมเองนั้นมันเป็นความสุขที่สุด เพราะตั้งแต่เด็กๆ พ่อผมทำงานหนักมากต้องหาเลี้ยงคนอีก 4 คนด้วยความยากลำบาก แม่ผมเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าท่านหาเลี้ยงพวกผมได้อย่างไร และตอนเรียนผมก็ไม่ได้กู้ยืมเงินรัฐบาลเรียนด้วย พ่อผมท่านทำได้อย่างไร ครั้นเมื่อผมได้ทำงาน ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเองไม่ต้องขอพ่อแล้ว แต่ทำไมทำงานมา 5 ปี ยังเลี้ยงตัวเองลำบาก ยังไม่สามารถดูแลพ่อ แม่ ได้เต็มที่สมบูรณ์ แล้วตอนนั้นพ่อหาเงินเลี้ยง และส่งเสียให้ผมเรียนได้อย่างไร ปัจจุบัน ผมให้พ่อเกษียรและเลี้ยงท่านด้วยตัวผมเองได้แล้ว โดยที่ท่านไม่ต้องไปทำงานประจำอีก ให้ท่านทำงานในสิ่งที่ท่านชอบและอยากจะทำอย่างสบายใจ การใช้เงินเพื่อเลี้ยงพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ผมมีความสุข
8. Happy Family "เซียนครอบครัวดี" การได้ออกไปเที่ยวทั้งครอบครัวเป็นเรื่องที่ผมมีความสุขมาก จำได้ว่าไปเที่ยวทะเลครั้งแรก เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ ปัจจุบันการทำงานทำให้ผมไม่มีเวลาพาพ่อ แม่ไปเที่ยวที่ไหน ดังนั้น การได้กลับไปกินข้าวด้วยกันจึงเป็นเรื่องที่ผมมีความสุข ได้หาอะไรแปลกๆ อร่อยๆ ให้ท่านทานก็มีความสุขแล้ว
นางสาวกชพร Ex20 Sec3 ID: 565740408-1
Happy 8 ของดิฉันคือ
1. Happy Body "ร่างกายแข็งแรง" ตั้งแต่สมัยที่ดิฉันยังเป็นเด็ก ดิฉันได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน ทั้งบาสเกตบอล กรีฑา และว่ายน้ำ แต่สำหรับกีฬาบาสเกตบอลดิฉันเล่นกีฬานี้อย่างจริงจังจนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน ตัวแทนเขตสมุทรปราการ และนักกีฬามหาวิทยาลัย จนมาวันหนึ่งดิฉันได้มาเที่ยวที่จังหวัดขอนแก่น มาเจอรุ่นน้องสมัยเรียน จึงได้รับการเชิญชวนให้มาช่วยโค้ชให้กับนักกีฬาบาสของทีมแพทย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเป็นที่มาทำให้ดิฉันหลงไหลในมหาวิทยาลัยนี้ ชอบสังคมเมืองนี้ และได้สมัครมาเรียนปริญญาโทที่นี้ค่ะ
2. Happy Heart "น้ำใจงาม" มีน้องที่รู้จักคนหนึ่งเรียนจบคณะสัตวแพทย์ของมหาลัยขอนแก่นนี้ น้องอยากจะทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตำแหน่งที่น้องอยากจะเป็นนั้นไม่ใช่สาขาที่น้องจบมาโดยตรง ดิฉันจึงได้ให้คำปรึกษาแก่น้องในทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่องการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์ คำถามที่มักจะถูกถาม และคำตอบที่ควรจะตอบ ช่วยดึงความมั่นใจในตัวเองของน้องออกมา แชร์ประสบการณ์ในการทำงาน ในการสัมภาษณ์งานที่เคยมีให้น้องทราบ รวมถึงช่วยแนะนำชุดที่จะใส่ไป จนเวลาผ่านไป น้องแจ้งว่าน้องได้เข้าทำงานที่บริษัทนั้นแล้ว ทำให้เรามีความปลื้มใจอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น
3. Happy Society "สังคมดี" ในช่วงเวลาที่กำลังเรียนภาษาอยู่ที่ต่างประเทศนั้น ดิฉันได้เจอเพื่อนชาวต่างชาติที่นั้น ที่เป็นมิตร มักจะชวนกันไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน เตรียมตัวสอบ แบ่งบันความรู้ที่มี รวมถึงช่วยเหลือซึ่งกันและกันการใช้ชีวิต พาไปแนะนำเพื่อนใหม่ๆ การได้พบปะเพื่อนต่างชาติเพิ่มขึ้นทำให้ได้รับโอกาสมากมาย อย่างเช่นการได้รู้จักเพื่อนคนเกาหลี ทำให้เราได้รับโอกาสไปนอนที่บ้านเพื่อนและได้รับการสอนเล่นสโนว์บอร์ด ทำให้ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
4. Happy Relax "ผ่อนคลาย" ในเวลาที่ฉันเหนื่อยล้า ฉันมักจะหาที่เงียบๆ นอนหลับตาลง ใช้หูฟังเสียงรอบ อย่างพวกเสียงนก เสียงคลื่นทะเล หรือเสียงลมหายใจของตัวเอง หรือในบางครั้งฉันก็จะออกไปวิ่งเล่นกับสุนัข เล่นกับพวกมัน จะทำให้สามารถลืมความเหนื่อยได้ เพราะเมื่อมองดวงตาของพวกมันเราจะเห็นความใสซื่อ ความบริสุทธิ ที่พวกมันส่งมาถึงเรา ทำให้ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นด้วย
5. Happy Brain "ใฝ่รู้" เมื่อตอนที่ดิฉันเรียนจบ ได้ทำงานที่บริษัทศึกษาต่อต่างประเทศแห่งหนึ่งในตอนนั้นทำงานในตำแหน่งบัญชีและธุรการ ในการทำงานทำให้ดิฉันเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้น ว่าทำไมคนที่ทำงานถึงได้เงินเดือนสูงกันจัง ซึ่งแตกต่างจากเราทั้งๆที่คนเหล่านั้นไม่ได้มีวุฒิที่สูงกว่าเราหรือมหาลัยที่ดีกว่า แต่สาเหุมีเพียงข้อเดียวคือพวกเขาเหล่านั้นเคยไปเรียนต่างประเทศแม้จะเป็นเพียงช่วงสั่นๆก็ตาม ทำให้ดิฉันเกิดแรงผลักดันตัวเองให้คิดจะไปเรียนภาษาที่3 ที่ต่างประเทศ ในการตัดสินใจเลือกเรียนภาษเกาหลี มีเหตุผลเพราะ ในสมัยนั้นเป็นภาษาที่คนรู้น้อยมาก และคนส่วนใหญ่มักจะเรียนแต่ภาษาจีนและญี่ปุ่นกัน ประเทศไทยเรายังขาดคนที่มีความรู้ทางภาษาเกาหลีอยู่ทำให้ดิฉันตัดสินใจไปเรียนและเรียนจนจบกลับมา สามารถกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้เพิ่มขึ้นอีกค่ะ
6. Happy Soul "ทางสงบ" ในทุกๆวัน ในช่วงเวลาก่อนออกเดินทาง ดิฉันมักจะไหว้พระในรถ ขอพรให้ตัวเองเป็น คนที่ดี คิดแต่สิ่งดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ เสมอ และในทุกๆวันในช่วงก่อนนอน ดิฉันก็จะมานั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น หากสิ่งใดที่ดิฉันทำไปแล้วเกิดความขุ่นเคืองในใจ ไม่ว่าจะกับใคร ดิฉันจะสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับตัวเองและบุคคลเหล่านั้น เพื่อให้ดิฉันดับทุกข์ในใจของตัวเองค่ะ
7. Happy Money "ปลอดหนี้" เนื่องจากดิฉันโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง ไม่มีหนี้สินนอกระบบแต่อย่างใด แต่คุณแม่และคุณพ่อมักจะสอนมาตั้งแต่เด็กให้รู้จักคุณค่าของเงิน หากอยากได้สิ่งใดต้องรู้จักอดออม เก็บเงินซื้อเอง จึงทำให้ดิฉันเป็นคนที่รู้จักเก็บเงิน รวมถึงเป็นคนที่ได้ทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่ม.3 ดิฉันก็จะทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในค่ายเด็กอนุบาลในช่วงปิดเทอม สอนว่ายน้ำ สอนบาสเกตบอล หรือปัจจุบันก็สอนภาษาเกาหลี เงินที่ได้มาก็จะนำมาใช้จ่ายของตนเองโดยไม่พึ่งเงินพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กๆ
8. Happy Family "ครอบครัวดี" ในวันที่ดิฉันทุกข์ที่สุด ไม่ว่าจะการเจ็บป่วยของร่างกาย ทำให้ไปทำงานไม่ได้ รวมถึงเพื่อนที่สนิทได้จากไป สัตว์ที่รักก็ไม่อยู่ คุณพ่อคุณแม่และน้องชาย ได้คอยดูแลช่วยเหลือดิฉันอย่างใกล้ชิด มันทำให้เกิดความอบอุ่น ความรู้สึกที่ว่าไม่มีใครในโลกนี้จะรักเราเท่ากับคนในครอบครัวเราได้นั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนทำให้ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีครอบครัวเป็นอันดับแรกเสมอ
::เกตน์สิรี 565740415-4::
Happy Body
You are what you eat หรือ U r what u exercise ก็คงไม่ผิดนัก, ข้าพเจ้าเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายสม่ำเสมอโดยการเข้าฟิตเนต หรือวิ่งสายพานอยู่ที่บ้านทุกเช้า อย่างน้อย3-5ครั้ง/สัปดาห์ หากตอนเช้ารีบมาก ก็จะชดเชยโดยการออกกำลังหลังทำงานเสร็จแทน
กะละแมร์พิธีกรชื่อดังเคยแนะนำการออกกำลังกายไว้ว่า อย่าบอกว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทุกคนมีเวลา24ชม.เท่ากัน อยู่ที่ว่าเราจะแบ่งเวลายังไง ในเมื่อข้าพเจ้ายังต้องใช้ร่างกายทำงานเพื่อสร้างรายได้และทำประโยชน์ต่างๆให้แก่ตัวเอง ครอบครัวและสังคม ข้าพเจ้าจึงต้องรักษ์ตัวเองโดยการเลือกทานอาหารที่ไม่ทำร้ายตัวเองมากเกินไปและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยอยู่เสมอ ทำให้ผลการตรวจสุขภาพทุกปีของข้าพเจ้าอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอดและใครๆก็ชมว่าทำไมไม่มีพุง หุ่นก็ดี มันปลื้มมมม ตรงเน้ นะเคอะ คริๆๆ ^_^
Happy Brain
ข้าพเจ้าจบวิศวะมา ช่วงนั้นยังอยู่ในวิกฤติฟองสบู่แตกปี2542 วิศวะก็ไม่ได้หางานดีๆง่ายๆอย่างที่คิด ขนาดข้าพเจ้าได้เริ่มเป็นวิศวะฝึกหัดที่บ.ไทยวัฒน์วิศวการทาง ซึ่งถือว่าดีที่สุดในอุดรตอนนั้น ก็ยังไม่มีงานที่โดนใจ ข้าพเจ้าเลยเป็นติวเตอร์ตามการชักชวนของรุ่นพี่อยู่ประมาณ1ปี ก็ถูกญาติดึงตัวให้ไปช่วยทำร้านไอศกรีมและธุรกิจส่วนตัวอีก2-3ปี จากนั้นคุณพ่อคุณแม่อยากให้กลับอุดร ก็เลยลองมาทำAISภายใต้เครือชิน ครอป ทำได้3-4ปี ได้รางวัล Serenade Champion ระดับประเทศ จนรู้สึกว่าไม่มีอะไรท้าทายแล้ว หลังจากนั้นข้าพเจ้าเริ่มสนใจงานด้าน Sale&Maketing จึงลองสมัครงานเป็นผู้แทนยาฯที่แรกและที่เดียวแล้วก็ได้เลย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการธุรกิจยามาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปด้านที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เห็นด้วยในตอนแรกเพราะคิดว่างานเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่ข้าพเจ้าก็รับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองทุกเรื่องโดยการทำอะไรด้วยความตั้งใจและใส่ใจให้ดีที่สุด ผลงานมันจะบอกเองว่าเราทำได้ดีแค่ไหน ตั้งแต่เริ่มบ.แรกตอนนั้น จนถึงบ.ที่3ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าไม่เคยต้องสมัครงานอีกเลยเพราะด้วย performance 7-8ปีที่ผ่านมาทำให้ข้าพเจ้าถูกดึงตัวจากบ.ข้ามชาติให้มาร่วมงานด้วยอยู่หลายบ. ข้าพเจ้าก็จะพิจารณาจากทั้งพื้นฐานของบ.เอง และงานที่รับผิดชอบว่ามันลับคมสมองไม๊ ซึ่งปัจจุบันข้าพเจ้าชนะ candidate ที่มีพื้นฐานเภสัชฯทุกคน โดยการเข้ามาเป็น Senior Product Specialist ของบ.ยาของอเมริกา แห่งหนึ่ง และกำลังเข้าโปรแกรม Leader Team Thailand ของบ.ด้วยค่ะ, Difficult but Challenge ^^
Happy Family
ข้าพเจ้าโชคดีที่เกิดมามีคุณแม่ คุณแม่ อยู่ครบทั้ง2ท่าน และทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งถึงความรักและความทุ่มเทเอาใจใส่จากท่านทั้ง2เป็นอย่างดี ในช่วงเวลาแต่ละวัยที่ข้าพเจ้าเติบโตมา ข้าพเจ้าอาจจะไม่เข้าใจในหลายสิ่งที่ท่านห้ามปรามหรือตักเตือนว่ากล่าว และมีหลายครั้งที่ข้าพเจ้าไม่พอใจและแสดงอาการโต้ตอบต่อท่านไม่ดี แต่เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้นมีวุฒิภาวะมากขึ้น ข้าพเจ้าก็เข้าใจมากขึ้นตามลำดับว่าที่ท่านทำไปนั้นเป็นความรักที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง เพียงแค่หวังให้ข้าพเจ้าไม่เดินทางผิด เป็นคนดีคนนึงของสังคม และดูแลตัวเองได้ก็เท่านั้นเอง
ตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าเรียนจบมาและทำงานจนทุกวันนี้ ข้าพเจ้าก็รับผิดชอบตัวเองได้และดูแลท่านมาตลอดตามสมควร พาท่านไปเที่ยวธรรมชาติ พาไปวัดทำบุญ พาไปพักผ่อนทั้งในและต่างประเทศ พาไปทานอาหารอร่อยๆ และกราบเท้าขอขมาท่านในวันเกิดทุกปี และจะกตัญญูต่อครอบครัวที่อบอุ่นนี้ตลอดชีวิตค่ะ
Happy Heart
มีหลายคนบอกว่าข้าพเจ้าไม่ได้สวยแบบสะดุดตา แต่ข้าพเจ้าดูดีแบบมีเสน่ห์ แบบเพลงยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ(รึเปล่า...อิๆ) ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลนี้หรือเปล่าที่ทำให้มีคนเข้ามามากบ้างน้อยบ้างตามวัย แต่ก็มีเข้ามาตลอดทั้งช่วงที่มีแฟนและไม่มีแฟน ถ้ามองเป็นข้อดีก็คือ ข้าพเจ้าจะไม่หลงไหลได้ปลื้มกับหลายๆสิ่งต่างๆที่ใครๆหยิบยื่นมาให้ เพราะมันก็คือเปลือกภายนอกเท่านั้น ซึ่งข้าพเจ้าเจอมาเยอะแล้วและระวังตัวพอสมควร แต่ข้อเสียก็คือ เมื่อมีคนเข้ามามาก ก็จะรู้มาก คิดมากจนกลายเป็นระแวงและคิดมากเกินไปในบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความรัก กลายเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ซีเรียสในแบบที่สาวๆคนอื่นเขาคิดกัน เพราะข้าพเจ้าคิดว่าคำว่าครอบครัวไม่จำเป็นต้องหมายถึง สามี ภรรยา และลูกแล้วจะถือว่าสำเร็จเสร็จสิ้น จริงๆแล้วมันอาจหมายถึงการเพิ่งเริ่มต้นชีวิตในอีกหน้าที่นึง
..คนที่ถูกต้อง จะมาในเวลาที่เหมาะสม.. เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าเชื่อในเรื่องศีลที่เสมอกัน ข้าพเจ้าอาจจะขึ้นคานอย่างมีความสุขกับครอบครัวที่หมายถึงคุณพ่อ คุณแม่และน้องชายที่รัก หรือในอนาคตอาจจะมีผู้ชายที่รักเพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกอีกก็ได้ ใครจะรู้ ทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็มีความสุขดีที่ได้เรียนรู้และรู้จักใครบางคน...สร้างเหตุดีๆเอาไว้ ผลก็ต้องดี สินะเคอะ
Happy Money & Happy Soul
ข้าพเจ้าเชื่อว่าการที่เราฝึกลดความตะหนี่ถี่เหนียว ยิ่งให้ออกไปก็ยิ่งได้เข้ามา สมัยก่อนตอนที่เริ่มทำงานแรกๆพอได้เงินมา ข้าพเจ้าก็มักจะซื้อของสนองneedของตัวเอง วันนึงก็ถามตัวเองว่าพอได้สิ่งนั้นสิ่งนี้มาแล้วก็ไม่เห็นจะเลิกอยากได้สิ่งใหม่ๆซะที ข้าพเจ้ายังคงซื้อๆๆบางอย่างก็ไม่ได้ใช้ไม่ได้ทำประโยชน์ให้ใคร ความสุขมันแค่ชั่วคราว ข้าพเจ้าจึงเริ่มปรับตัวเมื่อมีเงินจะคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง คิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัวก่อนว่ามีอะไรที่ท่านขาดเหลือบ้าง หรือแม้ท่านไม่ได้ขอแต่ถ้าข้าพเจ้าพิจารณาแล้วว่ามีอะไรที่ข้าพเจ้าคิดว่าเหมาะกับท่าน ที่ข้าพเจ้าอยากซื้อให้ก็ซื้อแล้วเมื่อท่านชอบและได้ใช้ประโยชน์ ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขจังและเป็นความสุขที่ไม่มีวันหมดไป เพราะเราจะมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง ยิ่งมีหลายเรื่องดีๆที่ทำก็ยิ่งมีความสุขวนเวียนอยู่เต็มไปหมดเวลาที่ระลึกถึง^_^
ถึงแม้ข้าพเจ้าจะยังไม่แต่งงาน ไม่มีลูก แต่ข้าพเจ้าก็รับเลี้ยงเด็กด้อยโอกาสจากมูลนิธิ NGO เอาไว้ทั้งหมด 4 คนมาหลายปีแล้วจนถึงทุกวันนี้ ให้อย่างที่ไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทน แม้ไม่มีโอกาสเจอหน้ากัน แต่แค่เด็กๆเขียนจดหมายมาบอกเล่าเรื่องราวการเจริญเติบโตกับข้าพเจ้า มันก็ตื้นตันใจแล้ว นอกจากนี้ข้าพเจ้าก็ยังทำบุญแบบไม่ต้องใช้เงินด้วย เช่น บริจาคเลือด บริจาคร่างกาย และอวัยวะทุกส่วนที่เป็นประโยชน์เมื่อสิ้นลม ให้กับสภากาชาดและรพ.
รวมถึงการนำอาหารสุนัขและแมว ติดรถไปด้วยเวลาเดินทางไปตจว.เผื่อว่าเจอสัตว์ที่หิวโหยมาก็น่าจะช่วยเพื่อนร่วมโลกได้บ้าง และยังแอบซื้ออาหารและน้ำวางไว้ให้คนเร่ร่อนที่นอนตามท้องถนนหรือฟุตบาทถ้าหากข้าพเจ้าผ่านไปเจอและมีโอกาสนั้น นอกจากนี้ข้าพเจ้าก็มีวินัยกับความมั่นคงของชีวิตโดยการทำประกันชีวิตและหักบัญชีธนาคารซื้อLTFทุกเดือน เพื่อลดภาษีฯได้อีกด้วยค่ะ
Happy Relax
เมื่อมีเวลาว่าง ถ้าเป็นสมัยก่อนข้าพเจ้าจะชอบไปดิ้นๆแด๊นซ์ๆในที่อึกทึกครึกโครม สนุกสนานตามประสาวัยรุ่น 555 แต่ปัจจุบัน ข้าพเจ้าชอบเที่ยวธรรมชาติ น้ำตก ทะเล ภูเขา วัดป่า มรดกอารยธรรม ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เพราะนอกเหนือจากการได้เปิดโลกทรรศน์แล้ว ยังเป็นการชาร์ตแบตให้ตัวเองอีกด้วย และหากได้ไปกับครอบครัวและคนที่รักด้วยแล้ว เพียงแค่การได้ไปเที่ยวพักผ่อน หรือหามุมสงบๆ อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม เล่นกับแมวเหมียวจอมซนแต่ฉลาดของบ้าน หรือได้นั่งสมาธิบ้าง มันก็ผ่อนคลายใจและกายมากเพียงพอแล้ว^^
Happy Society
ข้าพเจ้าอยากเรียนต่อ MBA นานแล้ว แต่ด้วยหน้าที่การงานและเวลายังไม่ลงตัว จึงเพิ่งมีโอกาสได้มาเรียนรุ่นนี้ ความมุ่งหวังคืออยากลับสมอง พัฒนากระบวนการคิดจากเดิม และได้ connection มากกว่าเดิมที่มีเฉพาะสังคมการทำงาน การที่ได้มารู้จักเพื่อนใหม่ที่นี่มาจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายตัวตน ทำให้เราได้มิตรภาพที่ดีมากมาย การช่วยเหลือกันและกันในด้านต่างๆทั้งเรื่องเรียน หรือแม้กระทั่งการปลดใบสั่งของตำรวจ 555
ได้เรียนรู้การเข้าสังคมและร่วมกิจกรรมใหม่ๆโดยไม่มีการแบ่งแยกอายุและชนชั้น เพราะทุกคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ รุ่นน้องร่วมสถาบัน และยังได้รับความรู้จากอาจารย์ที่เป็นสุดยอดของวิชาการที่น่าสนใจมากมาย ถือเป็นเรื่องราวดีๆจาก MBA KKU
นายพยุงศักดิ์ Ex 20 Sec 3 ระหัส 565740460-9
1.Happy Body
คือ การวิ่งจ๊อกกิ้งและเดินออกกำลังกายที่สวนสุขภาพบึงทุ่งสร้างขอนแก่นเมื่อมีโอกาส แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน แต่ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็รู้สึกสดชื่น สุขภาพดีขึ้นและได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ไปออกกำลังกายด้วยกัน แม้จะไม่สนิทแต่ก็ยิ้มทักทายให้ความรู้สึกที่ดี
2.Happy Soul
คือ การพาลูกชายและครอบครัวไปทำโรงทานเล็กๆ ในวันสำคัญทางศาสนาที่วัดป่าธรรมอุทยาน ตอนเย็นๆ ก็ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ทำให้จิตในสงบผ่องใส อิ่มบุญและได้รู้จักญาติธรรมที่มาร่วมกิจกรรม เกิดการแบ่งปันความสุขและรอยยิ้มต่อกัน
3.Happy Society
คือ การสมาคมและสังสรรค์ของทีมงานที่ทำงานในการทำอาหารทานร่วมกันตอนกลางวัน หรือกิจกรรมตอนเลิกงาน ปิ้งย่าง ทานร่วมกันและแลกเปลี่ยนความเห็นในการทำงาน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี เป็นพี่น้องในการทำงาน
4.Happy Relax
คือ บางครั้งนัดเพื่อนๆ หรือพาครอบครัวไปทานข้าว ฟังเพลง,ร้องเพลง เพื่อผ่อนคลาย ในตอนเย็นๆ เป็นเหมือนการชาร์จแบตของตนเองให้รู้สึกสดชื่น และผ่อนคลายได้ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และครอบครัว
5.Happy Brain
คือ จบเกษตรศาสตร์สาขาสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาทำงานธนาคารเพื่อการเกษตรและและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขาดความรู้เรื่องการวิเคราะห์สินเชื่อ, การเงิน, การธนาคาร, และการบริหารจัดการ โอกาสเจริญก้าวหน้าในอาชีพน้อย จึงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากพี่ๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่ทำงาน และตำราที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ทำให้มีเครือข่ายต่างๆ และเจริญก้าวหน้าในอาชีพปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการสาขา
6.Happy Heart
คือ การแบ่งปันด้านองค์ความรู้ในการเป็นวิทยากรขององค์กรในการพัฒนาเรียนรู้ของพนักงาน การจัดการองค์ความรู้การทำโครงการกลางวันแบ่งปันแก่โรงเรียนที่ขาดแคลน รู้สึกดีๆ ที่เห็นคนอื่นได้รับโอกาสและสิ่งดีๆบ้าง
7.Happy Money
คือ เป็นคนที่มาจากฐานะยากจนไม่เคยมีเงินเก็บเลย จึงอยากมีเงินเก็บ มีทรัพย์สินเหมือนใครๆ จึงพยายามฝึกตนเอง เก็บออมเดือนละ 2,000 บาท และพาบุตรอายุ 8 ขวบเก็บออกด้วย เดือนละ 2,000 บาททุกเดือน และเป็นหนี้ก็ให้เกิดทรัพย์สิน เช่น บ้าน,รถยนต์ เป็นต้น
8.Happy Family
คือ การพาครอบครัวออกกำลังกาย ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทำกับข้าว, พาบุตรอ่านหนังสือ, ทำสวนครัว และพักผ่อนสุดสัปดาห์บ้าง โดยการไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นประจำทุกปี ทำให้ครอบครัวอบอุ่น ช่วยเหลือดูแลกัน
น.ส.กิตติยา EX.20 Sec.3 ID: 565740413-8
1. Happy Body
การได้ออกกำลังกายเล่นกีฬา ตีแบตกับเพื่อนและบางวันก็เต้นออกกำลังกายอยู่ที่บ้านหรือไปวิ่งที่บึงแก่นนคร คิดว่าการออกกำลังทำให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง เป็นการดูแลสุขภาพร่างกายส่งผลถึงสุขภาพจิตใจที่ดีไปด้วยอย่างเช่นไปวิ่ง ทำให้เราสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีกิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ยิ้มแย้มแจ่มใจ ร่างกายสดชื่น แลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องสุขภาพกัน
2. Happy Soul
การทำบุญเช่นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาจะไปทำโรงทานกับเพื่อนที่ทำงาน รวบรวมเงินตามจิตศัทธาร่วมกันซื้อไก่มาทอด กับข้าวเหนียวเพื่อไปทำโรงทานให้กับคนที่มาทำบุญที่วัดป่าหนองหลุบ แล้วก็สั่งพิมพ์หนังสือนิทานธรรมะไปแจกเด็กชาวไทยภูเขาที่จังหวัดตาก การทำบุญทำให้เรารู้สึกอิ่มที่เป็นผู้ให้ ได้เห็นผู้รับได้ในสิ่งที่เราให้ไปแล้วมีความสุข เราก็สุขใจไปด้วย อิ่มบุญ อิ่มใจ
3. Happy Society
การสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน หาร้านนั่งทานข้าว ปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ นั่งพูดคุยนั่งสนธนากันสนุกสนาน ทำให้เรามีแนวคิดใหม่ๆ ส่งผลดีในการทำงาน สามารถพูดคุยและปรึกษากันได้เหมือนคนในครอบครัว เป็นสังคมอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความสุขในชีวิต
4. Happy Relax
การได้นั่งอ่านหนังสือธรรมะ หนังสือที่เราชอบ อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกสบายใจ สงบ ผ่อนคลาย จิตใจสงบ บางวันก็ไปนั่งดูหนัง ฟังเพลง กับเพื่อนบ้าง วันหยุดยาว ก็หาสถานที่ไปผ่อนคลาย ไปเที่ยวต่างจังหวัด ได้ไปสูดอากาศต่างสถานที่เช่นไปเที่ยวทะเล ทำให้เรามองกว้างๆๆในทะเลทำให้เรารู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย มีความสุข
5. Happy Brain
เมื่อก่อนทำงานบริษัทอยู่ในตำแหน่งศูนย์บริการลูกค้าซึ่งไม่ค่อยได้เรียนรู้หรือเห็นงานอะไรให้เรียนรู้เพิ่มเติมเลย ทำให้เราลองกลับมาคิดว่าเราควรจะไปได้ไกลมากกว่านี้ จึงขอหัวหน้าเรียนรู้งานเกี่ยวศูนย์บริหารงานและติดตามหนี้ของบริษัท TT&T คิดว่างานนี้สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อีกเยอะและเป็นงานที่ท้าทายได้เรียนรู้ได้คิดวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี จึงทำให้หน้าที่การงานดีขึ้น ได้เรียนรู้งานจากพี่ๆ หรือสามารถแก้ไขปัญหากับลูกค้า
6. Happy Heart
การแบ่งปันความรู้และสิ่งของที่เด็กชาวไทยภูเขาขาดแคลนที่จังหวัดตาก ได้เห็นเด็กๆดีใจและมีความสุขในสิ่งที่เราแบ่งปันให้ เหมือนเราสอนให้เด็กรู้จักการให้และการรับ แบ่งปันเรื่องการมีน้ำใจกับคนรอบข้าง
7. Happy Money
ฝึกการเก็บเงินด้วยการเก็บออมหยอดกระปุกออมสิน วันละ 20 บาท พอสิ้นปีนำเงินส่วนนั้นไปฝากธนาคาร สามารถเก็บเงินไว้ใช้ในยามจำเป็นได้ เป็นการฝึกนิสัยการเก็บออม
8. Happy Family
เป็นคนต่างจังหวัด ความสุขในครอบครัวก็คือการได้กลับไปหาพ่อกับแม่และพี่ชายที่จังหวัดตาก ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ได้ปรึกษาพูดคุย เมื่อไหร่ที่ได้กลับบ้านรู้สึกสบายใจและมีความสุขมาก
นายฐปกรณ์ กิติรัตน์ตระการ 565740427-7 Ex.20sec3
รูปภาพครับ
https://www.dropbox.com/sc/dphy2dm5tklkkcw/AADPeO3F7Ye-AzjoExe7cT6ua
Happy 8 ของผม
HAPPY 8
1. Happy Body: ชอบปั่นจักรยานเล่นค่ะ บ้านอยู่ใกล้ริมน้ำโขง เวลาปั่นจักรยานริมน้ำก็เห็นสายน้ำไหล มีลมเย็นๆพัดมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในวันที่ได้ปั่นจักรยานกับคุณแม่ในวันหยุดเป็นวันที่มีความสุขมากเลยค่ะ
2. Happy Soul: ได้มีโอกาสไปนั่งวิปัสสนากับเพื่อนร่วมงาน ที่วัดเขาแตงอ่อน จ.ชลบุรี ซึ่งการไปครั้งนั้นเป็นครั้งแรกแต่เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกประทับใจมาก รู้สึกถึงความสงบและความสุขใจ ได้มีโอกาสเจอมิตรที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นให้มานั่งวิปัสสนาที่อื่นๆอีก
3. Happy Family: การได้นั่งทานข้าวด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกันหรือไปเที่ยวด้วยกันเป็นวันที่ทำให้เรามีความสุขเสมอเพราะการได้มีคุณพ่อคุณแม่ น้องชายและญาติๆทุกคน เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในทุกวัน ครอบครัวเป็นทั้งกำลังใจ แรงส่งเสริม สนับสนับ ห่วงใยและคอยช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันตลอดมา
4. Happy Money: ตั้งแต่จำความได้ ครอบครัวก็สอนให้รู้จักการออมเงิน โดยซื้อกระปุกออมสินให้เราหยอดเหรียญเก็บทุกวัน ซึ่งสมัยก่อนกระปุกออมสินจะไม่สามารถแคะกระปุกได้ ต้องทุบให้แตกเท่านั้น เวลาที่เราจะใช้เงินเราต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะทุบดีไหม สุดท้ายก็ไม่ยอมทุบ จนกระปุกเต็ม คุณพ่อเลยบอกให้ทุบกระปุกแล้วเอาเงินไปฝากธนาคาร เราเสียดายมากเพราะไม่อยากทุบให้มันแตกเลยแต่ตอนนั้นมันหยอดเหรียญไม่ได้อีกแล้ว พอทุบออกมาเราไม่คิดเลยว่าจะมีเงินเยอะขนาดนั้น (สำหรับเด็กเล็กๆคนหนึ่ง) หลังจากเอาเงินไปฝากธนาคารตั้งแต่นั้นมาทุกวันเสาร์ คุณพ่อจะให้เงิน 100 บาทเอา ไปฝากที่ธนาคารออมสิน เราฝากเงินอย่างนั้นจนจบประถม 6 แล้วก็หันมาฝากที่ธนาคารอื่น การสอนของครอบครัวทำให้เราเป็นคนชอบศึกษาเรื่องการออมเงิน และรู้จักวางแผนการออมและการใช้เงิน
5. Happy Society: การได้มีโอกาสไปสังสรรค์ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน โดยการทำอาหารทานที่บ้านด้วยกัน ได้ร้องเพลงและได้พูดคุยกันทำให้เรามีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมากขึ้น สนิทสนมกันมากขึ้น เข้าใจและรับฟังกันมากขึ้น
6. Happy brain: ตอนที่จบมาใหม่ๆได้ไปทำงานที่บริษัทตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ จังหวัดชลบุรี ในตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ มีหน้าที่ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ จนเข้าปีที่ 2 ก็ได้มีโอกาสได้เรียนรู้งานใหม่ในด้านงาน service center ที่ต้องคอยตอบคำถามและให้ข้อมูลลูกค้า ทำให้ตนเองต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะจะมีคำถามจากลูกค้าและโรงยาบาลที่ใช้บริการอยู่ตลอด จนเข้าปีที่ 3 ของการทำงานก็ได้มีโอกาสทำงานใหม่โดยได้มาทำงานด้านลูกสัมพันธ์ ดูแลลูกค้าที่เข้ามารับบริการโดยตรง และลูกค้าจากโรงงานอุสาหกรรมต่างๆในเขตนิคมอุสาหกรรมที่ชลบุรี ซึ่งต้องดูแลยอดขาย การทำการตลาด วางแผนการขาย กำหนดแผนกลยุทธ์ การดูแลบุคลากรในหน่วยงาน โดยขณะนั้นก็ได้มีโอกาสเรียนรู้งานการตลาดและงานขายกับอาจารย์พิเศษที่ทางบริษัทเชิญมาสอน เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน แม้ว่างานที่ทำในตอนนั้นจะแตกต่างจากสิ่งที่เรียนมา แต่การได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆนี้ก็ทำให้ตนเองได้พัฒนาความสามารถ ความรู้และได้นำมาปรับใช้กับการทำงานในปัจจุบัน ช่วยทำให้เข้าใจระบบงานต่างๆได้ง่ายขึ้น
7. Happy Relax: ชอบซื้อต้นไม้ต้นเล็กๆในกระถางมาปลูกที่บ้าน ทั้งๆที่บ้านก็ไม่ได้มีพื้นที่มากนัก แต่การได้มีต้นไม้อยู่ข้างบ้านก็ทำให้รู้สึกสดชื่นและเมื่อตื่นมาตอนเช้าๆได้ดูแลต้นไม้ที่เราปลูก ได้ออกมาเห็นต้นไม้ค่อยๆโตขึ้นก็รู้สึกชื่นใจ โดยเฉพาะเวลาที่เหนื่อยกับการทำงานแล้วกลับมาเห็นใบไม้สีเขียว ดอกไม้สีแดง ก็ทำให้หายเหนื่อย ผ่อนคลายจากความกังวลต่างๆได้เป็นอย่างดี
8. Happy heart: เป็นช่วงเวลาที่อยู่ชลบุรี มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาแล้วไปทำงานที่ อ. แม่เสลียง จ.แม่ฮ่องสอน วันหนึ่งเพื่อนโทรมาบอกว่าเด็กและชาวบ้านบนเขา ไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใส่ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว อยากให้เราช่วยบริจาคเสื้อมือสอง เมื่อเรารื้อออกมาแล้วเสื้อผ้าที่เรามีมันไม่มากพอ เราเลยโทรศัพท์เล่าให้พี่ที่ทำงานใน โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ฟัง และขอความช่วยเหลือเพื่อช่วยบริจาคร่วมด้วย เราจะเอาไปส่งทางไปรษณีย์ให้ พี่เขาก็ใจดีประชาสัมพันธ์ให้รู้ทั้ง โรงพยาบาล ทำให้ได้รับเสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ อีกมากมาย มากจนเราไม่สามารถส่งได้ทางไปรษณีย์ และต้องขนไปส่งทางรถไฟแทน หลังจากเพื่อนได้รับเสื้อผ้าก็เอาไปบริจาคให้ชาวบ้าน พร้อมถ่ายรูปคนที่ได้รับเสื้อแล้วใส่เสื้อนั้นส่งมาให้เราและพี่ๆน้องๆ โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาดู ภาพรอยยิ้มที่เห็นทำให้เรามีความสุขมาก ซาบซึ้งในน้ำใจของพี่ๆน้องๆทุกคนเลย
นายพงษ์ทอง Ex.20 Sec.3 รหัส 565740457-8
นายพงษ์ทอง Ex.20 Sec.3 รหัส 565740457-8
นายพุทธชาติ เพิดภูเขียว Ex 20 sec 3 รหัส 565740466-7
HAPPY 8
1.Happy body สุขภาพดี เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นหลังเลิกงานและเสร็จภารกิจงานทุกครั้งที่มีโอกาส ข้าพเจ้าจะพาลูกๆออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน บริเวณหมู่บ้านและสระน้ำประ
จำอำเภอ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพร้อมด้วยการออกกำลังกาย กับเครื่องออกกำ
ลังกายที่เทศบาลตำบลจัดไว้ให้ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ จะมีกิจกรรมร่วมกัน ทำให้
ได้ทั้งความสุขทางกาย และความสุขทางใจ ปัจจุบันก็ยังถือปฎิบัติอยู่เป็นประจำ
2.Happy heart น้ำใจงาม
มีหลายกิจกรรมที่ประทับใจ ซึ่งกระผมมีความชอบส่วนตัวในเรื่องนี้ ในที่ทำงานก็จะ
บริจาคให้กับชมรมหรือมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนพนักงานที่มีปัญหาเป็นประจำทุก
เดือนและประทับใจมากก็คือการได้มีโอกาสนำพาเพื่อนๆพนักงานและชุมชนจัดกิจ
กรรมมอบทุนอาหารกลางวันให้กับนักเรียนมอบทุนการศึกษา ร่วมกันมอบจักรยาน
รวมทั้งการจัดมอบผ้าป่าหนังสือ เสื้อผ้า รวบรวมส่งมอบให้กับนักเรียน เห็นรอยยิ้ม
แห่งความสุขของเด็กๆแล้วมีความสุข และผมยังพบอีกว่ายังมีผู้มีน้ำใจงามในสัง
คมอีกมากมายที่พร้อมจะมอบความสุขให้กับผู้ที่ได้รับโอกาสน้อยผมมีความสุขมากที่เห็นรอยยิ้มทั้งของผู้ให้และของผู้ที่ได้รับ ต้องทำเองแล้วจะรู้ครับ
3.Happy relax สุขจากการพักผ่อน
เนื่องจากกระผมทำงานประจำ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำให้เกิดความเครียด
เนื่องจากคาดหวังในผลงานไว้สูง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการพักผ่อนโดยการนอน นวดผ่อนคลาย หยอกล้อกับลูกๆ และพาครอบครัว พ่อ แม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ ภรรยา ลูกๆ หลานๆ ไปรับประทานอาหารที่ทุกคนชอบ ซึ่งทำเป็นประจำทุกวันเสาร์ของสัป
ดาห์ ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้รับการพักผ่อน เหมือนได้ชาร์ตแบทเตอร์รี่อีก
รอบเพื่อมุ่งมั่นทำงานที่ตนเองรักให้ประสบผลสำเร็จต่อไป
4.Happy brain ความรู้ใหม่
เหตุการ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 กระผมทำงานในตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน และได้ย้ายมายังส่วนงานใหม่ ซึ่งกำลังประสบปัญหาเรื่องการบริหารงานโครงการ
มีปัญหาเกี่ยวกับคน ระบบงาน การประสานงาน และการบริหารข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น
บุคลากรในหน่วยงาน เกษตรกรลูกค้า ส่วนราชการ และผู้นำชุมชน การปฎิบัติงาน
ที่ยังไม่เป็นระบบ ข้าพเจ้าได้ทำการสร้างความเข้าใจกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งภายใน
องค์กรและภายนอก ประสานงานข้อมูล เตรียมคน พูดคุยให้เข้าใจตรงกัน ทุกส่วน
หาสาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไข สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจ เลือกวิธี
การแก้ไขปัญหา คือต้องเลือกวิธีแก้ไขปัญหาที่ได้ศึกษาแนวทาง ผลลัพธ์ และผล
กระทบที่จะเกิดขึ้น โดยอาศัยหลักในการตัดสินใจ ให้ส่วนงานหรือองค์กรไม่เกิด
ความเสียหาย เกษตรกรลูกค้าได้รับผลประโยชน์ ซึ่งจากการตัดสินใจแก้ไขปัญหา
ดังกล่าวทำให้กระผมได้เกิดความรู้ใหม่ ในเรื่องการตัดสินใจแก้ไขปัญหา และเป็น
แนวทางในการตัดสินใจตลอดมาจนปัจจุบัน (การตัดสินใจถือว่าเป็นเรื่องสำคัญใน
การปฎิบัติงานที่จะทำให้บรรลุผลสำเร็จหรือความล้มเหลว ซึ่งบางคนอาจจะใช้วิธี
การหลีกเลี่ยงที่ไม่ตัดสินใจเลยก็มีเพื่อที่จะไม่ได้รับผิดชอบในผลที่จะเกิดขึ้น)
5.Happy soul การอิ่มบุญ
เป็นเรื่องทางจิตใจ ซึ่งทุกคนมักจะแสวงหา ว่ากันว่ามีความสุขทางใจถือว่าเป็นสุข
ที่สุด ส่วนตัวกระผมคิดว่า ความสุขทสงใจคือการได้ให้ การให้ที่กระผมเคยทำและ
มีความสุข คือการให้โอกาส การให้ความรู้ กับผู้ที่แสวงหา โดยกระผมในฐานะของ
หัวหน้างานในส่วนงาน ก็พยายามสร้างองค์ความรู้ ส่งเสริมโอกาสให้กับพนักงาน
ในองค์กร และกระผมได้ร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้กับพนักงานในการเสริม
สร้างขีดความสามารถในการปฎิบัติงานในองค์กรที่มีตำแหน่งและความรับผิดชอบสูงขึ้น ซึ่งกระผมถือว่าเป็นการให้ที่มีคุณค่า มาก ดีใจ ภูมิใจ อิ่มใจกับสิ่งที่ทำ แต่
เหนือกว่าคำว่าอิ่มใจอื่นใดคือการที่กระผมได้ดูแลพ่อแม่ในยามที่แก่เฒ่าโดยกระ
ผมไปทานข้าวกับท่านทุกสัปดาห์และจะกลับไปเยี่ยมพร้อมครอบครัวทุกครั้งที่มี
โอกาส สุขมั๊ยหละครับ...
6.Happy money สุขทางการเงิน
ผมว่าความสุขทางการเงิน คือการหาได้ และใช้เป็น การหาได้และรู้จักจัดการเงิน
ให้เป็นระบบ แบ่งเงินเป็นส่วนๆ ซึ่งกระผมได้ถือปฎิบัติตั้งแตีปี2549 เป็นต้นมาจน
ปัจจุบัน โดยการแบ่งเงินที่ได้รับมา ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง เมื่อได้รับเงินก็
จะแบ่งส่วนหนึ่งให้กับครอบครัวไว้ใช้จ่าย 50% เก็บสะสมกองทุนฯหุ้นต่างๆ 20%
ไว้ใช้ส่วนตัว 20%และที่เหลือจะใช้เกี่ยวกับงานสังคม ทำบุญหรือสังสรรค์กับเพือน
ซึ่งจากการจัดสรรเงินดังกล่าว ทำให้กระผมมีครอบครัวที่อบอุ่น มีเงินเก็บสะสมใน
ยามเกษียณ มีทรัพสินย์พอประมาณ มีเพื่อนฝูงให้พูดคุย และมีความสุขกับการหา
ได้ใช้เป็น ลองทำดูนะครับ...
7.Happy family ครอบครัวอบอุ่น
พื้นฐานความสุขของสังคมส่วนใหญมาจากครอบครัวที่อบอุ่นอันนี้กระผมรู้ดี และ
พยายามสร้างขึ้นมาโดยการให้เวลากับครอบครัว กิจกรรมทานข้าวเย็นร่วมกันทั้ง
ครอบครัวในทุกวันเสาร์ การพาครอบครัวท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอม และสิ่งสำคัญ
ที่กระผมปฎิบัติมาตลอดก็คือ การสั่งสอนลูกๆให้เป็นคนดีของสังคม ใช้ชีวิตแบบไม่
เบียดเบียนใคร และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนพาลูกๆหลานๆเยี่ยมญาติผู้ใหญ่เป็น
ประจำ ซึ่งทำให้กระผมและครอบครัวมีความสุขเป็นอย่างมาก ทั้งที่กระผมเป็นคน
ที่ย้ายที่ทำงานบ่อย แต่ทุกสัปดาห์ต้องมีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว สุขครับ..
8.Happy society สังคมแห่งความสุข
ครับส่วนตัวผมเป็นคนชอบสังคม โดยวิถีการดำเนินชีวิตหรือแนวทางการปฎิบัติ
ของกระผมก็คือการแบ่งเวลาให้เกิดความสมดุลในการใช้ชีวิต 4 ด้าน คือ ด้านส่วนตัว ด้านครอบครัว ด้านการงานและด้านสังคม ในด้านการงานก็จะทุ่มเท
อย่างเต็มที่และจะแบ่งเวลาให้กับสังคม ทำกิจกรรมเพื่อสังคม เช่นการร่วมกิจกรรม
โรงเรียนธนาคาร การสร้างฝายชะลอน้ำให้กับชุมชน การร่วมกิจกรรมศิษย์เก่า ซึ่ง
จะทำให้เกิดเครือข่ายและเพื่อนๆมากมายได้ทั้งกิจกรรม ความสุข และการงานก็
สามารถปฎิบัติได้ง่าย เนื่องจากมีเครือข่ายในการทำงาน..
จากความสุขทั้ง 8 ประการ ทุกคนรู้ว่าความสุขอยู่ไหน ก็จงทำมันซะ ลองทำดู
คุณทำได้ สุข สุข สุข...
นางน้องนุช จันทน์จู SEC.3 EX.20 รหัส 565740442-1
1. Happy Body (ร่างกายแข็งแรง)
ตอน 6 โมงเย็นหลังเลิกงาน จะออกกำลังกาย เดินและวิ่งรอบบึงแก่นนคร ทำให้สุขภาพแข็งแรง และสุขภาพจิตดีขึ้นนอนหลับสบาย ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก ไม่ต้องพึ่งยาพารา เพราะชอบปวดหัวบ่อยๆ เมื่อก่อนไม่ค่อยออกกำลังกาย ปวดหัวบ่อยๆ เวลานอนจะรู้สึกหลับไม่สนิท ตื่นมาก็จะง่วงอยู่ เวลาทำงานก็จะคิดช้า
2. Happy Heart (เซียนน้ำใจงาม)
ครั้งขับรถมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านทางริมบึงแก่นนคร หลังจากทานข้าวกับเพื่อนๆประมาณ 3 ทุ่ม ได้มีรถมอเตอร์ไซด์อีกคัน มาถีบรถเพื่อชิงกระเป๋าที่สะพายอยู่ ทำให้รถล้ม มีคนมาช่วยทำแผลล้างแผลให้จากคนไม่รู้จักกัน ถามได้ความว่าเป็นเภสัชกร ซึ่งล้มอยู่หน้าร้านเขาพอดี หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้เป็นลูกค้าร้านริมบึงเภสัชจนปัจจุบัน
3. Happy society (เซียนสังคมดี)
โชคดีได้เพื่อนบ้านดี ที่บ้านมักจะได้รับการแบ่งปั่นและเอื้อเฟื้อแลกเปลี่ยนจากเพื่อนบ้านเสมอ เมื่อไปเที่ยวไหน เราก็มักจะนำของมาฝากเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน เวลาไม่อยู่บ้าน ก็สามารถฝากบ้านกับเพื่อนบ้านให้ช่วยมาดูแลบ้านได้ เขาก็จะมารดน้ำต้นไม้ให้ และบางครั้งก็มาอยู่คุยเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ ทำให้พ่อแม่ไม่เหงา รู้สึก Happy ไม่กังวลใจ
4. Happy relax (เซียนผ่อนคลาย)
การพักผ่อน คือการนอนหลับ ทำให้สดชื่นมีความสุขเมื่อตื่นมาทุกครั้ง สมองปลอดโปร่ง และนอนดูละคร หนังการ์ตูน ฟังเพลง อยู่กับครอบครัว ทำให้ Relax ผ่อนคลายได้มาก
5. Happy Brain (เซียนใฝ่รู้)
เมื่อเข้ามาทำงานครั้งแรกที่ สปส. ทำงานยังไม่เป็น คนเก่าก็ไม่สอนงาน สอนแบบไม่เต็มใจ ทำงานก็ออกมาผิดๆถูกๆบ้าง ทำให้ต้องขยันอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม ถามจากผู้ใหญ่บ้าง และจดบันทึกลำดับขั้นตอนการทำงานไว้ กระทั้งทำงานเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆและหัวหน้า ซึ่งสิ่งที่จดบันทึกไว้นั้น ก็สามารถเป็นประโยชน์ต่อน้องๆและเพื่อนๆที่เข้ามาทำงานใหม่ได้อีกด้วย
6. Happy Soul (เซียนสงบ)
เมื่อครั้งหนึ่งเพื่อนชวนไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดเวฬุวัน 3 คืน ซึ่งการไปปฏิบัติธรรมที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพียงแค่เพื่อนชวน วันแรก รู้สึกอยู่ไม่ได้ เดี๋ยวก็นั่งสมาธิ เดินจงกรม ทำอะไรก็ช้าๆ หงุดหงิด จะกลับก็กลับไม่ได้ เพราะได้สัญญาไว้แล้ว ก็พยายามฝื้นใจปฏิบัติต่อไป จนทำสำเร็จครบ 3 วัน รู้สึกเป็นสุข อิ่มบุญ ที่ฝึกใจตัวเองให้สงบและนำมาปฏิบัติที่บ้านเองได้จนทุกวันนี้
7. Happy Money (เซียนปลดหนี้)
เดือนๆหนึ่งจะเก็บเงินโดยการเล่นแชร์ กับครอบครัวและญาติๆ เมื่อได้รับเงินก้อน ก็จะนำไปฝากธนาคาร และซื้อของที่เราอยากได้ เช่น Notebook , iPhone ทำให้มีความสุข
8. Happy Family (เซียนครอบครัวดี)
วันหยุดวันสำคัญทางศาสนา ข้าพเจ้าและครอบครัว จะพากันไปทำบุญที่วัด นั่งสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ด้วยกัน เช่นวันปีใหม่ จะพากันสวดมนต์ข้ามปีที่วัดโพธิ์แก้ว เพราะใกล้บ้าน ส่วนพ่อและหลานๆ ก็จะพาไปเวียนเทียนกันที่วัดหนองแวง ทำให้รู้สึกอบอุ่น และอิ่มบุญกลับมาทุกครั้ง
นางสาวสุดารัตน์ รหัสประจำตัว 565740497-6 MBA EX 20 SEC 03
Happy 8
1. Happy Body ข้าพเจ้ารู้สึกสุขภาพดีในเมื่อได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง และออกกำลังกาย อาหาร โดยสามีข้าพเจ้าจะเตรียมโยเกิร์ต ผสมนม น้ำผึ้งและมะนาวให้ตอนเช้า และเครื่องดื่มมะกรูดโซดาในตอนเย็น ออกกำลังกายกับลูกๆ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รู้สึกดีมากๆ เมื่อได้ทำกิจกรรมนี้กับครอบครัวเพราะข้าพเจ้ามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการทำงานและไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวองเท่าที่ควร ดังนั้นในวันที่ได้ออกกำลังกายก็จะรู้สึกดีมาก อยากจะเพิ่มเวลาการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ให้มากขึ้นเพราะคนเราแก่ขึ้นทุกวันข้าพเจ้าก็มีความเชื่อว่าการออกกำลังกายสามารถชะลอความแก่ด้วย
2. Happy Heart ข้าพเจ้ารู้สึกสุขใจมากๆ เมื่อได้หางานให้กับคนที่ไม่มีงานทำ มันเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ต้องใช้ตังค์ ใช้แค่การบอกต่อ ด้วยเจตนาที่เป็นความหวังดีจริงๆ เมื่อคนที่เราหางานให้เค้าได้งานที่ดีแล้วทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเค้าดีขึ้น เค้าสามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ ชีวิตครอบครัวเค้าดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก ลูกๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ เราไม่เพียงได้ช่วยคนคนเดียว แต่เราสามารถช่วยอีกหลายคนในครอบครัวเค้าให้มีความสุขไปด้วย เหมือนเราไม่ได้ทำอะไรมากนัก ทำไมสิ่งที่ทำนั้นมันทำให้คนหลายคนมีความสุขได้ขนาดนี้ ยิ่งได้ฟังน้ำเสียงของคำขอบคุณที่ส่งมาให้ข้าพเจ้าก็ยิ่งปลาบปลื้มใจ
3. Happy Society ข้าพเจ้าชอบมีนิสัยพลปะพูดคุยกะคนอื่นๆ สามารถสร้าง connection ได้เรื่อย ๆ มักจะมีเพื่อนที่ให้ความช่สยเหลือในด้านต่างๆ จากการสร้าง connection เสมอ จนแทบจะบอกได้ว่าเมื่อคิดจะทำเรื่องอะไรแทบจะมีเพื่อนที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ได้จนเจ้านายข้าพเจ้ามักจะเรียกใช้งานข้าพเจ้าเสมอในการมอบหมายงานที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่นงานประกันสังคมก็มีเพื่อน MBA คอยช่วยเหลือ อยากได้รถลีมูซีนมารับลูกค้า ก็มีเพื่อนชมรมสมัยออกค่ายด้วยกันที่มหาวิทยาลัยทำอยู่ อยากได้พนักงานใหม่ก็ไปหาจากรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยและจากเพื่อนๆ โรงงานต่างๆ ที่รู้จัก แม้แต่เรื่องส่วนตัว อยากจะกู้เงินก็มีเพื่อน MBA ทำงานแบ้งค์คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ จนรู้สึกว่าโชคดีจังเลยทำอะไรก็ง่ายไปหมด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่มันเกิดจากการการกระทำที่เราสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น ให้ความช่วยเหลือคนอื่นก่อนแล้วเค้าก็จะช่วยเหลือเราเอง
4. Happy Relax ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้อยู่กับธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ ทำสวนตัดหญ้า ข้าพเจ้ายินดีที่จะทำเองมากกว่าการจ้างคนมาตัดเพราะค่าแรงทุกวันนี้สูงมาก และประโยชน์ของการทำเองก็คือได้ออกกำลังกาย พักสายตา สูดอากาศบริสุทธิ์ ประหยัด รู้สึกผ่อนคลาย ข้าพเจ้าจะทำกิจกรรมนี้ทุกๆ 10 วัน เพราะไม่งั้นถ้าหญ้ายาวเกินไปก็จะทำให้ตัดยากมากขึ้นมันจะกลายเป็นเรื่องลำบาก แทนที่จะผ่อนคลาย อีกเรื่องที่ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายมากๆคือการมีเวลาพาลูกๆไปเทียวทะเล ในช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดยาว รู้สึกว่าร่างกายได้ผ่อนคลาย หน้าตาสดใสขึ้น ลืมเรื่องงานที่ยุ่งยากได้เลย
5. Happy Brain ข้าพเจ้าได้ผ่านช่วงเวลาที่ถูกฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อช่วงเริ่มทำงานในปีแรก ผ่านมันมาได้ก็มองกลับไปว่ามันคือความโชคดีที่เราได้โอกาสนี้ข้าพเจ้าเริ่มทำงานด้วยภาษาอังกฤษที่อ่อนหัดเลยทีเดียว การเขียนพอได้ แม่น Gramma แต่ทว่าฟังไม่ได้เรื่อง เริ่มทำงานเจอเจ้านายใหญ่เป็นฝรั่งและท่านเจ้านายก็มีความคาดหวังสูงมากในตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็น Project Leader แต่ข้าพเจ้าก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ไม่สามารถคุยโทรศัพท์เจ้านายรู้เรื่อง เค้าจึงตั้งเป้าว่าถ้าข้าพเจ้าไม่สามารถสื่อสารกับเค้าได้ภายใน 6 เดือนข้าพเจ้าต้องหางานใหม่ มันเป็นเป้าหมายที่ยากนะสำหรับเด็กเงินเดื่อนแค่หมื่นกว่าบาท ในความโชคร้ายที่ถูก pressure แต่ความโชคดีก็ยังมีคือทางบริษัทก็ส่งข้าพเจ้าไปเรียนภาษาแบบตัวต่อตัว ข้าพเจ้าต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมดูหนัง ฟัง CD ในสมัยนั้น ในที่สุดข้าพเจ้าก็ทำได้เจ้านายยอมรับที่จะ promote ข้าพเจ้าเป็น project leader
6. Happy Soul ข้าพเจ้าชอบการทำบุญให้กับคนที่เข้าขาดแคลนหรือยากไร้จริงๆ เค้าได้รับการให้จากเราแล้วได้ใช้ประโยชน์สูงสุดข้าพเจ้ารู้สึกดีกับการที่ทำบุญที่วัด แต่บางครั้งก็รู้สึกไม่ดีที่เห็นพระบางองค์นำเงินไปซื้อรถหรูเพื่อเป็นยานพาหนะของตน ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้ไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ที่โรงเรียนตาบอดแล้วยังทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับน้องๆ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าอิ่มบุญก็คือการให้ครั้งนี้ น้องๆ ทานอาหารหมด และดูดีใจกับสิ่งของที่ได้รับ ข้าพเจ้ารับรู้ได้ว่าน้องๆ จะใช้ของที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดแน่นอนและน้องๆยังได้แสดงความดีใจมากเมื่อมีคนมาเยี่ยมพวกเค้า ทำให้พวกเรารู้สึกว่าเราได้ไปเติมความสุขให้น้องๆ เหล่านี้จริงๆ
7. Happy money ข้าพเจ้ามีความสุขกับการจัดการเรื่องการเงิน ข้าพเจ้ามีความภูมิใจมากกับการที่สามารถหาเงินร่วมกันกับสามี ซื้อบ้าน ซื้อรถ และแต่งงานในช่วงเวลาสองปี เราเป็นหนี้ แต่เราก็ใช้เงินอยู่ในระเบียบที่วางไว้ ทำให้เราหมดหนี้ภายในเวลาที่กำหนด ครอบครัวเราเริ่มมาจากศูนย์เพราะเราไม่คาดหวังในมรดกของบิดามารดา ทำให้เราต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสร้างฐานะ ข้าพเจ้าชอบซื้ออสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการซื้อรถยนต์ ชอบลงทุนในสิ่งที่ไม่มีความเสี่ยงและได้ผลตอบแทนสูงข้าพเจ้าชอบหาข้อมูลเรื่องการเงิน พยายามทำทุกทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดทางด้านการเงินเช่นสมัครเป็นตัวแทนขายประกันเพื่อได้รับส่วนลดค่าคอมมิสชัน ไม่ได้สมัครเพื่อต้องการขายเป็นอาชีพต่สมัครเพื่อได้รับส่วนลดในการซื้อเอง
8. Happy Family ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขมากที่มีครอบครัวดี มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดีและซื่อสัตย์อาจจะทะเลาะกันบ้างทุกวันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรักในครอบครัวของเราลดลง เพราะเราก็มีเป้าหมายเดียวกันว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปจนแก่เฒ่า ดูการเจริญเติบโตก้าวหน้าของลูกๆในอนาคต เราจะสร้างสิ่งดีๆให้กับลูกๆไปด้วยกัน มีพ่อแม่ที่คอยช่วยดูแลลูกๆ เพื่อที่จะให้ข้าพเจ้าได้ทำงาน ไม่ต้องลำบากออกจากงานมาเพื่อเลี้ยงลูกเพราะไม่มีคนช่วยดูแล
นางสาวสุดารัตน์ รหัสประจำตัว 565740497-6 MBA EX 20 SEC 03
Happy 8
1. Happy Body ข้าพเจ้ารู้สึกสุขภาพดีในเมื่อได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง และออกกำลังกาย อาหาร โดยสามีข้าพเจ้าจะเตรียมโยเกิร์ต ผสมนม น้ำผึ้งและมะนาวให้ตอนเช้า และเครื่องดื่มมะกรูดโซดาในตอนเย็น ออกกำลังกายกับลูกๆ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รู้สึกดีมากๆ เมื่อได้ทำกิจกรรมนี้กับครอบครัวเพราะข้าพเจ้ามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการทำงานและไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวองเท่าที่ควร ดังนั้นในวันที่ได้ออกกำลังกายก็จะรู้สึกดีมาก อยากจะเพิ่มเวลาการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ให้มากขึ้นเพราะคนเราแก่ขึ้นทุกวัน ข้าพเจ้าก็มีความเชื่อว่าการออกกำลังกายสามารถชะลอความแก่ด้วย
2. Happy Heart ข้าพเจ้ารู้สึกสุขใจมากๆ เมื่อได้หางานให้กับคนที่ไม่มีงานทำ มันเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ต้องใช้ตังค์ ใช้แค่การบอกต่อ ด้วยเจตนาที่เป็นความหวังดีจริงๆ เมื่อคนที่เราหางานให้เค้าได้งานที่ดีแล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเค้าดีขึ้น เค้าสามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ ชีวิตครอบครัวเค้าดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก ลูกๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ เราไม่เพียงได้ช่วยคนคนเดียว แต่เราสามารถช่วยอีกหลายคนในครอบครัวเค้าให้มีความสุขไปด้วย เหมือนเราไม่ได้ทำอะไรมากนัก ทำไมสิ่งที่ทำนั้นมันทำให้คนหลายคนมีความสุขได้ขนาดนี้ ยิ่งได้ฟังน้ำเสียงของคำขอบคุณที่ส่งมาให้ข้าพเจ้าก็ยิ่งปลาบปลื้มใจ
3. Happy Society ข้าพเจ้าชอบมีนิสัยพลปะพูดคุยกะคนอื่นๆ สามารถสร้าง connection ได้เรื่อย ๆ มักจะมีเพื่อนที่ให้ความช่สยเหลือในด้านต่างๆ จากการสร้าง connection เสมอ จนแทบจะบอกได้ว่าเมื่อคิดจะทำเรื่องอะไรแทบจะมีเพื่อนที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ได้จนเจ้านายข้าพเจ้ามักจะเรียกใช้งานข้าพเจ้าเสมอในการมอบหมายงานที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่นงานประกันสังคมก็มีเพื่อน MBA คอยช่วยเหลือ อยากได้รถลีมูซีนมารับลูกค้า ก็มีเพื่อนชมรมสมัยออกค่ายด้วยกันที่มหาวิทยาลัยทำอยู่ อยากได้พนักงานใหม่ก็ไปหาจากรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยและจากเพื่อนๆ โรงงานต่างๆ ที่รู้จัก แม้แต่เรื่องส่วนตัว อยากจะกู้เงินก็มีเพื่อน MBA ทำงานแบ้งค์คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ จนรู้สึกว่าโชคดีจังเลยทำอะไรก็ง่ายไปหมด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่มันเกิดจากการการกระทำที่เราสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น ให้ความช่วยเหลือคนอื่นก่อนแล้วเค้าก็จะช่วยเหลือเราเอง
4. Happy Relax ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้อยู่กับธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ ทำสวน ตัดหญ้า ข้าพเจ้ายินดีที่จะทำเองมากกว่าการจ้างคนมาตัดเพราะค่าแรงทุกวันนี้สูงมาก และประโยชน์ของการทำเองก็คือได้ออกกำลังกาย พักสายตา สูดอากาศบริสุทธิ์ ประหยัด รู้สึกผ่อนคลาย ข้าพเจ้าจะทำกิจกรรมนี้ทุกๆ 10 วัน เพราะไม่งั้นถ้าหญ้ายาวเกินไปก็จะทำให้ตัดยากมากขึ้นมันจะกลายเป็นเรื่องลำบาก แทนที่จะผ่อนคลาย อีกเรื่องที่ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายมากๆคือการมีเวลาพาลูกๆไปเทียวทะเล ในช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดยาว รู้สึกว่าร่างกายได้ผ่อนคลาย หน้าตาสดใสขึ้น ลืมเรื่องงานที่ยุ่งยากได้เลย
5. Happy Brain ข้าพเจ้าได้ผ่านช่วงเวลาที่ถูกฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อช่วงเริ่มทำงานในปีแรก ผ่านมันมาได้ก็มองกลับไปว่ามันคือความโชคดีที่เราได้โอกาสนี้ ข้าพเจ้าเริ่มทำงานด้วยภาษาอังกฤษที่อ่อนหัดเลยทีเดียว การเขียนพอได้ แม่น Gramma แต่ทว่าฟังไม่ได้เรื่อง เริ่มทำงานเจอเจ้านายใหญ่เป็นฝรั่งและท่านเจ้านายก็มีความคาดหวังสูงมากในตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็น Project Leader แต่ข้าพเจ้าก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ไม่สามารถคุยโทรศัพท์เจ้านายรู้เรื่อง เค้าจึงตั้งเป้าว่าถ้าข้าพเจ้าไม่สามารถสื่อสารกับเค้าได้ภายใน 6 เดือนข้าพเจ้าต้องหางานใหม่ มันเป็นเป้าหมายที่ยากนะสำหรับเด็กเงินเดื่อนแค่หมื่นกว่าบาท ในความโชคร้ายที่ถูก pressure แต่ความโชคดีก็ยังมีคือทางบริษัทก็ส่งข้าพเจ้าไปเรียนภาษาแบบตัวต่อตัว ข้าพเจ้าต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมดูหนัง ฟัง CD ในสมัยนั้น ในที่สุดข้าพเจ้าก็ทำได้เจ้านายยอมรับที่จะ promote ข้าพเจ้าเป็น project leader
6. Happy Soul ข้าพเจ้าชอบการทำบุญให้กับคนที่เข้าขาดแคลนหรือยากไร้จริงๆ เค้าได้รับการให้จากเราแล้วได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ข้าพเจ้ารู้สึกดีกับการที่ทำบุญที่วัด แต่บางครั้งก็รู้สึกไม่ดีที่เห็นพระบางองค์นำเงินไปซื้อรถหรูเพื่อเป็นยานพาหนะของตน ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้ไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ที่โรงเรียนตาบอดแล้วยังทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับน้องๆ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าอิ่มบุญก็คือการให้ครั้งนี้ น้องๆ ทานอาหารหมด และดูดีใจกับสิ่งของที่ได้รับ ข้าพเจ้ารับรู้ได้ว่าน้องๆ จะใช้ของที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดแน่นอน และน้องๆยังได้แสดงความดีใจมากเมื่อมีคนมาเยี่ยมพวกเค้า ทำให้พวกเรารู้สึกว่าเราได้ไปเติมความสุขให้น้องๆ เหล่านี้จริงๆ
7. Happy money ข้าพเจ้ามีความสุขกับการจัดการเรื่องการเงิน ข้าพเจ้ามีความภูมิใจมากกับการที่สามารถหาเงินร่วมกันกับสามี ซื้อบ้าน ซื้อรถ และแต่งงานในช่วงเวลาสองปี เราเป็นหนี้ แต่เราก็ใช้เงินอยู่ในระเบียบที่วางไว้ ทำให้เราหมดหนี้ภายในเวลาที่กำหนด ครอบครัวเราเริ่มมาจากศูนย์เพราะเราไม่คาดหวังในมรดกของบิดามารดา ทำให้เราต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสร้างฐานะ ข้าพเจ้าชอบซื้ออสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการซื้อรถยนต์ ชอบลงทุนในสิ่งที่ไม่มีความเสี่ยงและได้ผลตอบแทนสูง ข้าพเจ้าชอบหาข้อมูลเรื่องการเงิน พยายามทำทุกทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดทางด้านการเงินเช่นสมัครเป็นตัวแทนขายประกันเพื่อได้รับส่วนลดค่าคอมมิสชัน ไม่ได้สมัครเพื่อต้องการขายเป็นอาชีพต่สมัครเพื่อได้รับส่วนลดในการซื้อเอง
8. Happy Family ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขมากที่มีครอบครัวดี มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดีและซื่อสัตย์ อาจจะทะเลาะกันบ้างทุกวันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรักในครอบครัวของเราลดลง เพราะเราก็มีเป้าหมายเดียวกันว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปจนแก่เฒ่า ดูการเจริญเติบโตก้าวหน้าของลูกๆในอนาคต เราจะสร้างสิ่งดีๆให้กับลูกๆไปด้วยกัน มีพ่อแม่ที่คอยช่วยดูแลลูกๆ เพื่อที่จะให้ข้าพเจ้าได้ทำงาน ไม่ต้องลำบากออกจากงานมาเพื่อเลี้ยงลูกเพราะไม่มีคนช่วยดูแล
น.ส.ศิริรัตน์ รหัสประจำตัว 565740612-2 MBA Ex.20 Sec 3
Happy 8
น.ส.ศิริรัตน์ รหัสประจำตัว 565740612-2 MBA Ex.20 Sec 3
Happy 8
น.ส.ศิริรัตน์ รหัสประจำตัว 565740612-2 MBA Ex.20 Sec 3
Happy 8
นายบุญชู MBA EX#20 SEC.3 รหัส 565740447-1
Happy 8
1. Happy Body : เซียนสุขภาพดี : ใน 1 สัปดาห์ผมจะพยายามออกกำลังกายในทุกๆ วันที่มีโอกาส เพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกสดชื่น โดยหลังจากเสร็จจากงานแบงก์ผมจะออกไปวิ่งตอนเย็นทุกวัน บางวันก็ไปเตะฟุตบอลกะเด็กๆแถวอำเภอท่าคันโท ถ้าเป็นวันศุกร์หรือเสาร์ก็จะไปวิ่งที่ริมบึงแก่นนครตอนเย็นๆหลังเลิกเรียน แล้วก็ไปตีแบตกับเพื่อนๆ MBA ต่อประมาณ 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม การออกกำลังกายทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้น สุขภาพดีขึ้นครับ
2. Happy Heart : เซียนน้ำใจงาม : เหตุการณ์ครั้งที่ผมรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน คือ เมื่อตอนที่ผมต้องจ่ายสินเชื่อให้แก่ลูกค้าประมาณ 30 ราย ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ ผมต้องจ่ายให้ลูกค้าในวันที่ 30 ก.ค. 2557 มีเวลาทำ 4 วัน ซึ่งเราจะต้องทำเองตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ ตรวจเครดิต ลงระบบ และตัดจ่ายสินเชื่อเองทั้งหมด เพื่อนร่วมงานของผมหลังจากเสร็จงานของตัวเองแล้วก็จะมาช่วยผมทำงานของผมต่อเนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนจากทางผู้จัดการสาขาเพื่อที่จะให้ทันจ่ายในวันที่ 30 ก.ค. 2557 ทำให้ผมรู้สึกซึ้งในน้ำใจของเพื่อนร่วมงานมากครับ
3. Happy Society : เซียนสังคมดี : ผมทำงานในธนาคารออมสินสาขาท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ สังคมที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยนักเมื่อไปอยู่แรกๆ ผมจะเคยชินกับสังคมเมืองมากกว่า แต่เมื่อผมได้ไปสัมผัสทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่นั่นทำให้ผมรู้ว่า คนอำเภอท่าคันโทเป็นกันเองมาก มีอะไรจะช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันตลอด ลูกค้าจะชอบเอาขนม น้ำ มาฝากเสมอ บางครั้งก็ชวนเราไปตกปลาที่บ้านทำอาหารกินกัน หรือแม้ขณะที่ผมได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมชุมชนต่างๆ ก็จะได้รับของติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ ทำให้รู้สึกว่าอำเภอท่าคันโทถึงแม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันภายในชุมชนแห่งนี้
4. Happy Relax : เซียนผ่อนคลาย : เมื่อประมาณต้นเดือน พฤษภาคม 2557 ผมได้มีโอกาสจัดทริปไปเที่ยวเสม็ดกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม MBA ไปกัน 2 คืน 3 วัน ครับ ซึ่งในทริปนี้จะมีทั้งการดำน้ำดูปะการัง มานั่งชิลๆ ผ่อนคลายอารมณ์ของตนเองที่ริมทะเล รวมไปถึงการสังสรรค์กันในตอนกลางคืนแบบเต็มที่ ทำให้ผมสนุกมากๆ ครับ รู้สึกผ่อนคลายและอยากหาโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อีกสักครั้ง
5. Happy Brain : เซียนใฝ่รู้ : เวลาที่ผมทำงานหรือได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ผมไม่รู้ เช่น ผู้จัดการสั่งให้ผมทำงบประมาณปี 2558 ซึ่งเป็นงานที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ผมต้องศึกษาคู่มือที่ทางธนาคารทำออกมาไว้เป็นแนวทางในการทำงาน ส่วนในเรื่องตัวเลขผมจะต้องเป็นคนเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดในสาขาเพื่อนำมาทำงบประมาณ หรืออย่างงานสินเชื่อ ผมก็ไม่เคยทำมาก่อน พอผู้จัดการมอบหมายหน้าที่ให้ ผมก็ต้องอาศัยถามเพื่อนถามพี่ในที่ทำงานเพื่อที่เราจะได้ทำสินเชื่อเป็น จนตอนนี้ทำคล่องมากครับ
6. Happy Soul : เซียนทางสงบ : ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เข้าวัดสักเท่าไหร่ครับ แต่เมื่อประมาณต้นปี 2557 ช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์และไม่มีเรียน ผมมีโอกาสได้ไปวัดหลวงพ่อองค์ตื้อที่จังหวัดหนองคายกับเพื่อนที่ทำงานครับ ขับรถไปกันเอง ไปทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลา ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ รู้สึกว่าจิตใจสงบมากขึ้น มีเวลาคิดอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นครับ
7. Happy Money : เซียนปลอดหนี้ : ความสุขทางการเงินของผมคือ การที่มีหนี้และเราสามารถควบคุมหนี้ของเราไม่ให้มันมากจนเกินไป ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาล้วนต้องมีการกู้เงินเพื่อทำอะไรบางอย่างทั้งนั้น ไม่ว่าจะสร้างบ้าน ซื้อรถ หรือหนี้บัตรเครดิต แต่หากเราควบคุมมันได้ เราก็จะรู้สึกไม่เครียดกับมัน ทุกเดือนผมจะเอารายได้ของตนเองหักกับค่าใช้จ่ายรวมกับหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมด เหลือเท่าไหร่ผมก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมมีความสุขกับการบริหารเงินด้วยตนเองครับ
8. Happy Family : เซียนครอบครัวดี : ครอบครัวของผมเป็นลูกหลานคนจีนครับ เป็นครอบครัวใหญ่ สมาชิกก็ประมาณ 20-30 คนที่อยู่ในขอนแก่น ไม่ค่อยได้มีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้าสักเท่าไหร่ ครั้งที่รู้สึกว่าครอบครัวอบอุ่นคือเมื่อมีงานเทศกาลต่างๆ เช่น เชงเม้ง หรืองานปีใหม่ ครอบครัวผมจะพยายามอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ เหมือนทุกคนจะรู้ว่านี่เป็นวันครอบครัวนะ จะต้องมีการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำอาหารช่วยกัน หรือถ้างานปีใหม่ปีไหนไม่ได้ทานอาหารอยู่บ้านก็จะไปร้านอาหารกันทั้งครอบครัว การได้อยู่ร่วมกันกับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ได้พูดคุยในเรื่องสมัยเด็กๆ เอารูปเก่าๆมาดูแล้วหยอกล้อกัน เป็นความสุขที่ผมหาจากที่ไหนไม่ได้จริงๆ ครับ
อภิวัลย์ สมคำศรี
รหัส 565740508-7
EX#20 S.4
Happy 8
Happy body
สืบเนื่องมาจากเราเป็นคนที่เป็นภูมิแพ้ และขี้เกียจที่สุดคือการออกกำลังกาย และจะบอกเสมอว่าไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย แต่จริงๆอะไม่ใช่ เวลามีมากแต่คนเราส่วนใหญ่จะชอบเอาคำว่า"ไม่มีเวลา"มาอ้าง เป็นภูมิแพ้ค่อนข้างจะรุ่นแรง กินยา ชนิดใหนก็ได้แค่พอทุเลา มีเภสัช พยาบาล หลายท่านมาบอกวิธีในการรักษาดูแลตัวเองก็ไม่หาย วันหนึ่งมีพี่คนหนึ่งที่เป็นคนที่เราแอบรักมาชวนไปเดินแค่เพียงเดินและออกกำลังกายลังที่ทำงาน เล่นกับเพื่อนหลายๆคน ทำให้อาการภูมิแพ้ลดลง พอรุ้สึกว่าดีขึ้นร่ายกายก็ดูสดชื่น และโล่งสบายไม่มีน้ำมูก และเป็นจุดเปลี่ยนของความขี้เกียจ และ เป็นเรื่องราวที่ทำให้เราได้เจอกับคนๆนึงที่ทำให้หัวใจเราโปร่งพอกรุ้สึกรักการออกกำลังกาย และทำให้เรามี Happy Heart อีกด้วยเป็นเสมือนยิงปืนครั้งเดียวได้นก 2 ตัว เป็นอะไรที่มีความสุขทั้งกายและใจ
Happy relex เราเป็นลูกชาวนามีความสุขกับการที่ได้กลับบ้านไปอยู่บ้านกับพ่อกับแม่ และที่ชอบที่สุดคือต้องไปที่ไร่เพราะที่บ้านจะทำไร่อ้อยไร่มันสัมปะหลังและติดกับเขื่อนลำปาว (น่าจัเป็นหลังเขื่อนนะคะ)และจะชอบทำกิจกรรมกับพ่อกับแม่คือปลูกผัก และเมื่อมันออกดอกออกผลมาเราจะนำไปขายตามหมู่บ้านมัและหลังจากที่ปลูหกผักเสร็จ พ่อจะพานั่งเรือไปล่องตามแนวเขื่อนและกระโดดจากเรือลงไปเล่นน้ำกันหลายคน สนุกสนาน มีความสุขเป็นอะไรที่ช่วยทำให้เราไม่ต้องซีเรียส และเป็นการผ่อนคลาย คลายเครียดและที่สำคัญได้ทำกิจกรรมกับครอบครัว
Happy money เป็นเรื่องราวที่พูดไปหลายๆคนอาจจะไม่เชื่อสืบมาจากเราเป็นคนที่เรียนไม่เก่งมาก และครอบครัวก็จนพ่อกับแม่ต้องรับจ้างรายวันเพื่อหาเงินมาส่งเราเรียนจนจบปริญาตรีพอเรียนจบเราจะทำยังงัยเราถึงจะสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวตอบแทนพ่อกับแม่จะได้มีรถขับ ทำบ้านหลังสวยๆได้ วันนึงมีพี่เดินมาบอกว่าให้ไปสมัครงานกับบริษัทประกันแห่งนึงซึ่ง ณ ตอนนั่นเราไม่เคยคิดสักนิดว่าจะทำงานประกันแต่เนื่องจาก ณ วันนั้นเราไม่มีทางเลือกเนื่องจากเดรดที่จบมาน้อยนิดจึงตัดสินใจทำ และนั่นแระคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเราทำงานเพียง 6 เดือนหนูสามารถซื้อรถได้ 1 คัน(ผ่อน 200,000) และเพียง 1 ปีเราสามารถสร้างบ้านหลังสวยถึงจะค่อยๆทำไปทีละนิดแต่สุดท้ายก็ได้บ้านหลังสวย และทำให้ฐานะทางครอบครัวดีขึ้นแม่กับพ่อมีความสุขมีทุกอย่างเหมือนที่ทุกคนมี (แบบพอเพียงนะคะ)ซึ่งจะบอกว่าเป็น Happy family เลยก็ได้เพราะหลังจากที่เราเรียนจบ มีงานทำเป็นหลักเป็นฐานแม่กับพ่อก็มีความสุขและเราก็มีความสุข และได้ดูแลพ่อแม่ให้พ่อแม่สุขสบายหลังจากนั้นเราก็สามารถเก็บเงิน และสร้างฐานะมาได้จนวันนี้
Happy soul เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นซึ่งอาทิตย์ก่อนเราจะย้ายหอซึ่งหอเก่าที่อยู่มาเป็นเวลา 6 ปีซึ่งถือว่าเป็นเวลานานและเราก็ซื้อของเข้าบ้านเยอะมากมีบางอย่างที่ขนกลับบ้านไม่ได้ มีตายายข้างหอฐานะจนมาหนูเลยเอาของที่ขนกลับบ้านไม่หมดยกให้ยายแกหมดเลย ตู้เย็น โต๊ะเก้าอี้ ไมโครเวฟ หนูขนของเสร็จตอนแรกก็นึกเสียดายอยู่นะพอยายแกเดินมาแล้ว"ยกมือไหว้"และก็บอกว่ายายขอบคุณมากเลยนะที่ให้ของยายเยอะขนาดนี้ มองไปในตาแกมีน้ำตาไหลออกมา นะวินาทีนั้นหนูคิดว่าที่หนูคิดเสียดายของที่ยกให้แก ไม่มีเหลือให้แกเลยรุ้สึกอิ่มบุญอิ่มที่เราได้มีโอกาสได้ให้ของแก่คนที่เขาไม่มีโอกาสที่จะมีของเหล่านี้เลย
Happy society จะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือและชอบซื้อหนังสือมะสะสมจนวันหนึ่งหนังสือที่ซื้อมาเยอะมากสะสมได้เป็นตู้ๆๆเยอะมาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่ให้ข้อคิดหนังสือจิตวิทยา หนังสือเกียวกับประสบการ ของแต่ละผู้เขียนพบเจอแล้วมาเขียนเล่าจนทำให้เราอยากไปสถานที่ต่างๆที่เขาไป และอยากก้าวเดินไปเรื่อยๆ วันหนึ่งนั่งมองหนังสือคิดว่าจะทำอย่างไรกับหนังสือพวกนี้ และอยากให้เพื่อนๆได้อ่านหนังสือพวกนี้บ้าง จึงนึกได้ว่าเราก็เล่น society เยอะมากทำไมถึงไม่ใช้ให้มันมีประโยชน์บ้าง จึงถ่ายรูปลงใน fecbook เพื่อให้เพื่อนๆที่สนใจอ่านหนังสือเล่มใหนที่ตัวเองชอบสามารถเข้ามายืมทาง fecbook ได้ และก็มีเพื้อนเข้ามายืมเยอะมาก รุ้สึกมีความสุขที่เพื่อนๆได้อ่านหนังสือที่เราชอบ และใช้ให้มีประโยชน์มากกว่าการใส่ตู้ไว้เฉยๆ
Happy Brain เราจะเป็นคนที่เรียนไม่เก่งเรียนก็เรื่อยเปื่อยเล่นๆๆไม่ค่อยสนใจ เรื่องเรียนเลยเพื่อนๆพูดอะไรก็ไม่รุ้เรื่องจนวันหนึ่งเราเลยรุ้สึกว่าเอ้ยทำไมเราโง่แบบนี้ จนไปวัดได้เห็นเด็กวัดคนหนึ่งเขานั่งอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ เขาเลยบอกว่าเขาจนไม่มีโอกาศได้เรียนต่อจบแค่ ม.6 เขาจึงพยายามที่จะเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือพูดอะไรไปเขาก็รู้ไปหมด จนเรากลับมาคิดว่าเรามีโอกาสเรียนรู้ทำไมเราถึงไม่เรียนรู้ หลังจากวันนั้นมาจึงพยายามค่อยๆอ่านหนังสือทีละนิดโดยเริ่มต้นจากหนังสือที่เราชอบอ่านก่อน และอ่านไปทุกๆเล่มที่มีอยู่ห้อง จนทุกวันนี้ในสมองมจำหนังสือได้แทบทุกเล่ม
อรัญญา วนาทรัพย์ดำรง 565740519-2 Sec.3<p>Happy 8</p><p></p><p>1.Happy Body : ใน 1 สัปดาห์ดิฉันจะพยายามออกกำลังกายให้ได้ 1-2 วัน โดยออกกำลังกายวันละประมาณ 30นาที โดยเวลาในการออกกำลังกายจะอยู่ในช่วง 20.15-21.00 น. เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานแล้ว กีฬาที่ทำเป็นประจำคือ เต็นแอโรบิก หรือ เต็น T25 ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งพอได้ออกกำลังกายแล้วรู้สึกสดชื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรง </p><p>2. Happy Heart : เหตุการณ์ที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเพื่อนคนหนึ่ง วันนั้นเดินทางจากบ้านเพื่อมาขอนแก่นด้วยรถประจำทางซึ่งคำนวณเวลาผิดมาถึงดึกมากๆ ตอนนั้นมาถึงประมาณ 21.00น. รถประจำทางที่จะนั่งเข้าบ้านพักที่ขอนแก่นก็หมดแล้ว ตอนนั้นรถแท็กซี่ก็ไม่มี จึงโทรหาเพื่อนคนหนึ่งที่พักอยู่ขอนแก่น ขอให้เขามารับไปส่งบ้าน ซึ่งพอโทรไป เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก แม่ของเพื่อก็ขับรถมากับเพื่อนแล้วพาไปส่งบ้าน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันประทับใจเพื่อนคนนี้และครอบครัวของเขา ที่ให้ความเอ็นดู และมีน้ำใจในเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถพึ่งครอบครัวได้</p><p>3. Happy Relax : เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกสนุก ผ่อนคลาย คือ ได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับเพื่อนๆ MBA ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกสุดๆ เราได้ไปร้องเพลง ร้องไห้ เล่นน้ำ ดำน้ำ นั่งคุยกันอยู่ชายหาดข้ามวันข้ามคืน กับเพื่อนๆ ที่ไปไหนไปกัน มันเป็นความรู้สึกที่สนุกที่สุดที่เคยไปมา </p><p>4. Happy Brain : สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าทำให้เราเก่งขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการลองผิดลองถูก และเกิดจากการทำผิดพลาดมาแล้ว เนื่องจากข้อผิดพลาดนั้นๆจะเป็นประสบการณ์ที่เราจะจดจำไปตลอดและรำลึกไว้ว่าเราจะไม่ทำอีก ยกตัวอย่างเหตุการณ์ วันนั้นนอนดึก ตื่นขึ้นมาหงุดหงิด ปรากฏว่าลูกค้าพูดแซวขอลดราคาสินค้า ด้วยความที่หงุดหวิดและไม่ควบคุมอารมณ์ จึงได้พูดจาไม่ดีกับลูกค้า ซึ่งเมื่อลูกค้าออกจากร้านไปอารมณ์เย็นขึ้น กลับมานึกย้อนหลังว่าคำพูดที่พูดกับลูกค้าเป็นคำพูดที่ไม่ดี และไม่ส่งผลดีกับร้านเลย มีแต่เสียกับเสีย จึงรู้สึกว่าทำผิดพลาด และคิดว่าจะควบคุมอารมณและจะจำสิ่งที่ทำพลาดไป ว่าจะไม่ทำอีก</p><p>5. Happy Money :ได้นำเงินเดือนที่ได้ส่วนหนึ่งของทุกๆเดือนไปฝากประจำเอาไว้ ซึ่งพอครบกำหนด เราจะมีเงินเป็นก้อนจำนวนหนึ่งในระยะเวลาในการฝาก 2 ปี ซึ่งถือเป็นการควบคุมการใช้เงินและเป็นเงินเก็บส่วนตัวของเราเองเผื่อใช้ในยามจำเป็นในอนาคต</p><p>6. Happy Family : ทุกๆครั้งที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าจะหาโอกาสไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ได้พูดคุยเรื่องไร้สาระ เรื่องส่วนตัวของกันและกัน มันเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันพี่สาวแต่งงานออกไปมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เวลาที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าก็น้อยลง มันยิ่งทำให้รู้ว่าเวลาที่เคยได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าทั้งครอบครัวเป็นเวลาที่มีความสุข และคิดถึงเสมอ</p><p>7. Happy Society : เนื่องจากที่บ้านอยู่ในอำเภอ ที่บ้านขายสินค้าเพื่อการเกษตร ชาวบ้านเวลาเราแนะนำสินค้าไป เช่น ข้าวโพด แตงโม เป็นต้น พอผลผลิตที่ได้เป็นที่น่าพอใจ ลูกค้าก็จะนำมาฝากที่บ้าน ทำให้รู้สึกถึงน้ำใจของคนในอำเภอที่ เอื้อเฟื้อกันอยู่เสมอ </p><p>8. Happy Soul : มีครั้งหนึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำโรงทาน รู้สึกว่าอิ่มบุญมากๆเพราะเราทำอาหารไปเพื่อไปแจกให้คนที่มาวัด ทีแรกทำไปก็คิดว่าใครจะมากิน พอไปถึงคนมารุมกันใหญ่และขออาหารที่เราทำไปเหมือนมันมีคุณค่ามากๆ ซึ่งเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามีคนต้องการ รู้สึกถึงความสุขที่ได้ให้ว่าเป็นอย่างไรค่ะ</p>
Happy 8
1. Happy Body : ใน 1 สัปดาห์ดิฉันจะพยายามออกกำลังกายให้ได้ 1-2 วัน โดยออกกำลังกายวันละประมาณ 30นาที โดยเวลาในการออกกำลังกายจะอยู่ในช่วง 20.15-21.00 น. เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานแล้ว กีฬาที่ทำเป็นประจำคือ เต็นแอโรบิก หรือ เต็น T25 ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งพอได้ออกกำลังกายแล้วรู้สึกสดชื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรง
2. Happy Heart : เหตุการณ์ที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเพื่อนคนหนึ่ง วันนั้นเดินทางจากบ้านเพื่อมาขอนแก่นด้วยรถประจำทางซึ่งคำนวณเวลาผิดมาถึงดึกมากๆ ตอนนั้นมาถึงประมาณ 21.00น. รถประจำทางที่จะนั่งเข้าบ้านพักที่ขอนแก่นก็หมดแล้ว ตอนนั้นรถแท็กซี่ก็ไม่มี จึงโทรหาเพื่อนคนหนึ่งที่พักอยู่ขอนแก่น ขอให้เขามารับไปส่งบ้าน ซึ่งพอโทรไป เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก แม่ของเพื่อก็ขับรถมากับเพื่อนแล้วพาไปส่งบ้าน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันประทับใจเพื่อนคนนี้และครอบครัวของเขา ที่ให้ความเอ็นดู และมีน้ำใจในเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถพึ่งครอบครัวได้
3. Happy Relax : เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกสนุก ผ่อนคลาย คือ ได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับเพื่อนๆ MBA ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกสุดๆ เราได้ไปร้องเพลง ร้องไห้ เล่นน้ำ ดำน้ำ นั่งคุยกันอยู่ชายหาดข้ามวันข้ามคืน กับเพื่อนๆ ที่ไปไหนไปกัน มันเป็นความรู้สึกที่สนุกที่สุดที่เคยไปมา
4. Happy Brain : สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าทำให้เราเก่งขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการลองผิดลองถูก และเกิดจากการทำผิดพลาดมาแล้ว เนื่องจากข้อผิดพลาดนั้นๆจะเป็นประสบการณ์ที่เราจะจดจำไปตลอดและรำลึกไว้ว่าเราจะไม่ทำอีก ยกตัวอย่างเหตุการณ์ วันนั้นนอนดึก ตื่นขึ้นมาหงุดหงิด ปรากฏว่าลูกค้าพูดแซวขอลดราคาสินค้า ด้วยความที่หงุดหวิดและไม่ควบคุมอารมณ์ จึงได้พูดจาไม่ดีกับลูกค้า ซึ่งเมื่อลูกค้าออกจากร้านไปอารมณ์เย็นขึ้น กลับมานึกย้อนหลังว่าคำพูดที่พูดกับลูกค้าเป็นคำพูดที่ไม่ดี และไม่ส่งผลดีกับร้านเลย มีแต่เสียกับเสีย จึงรู้สึกว่าทำผิดพลาด และคิดว่าจะควบคุมอารมณและจะจำสิ่งที่ทำพลาดไป ว่าจะไม่ทำอีก
5. Happy Money :ได้นำเงินเดือนที่ได้ส่วนหนึ่งของทุกๆเดือนไปฝากประจำเอาไว้ ซึ่งพอครบกำหนด เราจะมีเงินเป็นก้อนจำนวนหนึ่งในระยะเวลาในการฝาก 2 ปี ซึ่งถือเป็นการควบคุมการใช้เงินและเป็นเงินเก็บส่วนตัวของเราเองเผื่อใช้ในยามจำเป็นในอนาคต
6.Happy Family : ทุกๆครั้งที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าจะหาโอกาสไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ได้พูดคุยเรื่องไร้สาระ เรื่องส่วนตัวของกันและกัน มันเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันพี่สาวแต่งงานออกไปมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เวลาที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าก็น้อยลง มันยิ่งทำให้รู้ว่าเวลาที่เคยได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าทั้งครอบครัวเป็นเวลาที่มีความสุข และคิดถึงเสมอ
7. Happy Society : เนื่องจากที่บ้านอยู่ในอำเภอ ที่บ้านขายสินค้าเพื่อการเกษตร ชาวบ้านเวลาเราแนะนำสินค้าไป เช่น ข้าวโพด แตงโม เป็นต้น พอผลผลิตที่ได้เป็นที่น่าพอใจ ลูกค้าก็จะนำมาฝากที่บ้าน ทำให้รู้สึกถึงน้ำใจของคนในอำเภอที่ เอื้อเฟื้อกันอยู่เสมอ
8. Happy Soul : มีครั้งหนึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำโรงทาน รู้สึกว่าอิ่มบุญมากๆเพราะเราทำอาหารไปเพื่อไปแจกให้คนที่มาวัด ทีแรกทำไปก็คิดว่าใครจะมากิน พอไปถึงคนมารุมกันใหญ่และขออาหารที่เราทำไปเหมือนมันมีคุณค่ามากๆ ซึ่งเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามีคนต้องการ รู้สึกถึงความสุขที่ได้ให้ว่าเป็นอย่างไรค่ะ