เอาสองจุดสองล้านๆมาพัฒนาอีสานดีไหม

เรื่องเงินกู้สองจุดสองล้านๆ แม้มันจะนำไทยสู่ความล่มสลายจากวิกฤตหนี้ท่วมดังที่ผมได้ทำนายไว้แล้วในบทความก่อน แต่มันคงห้ามได้ยาก (นอกจาก...)

แทนที่จะเอาเงินไปถมให้กับระบบรางเสียหมด ผมเสนอให้ปรับเอามาพัฒนาอีสานดีกว่า (วันนี้คำว่า “ราง” กลายเป็นมนต์ตราไปเสียแล้ว) 

เพราะหากยังปล่อยให้อีสานยากจนทิ้งห่างภาคอื่นไปเรื่อยๆ แบบนี้ นี่ก็เป็นจุดตายของประเทศไทยเช่นกัน   เพราะอีสานมีพลเมืองมากย่อมฉุดหรือช่วยชาติได้มากเป็นเงาตามตัว

ปัญหาอีสานที่ยิ่งใหญ่หนักหนาวันนี้คือ พ่อแม่ทิ้งลูกเต้าเข้าไปหางานทำให้นิคมอุตสาหกรรมริมทะเลหรือปริมณฑล  ส่งผลให้ลูกเต้าเสียเด็กกันหมด  ไม่ยอมเรียนหนังสือ  กล่าวคือเด็กหญิงชายมีเพศสัมพันธ์เร็วมาก (ป ๖ ม ๑)   และยกพวกตีกัน ซึ่งตำรวจแทนที่จะห้ามกลับชอบ เพราะหากมีการตีกันก็ต้องมีการจับกุม  มีการประกันตัวออกจากคุก ก็ต้องมีค่าประกันทั้งสองฝ่าย  (เรื่องนี้ผอ. รร. อีสานจำนวนนับสิบ เล่าให้ผมฟังอย่างตรงกันหมด)

...ก็น่าเห็นใจตำรวจท่าน เพราะอีสานมันจน ตำรวจหาลำไพ่จากอุตสาหกรรม คลับ บาร์ไม่ค่อยได้   ก็มีเพียงกั้นด่านถนน และจับเด็กตีกันนี่แหละกระมัง เป็นรายได้หลัก

แล้วเด็กคืออนาคตของอีสาน แล้วถ้าเด็กอีสานเป็นเช่นนี้อนาคตอีสานจะเหลืออะไรหรือ ส่งผลต่ออนาคตชาติไทย

ถ้าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็คือ เอานิคมอุตสาหกรรมมาตั้งที่อีสานสิ  พ่อแม่จะได้ไม่ต้องทิ้งครัวไปไกลเพื่อหากิน

เฟสแรก เอามาตั้งที่ประตูอีสานก็ได้ เช่น ที่บ้านผม โคราชก็ได้  แล้วทำระบบรางเชื่อมเข้า กทม.  และไปที่ท่าเรือ (ส่งออก)  (ไม่อยากได้นิคมฯ มาอยู่หลังบ้านผมหรอก แต่เพื่อชาติก็ต้องยอมทน) 

แบบนี้ก็บรรเทาปัญหาไปได้มาก เพราะคนอีสานมาทำงานจากจว. โดยรอบ อย่างน้อยสามารถกลับไปเยี่ยมบ้านดูแลลูกเต้าพ่อแก่แม่ใหญ่ได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์

เฟสสองคือ กระจายออกไปยังจว. อื่น เช่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธิ์ สารคาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของอีสาน 

เฟสสามคือไปทุกจังหวัด

นอกจากจะแก้ปัญหาสังคมแล้ว ยังกระจายความเจริญ ไปอีสานด้วย เพราะจะมีธุรกิจบริการตามมาอีกมาก ทำให้คนอีสานมีรายได้สูงขึ้น

รัฐบาลชอบพูดเรื่องโลจิสติก  แต่ลืมโลจิสติกที่สำคัญที่สุด คือ ช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ ที่มีปัญหาการขนส่งคนอีสานจากริมทะเล กลับไปเยี่ยมบ้าน และขนกลับมาทำงานเมื่อหมดเทศกาล

ถ้าทำแบบที่ผมเสนอมาก็หมดปัญหา แถมใครทำได้ก่อน รับรองว่าเสียงคนอีสานจะเลือกพรรคการเมืองของคุณไปอีกนาน

...คนถางทาง (๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖)

-