พรบ.วิชาชีพหมออนามัย

                                                    นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)

   


  

                                       


วันที่ 21 เดือนมีนาคม 2556 พี่น้องชาวสาธารณสุขทั่วประเทศประมาณหนึ่งหมื่นคนขึ้นไปได้มาประชุมกันกันที่หน้ารัฐสภาสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้อง พรบ.วิชาชีพหมออนามัย ที่ทางรัฐบาลได้ผ่านวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่มีความคืบหน้า หมออนามัยทั่วประเทศจึงได้รวมตัวกันมาเรียกร้องคำมั่นคำสัญญาที่สภาผู้แทนราษฎรรับปากไว้ และมีวุฒิสมาชิกบางท่านที่ไม่เข้าใจบทบาทของหมออนามัยในการตรวจโรคขั้นพื้นฐาน และในวันที่ 27 เดือนมีนาคม 2556 จะมีการเปิดประชุมทั้งสองสภา หากไม่ผ่านพรบ.วิชาชีพหมออนามัย จะมีการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ขอให้พี่น้องหมออนามัยไปให้จำนวนมาก ข้าพเจ้าอยู่เกาะติดทุกสถานการณ์ตลอดในวันนี้ เพื่อต่อสู้ พรบ.วิชาชีพหมออนามัย

นายไพศาล บวงชวด นายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันที่ 21 มีนาคม 2556 ผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข เครือข่ายชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาคมหมออนามัย สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จากทั่วทุกภูมิภาคกว่า 5,000 คน ในนามของประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเสนอให้มีร่างพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ.....จะเดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการประชุมพิจารณาร่างพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ...ของคณะกรรมาธิการร่วมกันของ 2 สภา รวมถึง เรียกร้องต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ยืนยันและคงความหมายในนินามตามร่างมาตรา 3 และมาตรา 50 บทเฉพาะกาล พร้อมทั้งเร่งนำร่างพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ส่งคืนเพื่อบรรจุเข้าวาระการประชุมของรัฐสภาเพื่อดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัตินี้ เพื่อให้มีการบัญญัติกฎหมายนี้ไปบังคับใช้ได้ในปี 2556 หากเกิดความล่าช้า นักสาธารณสุขและหมออนามัยที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ รพ.สต.ทุกแห่ง จะนัดรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลในการยุติบทบาทที่จะต้องทำหน้าที่ให้บริการประชาชนทางด้านการดูแล รักษาพยาบาลเบื้องต้น หรือบางหน้าที่ที่ไปก้าวล่วงวิชาชีพแพทย์ พยาบาลหรือวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆ
นายไพศาล กล่าวอีกว่า เห็นด้วยกับสภาผู้แทนราษฎรในการให้คงความหมายเดิมไว้ในร่างมาตรา 3 ที่ระบุคำนิยาม วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน และการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนตามร่างพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. ...ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบและคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ซึ่งเห็นว่า ไม่สมควรตัดความหมายในสาระสำคัญเกี่ยวกับ การบำบัดรักษาโรคเบื้องต้นการตรวจวินิจฉัยและการบำบัดรักษาโรคเบื้องต้น และการตรวจประเมินอาการเจ็บป่วย ออกจากคำนิยาม วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เนื่องจากนักสาธารณสุขเหล่านี้ และที่ชาวบ้านรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี คือ หมออนามัยซึ่งปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ในรพ.สต. หรือเดิมคือ สถานีอนามัย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน รพ.สต. ประกอบด้วย นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข พยาบาลเทคนิค และพยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุขกลุ่มนี้ปฏิบัติงานทดแทนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆเพราะ รพ.สต.ไม่มีแพทย์ประจำอยู่และมีขีดความสามารถในการส่งเสริมสุขภาพ ดูแล รักษา และป้องกันโรคระดับปฐมภูมิ
นายไพศาล กล่าวด้วยว่า ในทางนิตินัยกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ออกระเบียบปี 2539 ให้นักวิชาการสาธารณสุขทำหน้าที่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ในหลายด้าน ได้แก่ การรักษาพยาบาลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการโรค เช่น ไข้ตัวร้อน โรคหวัด โรคไอกรน ฯลฯ ด้านศัลยกรรม เช่น ผ่าฝี เย็บบาดแผลที่ไม่สาหัส ฯลฯ การทำคลอดในรายปกติ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค การวางแผนครอบครัว การฉีดยาคุมและจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิด การเจาะโลหิตจากปลายนิ้วหรือหลอดเลือดดำเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือเพื่อบริจาคเข้าธนาคารเลือด การให้ปฐมพยาบาลเกี่ยวกับการได้รับสารพิษ สัตว์มีพิษกัดต่อย การแพ้ยา และการเสียเลือด เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงก็คือนักสาธารณสุขหรือหมออนามัยได้ปฏิบัติงานต่างๆ เช่นนั้นอยู่แล้ว
นายไพศาล กล่าวอีกด้วยว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาในบทเฉพาะกาล ร่างมาตรา 50 ที่ห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.นี้ ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ดำรงตำแหน่งนายกสภาการสาธารณสุขชุมชนและเลขาธิการสภาการสาธารณสุขชุมชนภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.นี้ เพื่อป้องกันการมีส่วนได้เสีย สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขและองค์กรเครือข่ายสาธารณสุข เห็นว่า กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.ฉบับนี้ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำหน้าที่ในการศึกษาและพิจารณากลั่นกรองเท่านั้น การตัดสินใจลงมติเห็นชอบขั้นสุดท้ายอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กรรมาธิการวิสามัญที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสนอร่างพรบ.ที่มิใช่สมาชิกสภาแต่ละสภา จึงไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย

อุดมลักษณ์-โอชิษฐ์” หนุนกฎหมายวิชาชีพสาธารณสุข ระบุเป็นกำลังใจให้คนทำงานที่อุทิศตัวเพื่อชาวบ้านมายาวนาน และจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี ช่วยเป็นหูเป็นตารัฐบาลในการป้องกันโรค

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในการรับหลักการ ร่างพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่หมออนามัย ซึ่งอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านและเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน แต่กลับไม่มีกฎหมายวิชาชีพรองรับ จะได้มีหลักประกันในอาชีพ เพราะรอคอยกันมาเกือบ 100 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่เคยได้รับการดูแลในเรื่องวิทยฐานะ

ส่วนตัวเคยได้รับการร้องขอจากหมออนามัย ว่าเขาก็เป็นหมอที่ทำงานดูแลชีวิตพี่น้องประชาชน ใช้หลายวิชาชีพมาตรวจรักษาคนไข้ และยังต้องทำงานหนัก อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล”

นางอุดมลักษณ์ กล่าวอีกว่า แม้ทุกวันนี้จะมีการเปลี่ยนสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ชาวบ้านเรียกว่าคุณหมอ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่ไม่ได้มีวิชาชีพรองรับ ดังนั้นในฐานะที่ตนเองเคยเป็นพยาบาล อยู่ในสายงานเดียวกัน ก็รู้สึกเห็นใจคนที่ทำงานเพื่อชาวบ้านมาโดยตลอดแต่ไม่ได้รับการดูแล มาถึงวันนี้จึงถือว่าเป็นวันที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้อยากขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุนให้เกิดวิชาชีพการสาธารณสุข อย่างจริงจัง เพื่อให้ความเป็นธรรมในการประกอบวิชาชีพ แม้ว่ารัฐบาลจะมัวไปให้ความสำคัญกับบางเรื่องจนเกิดความล่าช้า แต่ก็ยังดีใจที่สุดท้ายเรื่องนี้ก็เข้ามาสู่การพิจารณาของสภา เพราะจะเป็นกำลังใจให้คนทำงาน ส่งผลให้เกิดการบริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลในการดูแลป้องกันโรคต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชน

ด้านนายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าต้องยินดีกับผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขหรือหมออนามัย และถือว่าการเสนอกฎหมายนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะผู้ปฏิบัติงานในระบบสุขภาพที่มีอยู่ 7 กลุ่มทุกวันนี้มีเพียงหมออนามัยที่ยังไม่มีสภาวิชาชีพเป็นของตัวเอง “เรามีหมออนามัยทั่วประเทศประมาณ 5 หมื่นคน คนเหล่านี้ต้องเสียสละมาก ยอมอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ต้องตากแดดขี่รถออกไปเยี่ยมชาวบ้านตามหมู่บ้าน วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ได้ยกระดับศักดิ์ศรี ให้ทุกคนได้เห็นว่าหมออนามัยเป็นคนสำคัญในการดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น โดยมีการดูแลคุณภาพและมาตรฐานโดยสถาบันวิชาชีพสาธารณสุข”

นอกจากนี้เชื่อว่าจะทำให้ระบบปฐมภูมิมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ถ้าวันนี้ พรบ.นี้ผ่านสภาไปได้ ก็จะเกิดประโยชน์มาก หมออนามัยก็มีกำลังใจทำงานมากขึ้น ประชาชนก็ได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

           หมออนามัยทุกคน สู้ สู้ สู้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่าน ที่ร่วมแรงร่วมใจเพื่ิอ พรบ.วิชาชีีพ