ปีนี้เป็นปีที่ภาคใต้ร้อนและแห้งแล้งมากครับ ฝนก็ไม่ตกแม้ในหน้าฝนที่ผ่านมา แล้วตอนนี้ก็เริ่มร้อนหนักเป็นหน้าร้อนเต็มตัวแล้ว ผมเลยเร่งเครื่องกลยุทธ "บ้านเย็น" ของผมเต็มที่ครับ

กลยุทธของผมคือการสร้าง "ป่าในบ้านจัดสรร" ครับ แล้วป่านี้ไม่ใช่ป่าธรรมดาแต่ต้องเป็น tropical rain forest อีกต่างหากให้สมกับเป็นพื้นที่ในภาคใต้ที่ซ้ายติดอ่าวไทยขวาติดอันดามันครับ

แต่การทำป่าในบ้านจัดสรรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบ้านผมเป็นบ้านจัดสรรที่ปลูกอยู่บนดินลูกรังถม ปลูกต้นไม้อะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ตอนมาอยู่แรกๆ นั้นปลูกต้นไม้แล้วรดน้ำธรรมดาแทบจะไม่แตกใบใหม่เลย บางต้นก็แห้งตายสนิทอีกต่างหาก เดาว่าดินที่ถมนี่ไม่มีสารอาหารอะไรเลย แถมยังแข็งมีหินปนอยู่เยอะอีกด้วย รากต้นไม้ก็ชอนไชได้ลำบาก

ดังนั้นในปีที่ผ่านมาผมทำระบบสปริงเกอร์รอบบ้านเพื่อให้สามารถรดน้ำต้นไม้แบบค่อยๆ ให้น้ำซึมลงในดินได้ ซึ่งมีข้อดี (ที่ผมเดาเอา) ว่าน้ำมันซึมช้าๆ ทีละนิด มันก็สามารถทำให้ดินนุ่มลงได้ แล้วการที่ไม่ได้รดเฉพาะโคนต้นแต่กระจายออกไปรอบๆ เป็นการกระตุ้นให้ต้นไม้ต้องแตกรากออกมากว้างๆ เพื่อจะไปให้ถึงน้ำ การที่ต้นไม้แตกรากออกมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งแตกใบมากขึ้นเท่านั้น

การรดน้ำด้วยสปริงเกอร์นั้นเพิ่มค่าน้ำอีกไม่มากครับ แต่ช่วงนี้ผมเปิดสปริงเกอร์นานมากเป็นพิเศษ เรียกว่าให้น้ำกันให้อิ่มแปร้ไปเลย แถมด้วยการลงปุ๋ยอินทรีย์อีกเรื่อยๆ ไม่ให้ขาดครับ

ผลลัพธ์น่าดีใจที่ต้นไม้แตกใบอ่อนและขยายพุ่มออกมาขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันนั้นตัวบ้านในชั้นหนึ่งนั้นแทบจะไม่ร้อนมากแล้ว แต่ชั้นสองยังร้อนระอุอยู่เพราะต้นไม้ยังโตไปไม่ถึง แต่ดูจากแนวโน้มการเติบโตแล้ว ภายในไม่เกินสองปีบ้านชั้นสองน่าจะพออยู่ได้ในตอนกลางวันโดยไม่ต้องเปิดแอร์ให้เปลืองไฟ

ครอบครัวผมไม่ชอบแอร์ โดยเฉพาะ อ.จัน ไม่ชอบเอามากๆ แต่เราติดแอร์ในห้องชั้นสองเพราะตอนย้ายมาอยู่ใหม่ๆ นั้นมันร้อนเหลือทน แต่ไม่ติดในชั้นล่างเพราะตั้งใจว่าจะทำให้บ้านอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้แอร์ให้ได้

เดี๋ยวนี้การติดแอร์นั้นไม่แพงเท่าไหร่ แต่สิ่งที่แพงคือค่าไฟฟ้า ส่วนค่าน้ำประปาก็ไม่ใช่ว่าถูก แพงไม่น้อยกว่าค่าไฟฟ้า แต่ผมตัดสินใจว่าถ้าเลือกที่จะต้องสิ้นเปลืองแล้ว ขอสิ้นเปลืองค่าน้ำในปัจจุบันเช่นนี้ดีกว่า เพราะอัตราการสิ้นเปลืองน้ำจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อต้นไม้รกครึ้ม ซึ่งทำให้ดินสามารถเก็บความชื้นไว้ได้มากขึ้น ในขณะถ้าเลือกการติดแอร์จะไม่มีโอกาสลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวลงเลย ยิ่งกว่านั้นแอร์ยังมีอายุการใช้งาน แอร์เก่าแล้วก็ต้องเปลี่ยน แต่ต้นไม้รอบบ้านนั้น ยิ่งเก่าก็ยิ่งเย็น ไม่ต้องเปลี่ยนต้นไม้หรือล้างใส้กรอง และต้นไม้ทุกต้นเบอร์ห้าแน่นอน แถมยังให้ใบไปจิ้มน้ำพริกและผลให้กินเล่นอีกต่างหาก

ยิ่งกว่านั้นผนังบ้านบางส่วนผมให้ต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยขึ้นไปคลุม ตอนนี้มีต้นเหลืองชัชวาลย์คลุมอยู่ด้วย (แต่ไม่เคยออกดอกเลย) ต้นไม้ที่เลี้อยตามผนังบ้านนี้ทำให้ผนังเย็นไม่ว่าจะโดนแดดมากแค่ไหนก็ตาม ไม่มีเทคโนโลยีผนังบ้านเย็นอะไรที่จะทำได้เท่านี้อีกแล้วครับ

ผมอยากเห็นคนไทยใช้กลยุทธบ้านเย็นแบบผมนี้กันเยอะๆ เราจะได้เห็นหมู่บ้านจัดสรรเขียวชอุ่มไม่ดูแห้งแล้งเหมือนในปัจจุบันครับ