การใช้ชีวิตของผู้เขียนที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ เอื้อต่อการปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพกายที่ดี ด้านอาหาร อากาศ ออกกำลังกาย และอารมณ์ และการปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพดีตามคาถา "กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินกล้วยน้ำว้าเป็นขนมหวาน และเดินให้นานวันละ 5,000 ก้าว"

"ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์" ได้เชิญชวนให้สมาชิก GotoKnow ร่วมบันทึก “ใช้สื่อออนไลน์อย่างไรเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพ" โดยได้กำหนดแนวการเขียนบันทึกให้ตอบโจทย์ 1) ท่านได้ใช้หรืออยากใช้สื่อออนไลน์อย่างไรเพื่อการส่งเสริมด้านการดูแลสุขภาพ 2) บันทึกใดบ้างที่ท่านคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของท่านและคนรอบข้าง และ 3) ท่านอยากเสนอโครงการการดูแลสุขภาพอะไรบ้างที่อยากจะให้เกิดขึ้นใน GotoKnow

ผู้เขียนได้รับทราบข้อเชิญชวนดังกล่าว ในช่วงเวลาที่เกือบจะสิ้นสุดเวลาการลงบทความแล้ว แต่อยากจะมีส่วนร่วม เพราะว่างเว้นการเขียนบันทึกใน GotoKnow มานาน จึงขอเสนอบทความตามชื่อเรื่องข้างล่าง
ซึ่งจะเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเอง ตามสองประเด็นแรกที่กล่าวถึงข้างบน

      

"สื่อออนไลน์" ที่ผู้เขียนได้ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ คือ Gotoknow.org ซึ่งได้ใช้ในอัตราส่วนประมาณ 90 % (โดยได้สร้าง Plannet "Well-being" เพื่อรวบรวมบันทึกเพื่อการมีสุขภาวะที่ดีไว้ด้วย) และ Facebook ซึ่งได้ใช้ในอัตราส่วนประมาณ 10 %

"สุขภาพ" ณ ที่นี้ จะนิยามตามที่ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้ให้ความหมายไว้ในธรรมนูญ (Constitution) ขององค์การว่า “สุขภาพ หมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม" สุขภาพทางกาย คือ การมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นโรค และมีสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ สุขภาพทางจิตใจ คือ การมีจิตใจที่มีความสุข เบิกบาน มีเมตตา มีสติ มีสมาธิ และสุขภาพทางสังคม คือ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น มีครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง (ในภายหลัง สสส.ได้เพิ่ม สุขภาพทางจิตวิญญาณ : Spiritual Health เข้ามาอีกองค์ประกอบหนึ่ง) 

การใช้ชีวิตของผู้เขียนที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ เอื้อต่อการปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพกายที่ดี ด้านอาหาร อากาศ ออกกำลังกาย และอารมณ์ และการปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพดีตามคาถา "กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินกล้วยน้ำว้าเป็นขนมหวาน และเดินให้นานวันละ 5,000 ก้าว" ที่ "คุณวอญ่า ผู้เฒ่า หน้าตาเฉย" ได้เสนอแนะไว้ใน GotoKnow 

ในด้าน "อาหาร" ที่ฟาร์มไอดินฯ มีทั้งบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ที่เลี้ยงปลานิล ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลานวลจันทร์ ฯลฯ และบ่อซีเมนต์เลี้ยงปลาดุก จึงเอื้อต่อ "การกินปลาเป็นหลัก" 

       

อนึ่ง ผู้เขียนได้ "ทานผักเป็นยา" เพราะมีนิสัยชอบรับประทานผักมาตั้งแต่เด็กๆ ตามที่แม่ปลูกฝัง และที่ฟาร์มก็มีเนื้อที่กว้างขวาง (ประมาณ 10 ไร่) ทำให้สามารถปลูกผักไว้รับประทานได้หลายชนิด เช่น จิก ติ้ว เสม็ด สะเดา มะตูมซาอุฯ ก้างปลาเขา  ถั่วแปบ โสมไทย ชีช้าง ปลูกรอบขอบบ่อปลา ผักหวานบ้าน ผักหวานจีน ยอดตอง บุษบาริมทาง ชะมวง มะกรูด ฯลฯ ปลูกที่สวนครัว/สวนสมุนไพร ฟักข้าวปลูกระหว่างเรือนเพาะชำกับอาคารอเนกประสงค์ มะตูม มะรุม มะกอก มะกล่ำ ชะอม ปลูกท้ายฟาร์ม ลิ้นฟ้า ปลูกแซมสวนกล้วยและสวนมะม่วง พริก มะเขือ มะเขือเทศ มะเขือพวง ข่า ตะไคร้ แมงลัก กะเพรา แค สระแหน่ ชะพลู กระถิน ปลูกหลังบ้าน และยังมีผักที่เกิดเอง เช่น ขี้เหล็ก ที่เก็บไว้บางต้น และผักขมในท่อซีเมนต์ที่ปลูกมะนาว การใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ผู้เขียนปฏิบัติในชีวิตประจำวันตามคำแนะนำของ "คุณกานดาน้ำมันมะพร้าว" กัลยาณมิตร GotoKnow อนึ่ง การรับประทานพืชผักสมุนไพรที่ปลูกเองด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ทำให้ปลอดภัยจากสารพิษ

         

ในช่วงนี้ ที่ฟาร์มได้ใช้ "น้ำต้มใบรางจืดผสมใบเตย" เพื่อสลายหินปูน ซึ่งจากข้อมูลที่ได้ศึกษามาระบุว่า หินปูนหรือกรดยูริกเมื่อไปเกาะตามกระดูกจะทำให้ปวดเมื่อย เกาะที่กระดูกสันหลังจะเป็นกระดูกงอกทับเส้นประสาท อยู่ในลำใส้ทำให้การขับถ่ายไม่ดี อยู่ที่สมองทำให้สมองเสื่อม อยู่ที่จอประสาทตาทำให้ตาเป็นต้อ และอยู่ที่ขั้วปอดทำให้เป็นหอบหืด ซึ่งอาการเกือบทั้งหมดที่กล่าวมา แสดงออกในพ่อใหญ่สอผู้จัดการฟาร์มก่อนที่จะไปใช้ชีวิตที่ฟาร์ม ส่วนผู้เขียนเองไม่มีอาการใดๆ ดังกล่าวแต่ก็ดื่มเพื่อเป็นการป้องกันก่อนที่อาการจะเกิด

       

ที่ฟาร์มมีสวนกล้วยที่ปลูกกล้วยกินได้หลายชนิด รวมทั้งกล้วยน้าว้า จึง "กินกล้วยเป็นขนมหวานหรือเป็นผลไม้หลักหลังอาหาร" เราไม่เคยนำกล้วยไปขาย พอเครือใดเริ่มมีลูกสุก ก็จะตัดแบ่งให้คนงาน ที่เหลือนำไปผูกไว้ที่ต้นชงโคและทยอยตัดลูกที่สุกไปรับประทาน บางเครือตัดไปฝากญาติและคนคุ้นเคย เครือที่ใหญ่มากๆ จะนำไปที่วัดตัดหวีงามๆ ถวายพระ ที่เหลือแขวนไว้ให้ชาวบ้านที่ไปวัดได้รับประทาน

      

ในด้าน "การออกกำลังกาย" นั้น การเดินไปเดินมาทำงานบ้านเองทุกอย่าง รวมทั้งการเดินสำรวจความเรียบร้อยทั้งด้านหน้าและในบริเวณฟาร์ม และบางวันก็ไปสำรวจสวนยางเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ และกิจกรรมการปลูก ดูแลบำรุงรักษาไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล และพืชผักที่ฟาร์ม ทำให้แต่ละวันผู้เขียนต้องเดินไปมาเป็นระยะทางวันละหลายกิโลเมตร (ไม่เคยนับจำนวนก้าว)

              

       

       

ในด้าน "อากาศ" เนื่องจากฟาร์มตั้งอยู่ในที่โล่ง ทั้ง 4 ด้านแวดล้อมด้วยทุ่งนา และรอบบ้านก็ปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้มากมาย จึงทำให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น และลมพัดผ่านเย็นสบาย ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมสุขภาพกาย 

      

      

และในด้าน "อารมณ์" การได้ปลูกดูแลไม้ดอกไม้ประดับท่ามกลางความสงบเงียบ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบ ทำให้มีสมาธิ มีความสงบสุขทางใจ และเมื่อเห็นไม้ที่ปลูกออกดอกบานสะพรั่งก็ทำให้มีจิตใจที่เบิกบาน ส่งผลต่อการมีสุขภาพทางจิตใจที่ดี

       

     

ผู้เขียนใช้ Facebook น้อยมาก โดยจะใช้เมื่อต้องการเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของลูกๆ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกสาว อย่างเช่น ผู้เขียนและพี่ๆ ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในการรับปริญญาของน้องชายคนเล็กในวันที่ 8 มีนาคม และมีการเลี้ยงอาหารเย็นแสดงความยินดีในคืนวันที่ 7 มีนาคม ลูกสาวของผู้เขียนได้ไปที่สวนอาหารหลังคนอื่นๆ กลับที่พักแล้ว เพราะเธอติดงาน และคืนนั้นกว่าเธอจะได้เดินทางกลับที่พักก็ประมาณ 23.00 น. เธอบอกว่าจะต้องไปส่งน้องที่คุ้นเคยที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 06.00 น.ของวันรุ่งขึ้น เพื่อเดินทางไปอเมริกา ผู้เขียนรู้ว่าเธอตื่นทันไปส่งก็จากภาพและข้อความที่เธอโพสต์ใน Facebook  ดังภาพล่างขวา 

     

อนึ่ง ข้อความที่ลูกโพสต์ใน Facebook (ดังตัวอย่าง) ก็ทำให้ทราบความรู้สึกนึกคิด และงานของลูกด้วย นับว่า Facebook ได้ช่วยเสริมสร้างสุขภาพทางสังคม คือความสัมพันธ์ในครอบครัว ของผู้เขียนด้วย

...เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเลือก..เช็คเมลล์เจองาน เวลานี้ เรากำลังจาเตรียมตัวออกไปฟิตเนส...
และเมื่อเปิดอ่านดูรายละเอียดของงาน..และพิจารณาดูแล้ว งานไม่น่าจะรีบด่วนมาก...จึงเลือกที่จะให้เวลาตัวเอง...ไปออกกำลังกายก่อน แล้วค่อยกลับ มาทำงาน การงานเป็นหน้าที่ แต่เราจงใช้ชีวิต...อย่าให้ชีวิตใช้เราาาาา... ลำดับความสำคัญ จัดสรรเวลาให้พอดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวเราเอง...

ประกาศ ประกาศ งาน TVC ตัวใหม่ (อย่าพึ่งงงกันนะคะ TVC ย่อมาจาก TV Commercial) เอ๋ต้องหานักแสดงหลายตัวมากๆๆ ทั้งตัว support main และ Extra แต่ที่อยากจะให้เพื่อนๆ ช่วย คือ หา extra เป็นร้อยคนไปเข้าฉาก ซึ่งลุคต้องดูพรีเมี่ยม ดูดี ดูแพง เพราะเอาไปเป็นผู้ชมใน runway ใครสนใจเข้าฉากบอกเอ๋เน้อ.....

      

      

สื่อสัมพันธ์ผ่าน GotoKnow ระหว่างผู้เขียนกับกัลยาณมิตร ทำให้ผู้เขียนได้รับการเสริมสร้างสุขภาวะเป็นอย่างดี บางท่านรู้สึกสนิทสนมถึงขั้นไปเยี่ยมเยียนกันถึงฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ก็มี ขอบคุณกัลยาณมิตร GotoKnow ทุกท่าน ทั้งที่ปรากฏและไม่ปรากฏชื่อ/ภาพในบันทึกนี้ ที่ได้มีส่วนสร้างเสริมสุขภาวะทั้งทางกาย ทางจิตใจ จิตวิญญาณ และทางสังคมให้กับผู้เขียน 

      

      

      
 
      

      

ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนมีนาคม ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ ได้บริจาคเงินเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่ตั้งฟาร์มนับ 60,000 บาท (ดังภาพ) นอกจากนั้น ในวันที่ 14 มีนาคม พ่อใหญ่สอซึ่งเป็นผู้จัดการทีมเปตอง ยังได้มอบเงินสนับสนุนการแข่งขันเปตองในหมู่บ้านเพื่อเตรียมตัวไปแข่งกีฬา อบต. เป็นเงิน 5,300 บาท (ในแต่ละปีฟาร์มจะมีรายได้ไม่กี่เดือน แต่ต้องจ่ายค่าแรงคนงานทุกสัปดาห์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ ซึ่งถ้าจะนำรายได้รายจ่ายที่เป็นตัวเงินมาหักลบกันแล้ว แต่ละปีน่าจะมีรายจ่ายเกินรายได้จำนวนไม่น้อย แต่ฟาร์มไอดินฯ มีวิธีปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักการทำบัญชีคือ ไม่นำรายจ่ายไปหักออกจากรายได้ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับจะถือเป็นรายได้ทั้งหมด จึงไม่มีคำว่า ขาดทุน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ฟาร์มไม่มีรายได้อะไรเลย เงินบริจาคต่างๆ จึงมาจากเงินบำนาญของพ่อใหญ่สอและยายไอดินรวมกัน)


     

             

               ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่กรุณาเข้ามาอ่าน ให้ดอกไม้ และ/หรือแสดงความเห็น