ตรุษจีนปีนี้...ผมและครอบครัวอยากทำขนมเพื่อไหว้เจ้าเอง...เพราะปีที่ผ่านมาสั่งทำ

ปีนี้ผมจึงขอสูตร "พี่หนูรี" ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและขนมของบ้านโกทูโนว์

และแล้วพี่หนูรีก็จัดสูตรมาให้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์

เขียนเป็นบันทึกที่สามารถนำไปทำขนมได้เลย พร้อมกับภาพประกอบที่สวยงามมาก

ขนมเข่ง "หนึ่งในขนมไหว้วันตรุษจีน"  http://www.gotoknow.org/posts/518237

ขนมเทียนไส้เค็ม   http://www.gotoknow.org/posts/237831



ผมก็เริ่มศึกษาสูตรจากพี่หนูรี ...และเตรียมซื้อวัสดุในการทำขนมในตอนเช้าตรู่วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์

ผมมีหน้าที่รับผิดชอบทำขนมเข่ง

ภรรยามีหน้าที่รับผิดชอบขนมเทียน

พวกเรานวดแป้งและหมักแป้งไว้ตอนเช้า และออกไปทำงานปกติ

พอเลิกงานก็มาห่อและนึ่งขนมอย่างสนุกสนานถ้วนหน้า

และเตรียมสิ่งของที่จะไหว้ตรุษจีนในตอนเช้าตรู่วันพรุ่งนี้...


สำหรับขนมเข่งของผม...ผมยืนพื้นด้วยแป้งข้าวเหนียวจำนวนสามถุง หรือสามพันกรัม

เพิ่มจำนวนส่วนประกอบเพิ่มขึ้น เพราะจากสูตรพี่หนูรียืนพื้น คือ 250 กรัม จะได้จำนวน 8-9 กระทง

แต่พอผมนึ่งขนมเสร็จ ขนมเข่งของผมได้ จำนวน 168 กระทง 

ถ้าจากสูตรของพี่หนูรี จะได้ 120 กระทง อาจเป็นเพราะตอนนวดแป้งผมใส่น้ำเพิ่มขึ้น

หรือกระทงใบตองของผมมีขนาดเล็กกว่าของกระทงพี่หนูรี


ตอนเด็กๆ แม่ของผม จะทำขนมเตรียมไว้เอง...เป็นวันที่สนุกสนานอีกวันของปี

สูตรของแม่กับขนมเข่ง คือ แป้งข้าวเหนียวหนึ่งกิโลกรัม น้ำตาลทรายหนึ่งกิโลกรัมเช่นกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับสูตรของพี่หนูรี ...สูตรของพี่หนูรี จากการลิ้มรสของผม

และของญาติพี่น้อง...ผองเพื่อนบอกตรงกันว่า...

สูตรขนมเข่งปีนี้ของผม...ไม่หวานมากเกินไป สามารถทานได้หลายกระทง

การใส่แป้งข้าวเจ้าและหมักทิ้งไว้หลายชั่วโมงทำให้แป้งนุ่มไม่แข็ง

และการใส่น้ำมันพืชลงไปด้วย น่าจะเกี่ยวกับความนุ่มด้วยเช่นกัน (ต้องถามพี่หนูรี)

และที่ชอบที่ต้องมีการผึ่งขนม...เพื่อขนมไม่ติดกัน


การทำขนมทำได้ไม่ยากเย็นนัก...แต่ทำให้ขนมให้อร่อยต้องมาจากฝีมือของผู้รักในการทำ

เช่นพี่หนูรี...

และเหนือสิ่งอื่นใด...ความอร่อยนั้น...ต้องมาจากวิญญาณ และเส้นทางความผูกพัน

ในการทำขนมเช่นเดียวกับ ฝีมือของแม่ของผม

และเหนือสิ่งอื่นใด...ขนมจะอร่อยขึ้นเรื่อยๆ 

เพราะเราแบ่งปันให้กับทุกคนที่เรารักและเคียงข้างเราเสมอ

"ทิมดาบ" ลูกชายของผม...ถีบจักรยานเอาขนมเข่งและขนมเทียน

ไปรอบๆ หมู่บ้าน...พวกเราแจกจ่ายขนมให้กับเพื่อนบ้าน

เพราะขนมของเรามากมาย...เหลือเกิน....

ทำให้ทิมดาบมีความสุขใจเช่นนัก...ถึงแม้เขาจะเป็นคนขี้อาย...

ที่ไม่ชอบพบปะกับผู้คน

นับเป็นกลอุบายของประเพณี "ตรุษจีน" ก็ได้

ทั้งในการกตัญญูรู้คุณ และการแบ่งปันน้ำใจ....



ท้ายของบันทึก...

บันทึกนี้ไม่ตรงประเด็นคำสำคัญกับ "อาหารเพื่อสุขภาพ"

ถ้ามองเรื่อง "สุขภาพกาย" ไม่เข้าข่ายเลยครับ เพราะมีทั้งแป้ง น้ำตาล และน้ำมันพืช รวมถึงความเป็น "ขนม"

แต่ถ้ามองเรื่อง "สุขภาพใจ" เชื่อแน่ว่า...เป็นเรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพใจแน่นอนครับ


>>>>>>>>>>>

....กระทงใบตองที่เตรียมล่วงหน้าอีกหนึ่งวัน...น้องพยาบาลของภรรยาตัดมาให้...คุณค่าของขนมจึงมีมากขึ้น...



....กางสูตรของพี่หนูรี...เดินตามทางของคุณครูครับ...หมักแป้งทิ้งไว้ไปทำงาน




....เลิกงาน..เริ่มหยอดขนมใส่กระทง..




...เริ่มนึ่งขนมครับ...ครัวของผมค่อนข้างยุ่งวุ่นวายครับ




....ขนมสุดแล้ว...เอามาผึ่งทิ้งไว้...หยอดขนมต่อ...และนำไปนึ่งต่อ...




...ขนมเข่งมากมายของผม....




....ขนมเข่งพร้อมไหว้ และพร้อมแบ่งปันครับ




....ส่วนภรรยาของผม...กำลังสาละวนกับขนมเทียน...กางสูตรของพี่หนูรีเช่นกันครับ




....ภรรยาของผมไม่อยากให้ผมไปห่อขนมเทียนช่วย เพราะผมห่อไม่เป็น...ได้แต่นอนอ่านหนังสือเป็นกำลังใจครับ