GotoKnow จะเข้าร่วมกิจกรรมในงาน 14th HA National Forum ในวันพุธที่ 13 มีค. เวลา 9:00-10:00 น. ณ ห้อง Sapphire 106/107: Future Society อาคาร IMPACT Forum เมืองทองธานี
โดยในครั้งนี้ดิฉันและ อาจารย์หมอ JJ จะเป็นวิทยากรร่วมกันเพื่อนำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “องค์กรที่น่าไว้วางใจ” (High Reliability Organization) ในสังคมแห่งอนาคตผ่านระบบเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ GotoKnow.org ค่ะ
องค์กรที่น่าไว้วางใจ หรือ องค์กรที่มีความน่าเชื่อถือสูง หรือ High Reliability Organizations (HROs) เป็นองค์กรที่มีความซับซ้อนเชิงระบบสูงมาก ประกอบด้วยผู้เชียวชาญหลากหลายที่ทำงานร่วมกันเพื่อความถูกต้องแม่นยำและความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ธุรกิจสายการบิน หรือ โรงพยาบาล เป็นต้น ค่ะ เรียกได้ว่า หัวใจสำคัญขององค์กรเหล่านี้คือทำอย่างไรให้ชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้รับความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะคะ จึงขอเชิญชวนสมาชิก GotoKnow ทุกท่านร่วมกันบันทึกประสบการณ์หรือข้อคิดเห็นผ่านทางบล็อกของท่านในหัวข้อ "องค์กรที่น่าไว้วางใจ เช่น โรงพยาบาล ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์อย่างไร" และใส่คำสำคัญ คือ "องค์กรที่น่าไว้วางใจ" ค่ะ
ท่านที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้ลุ้นรับรางวัลเงินสด 2,500 บาทจำนวน 2 รางวัลจากการสุ่มจับหมายเลขบันทึก หมดเขต 13 มีค. นี้นะคะ สนับสนุนรางวัลโดย สรอ.
ขอบคุณค่ะ
น่าสนใจมากครับ...สำหรับประเด็นองค์กรที่น่าไว้วางใจกับการใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ครับ
แต่ในทางกลับกัน...การไม่เอาประโยชน์จากสื่อออนไลน์ก็มีความน่าสนใจเช่นกัน
ยกตัวอย่างในการทำงานของผม
ช่วงนี้มีการบำบัดผู้ติดยาเสพติด...รพ.สต.หรืออนามัย ก็มีส่วนติดตามและต้องคีย์ข้อมูลอออนไลน์ ผ่านเครื่องสมาร์ทการ์ดและต้องไปขอรหัสที่อำเภอด้วย ซึ่งนอกจากนี้ มีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการเช่นกัน เช่น โรงพยาบาล เรือนจำ...ผมก็อดห่วงการรักษาข้อมูลที่มีผลต่อผู้บำบัดครับ
รวมถึง...การเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อเอดส์ด้วยครับ...
องค์กรที่น่าไว้วางใจ เช่น โรงพยาบาล ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์อย่างไร
การทำงานร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข จำเป็นต้องคีย์ข้อมูลผ่านระบบ HIS เพื่อที่จะได้รับ งบประมาณสนับสนุน จากการกระทำกิจกรรมต่างๆ
ดังนั้นหลักเกณฑ์อันดับแรกจะต้องมีรหัสผู้ใช้และPassword และคนอื่นก็ไม่สามารถรู้ได้ นอกจากตนเองเท่านั้น และการทำงานจะต้องมีจริยธรรมในองค์กรและของตัวบุคคล
การทำงานผ่านระบบนี้จะทำใ้ห้การทำงานรวดเร็ว การส่งเอกสารต่างๆก็รวดเร็วขึ้น
เรียนอาจารย์ จัน วันที่ 13 มาสมัครเข้าข้าร่วมกิจกรรมในงาน 14th HA National Forum เข้าร่วมกิจกรรมกับ GotoKnow ในวันพุธที่ 13 มีค. เวลา 9:00-10:00 น. ณ ห้อง Sapphire 106/107: Future Society อาคาร IMPACT Forum เมืองทองธานี เป็นแรกครับ
กำลังจะเขียนไปชวนพอดีเลยค่ะน้าบัง :) ขอบคุณมากค่ะ ช่วยเชิญเครือข่ายด้วยนะคะ เพราะหัวข้อน่าสนใจทีเดียวค่ะ
“องค์กรที่น่าไว้วางใจ” (High Reliability Organization) ในสังคมแห่งอนาคตผ่านระบบเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ GotoKnow.org
ปล. ขอหนึ่งบันทึกด้วยนะคะ :)
โรงพยาบาล หรือ หน่วยบริการสุขภาพ เป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม "ทำนองว่า หมอว่าอย่างไร ก็เอาตามนั้น" ดังนั้นโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสุขภาพ จำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอในการตรวจสอบสถานะความน่าเชื่อถือในบทบาทของตนที่สังคมได้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ
การตรวจสอบสถานะดังกล่าว อาจแสดงออกในรูปการประกันคุณภาพบริการ ตามมาตรฐานของวิชาชีพต่างๆเช่น HA QA เป็นต้น รวมถึงสื่อสารให้แก่สังคมได้รับรู้ในภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ
ถ้าอยากไปฟังต้องลงชื่อที่ไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ
นับเป็นหัวข้อที่ทันสมัยค่ะ จริงๆแล้วองค์กรที่มีความซับซ้อนทั้งในตัวระบบเองและลักษณะของข้อมูล ล้วนแล้วแต่มีความเหมือนและแตกต่างกันในที เชื่อว่า หลายๆภาคส่วนมีระบบการจัดการที่ดีของตนเองอยู่แล้ว แต่ในส่วนขององค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับ คน ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่า ควรเพิ่มความระมัดระวังและมีความรอบคอบในการนำเสนอข้อมูลต่างๆผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากหลายเท่าตัว เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในบางกรณีส่งผลโดยตรวจทั้งด้านจิตใจ อารมณ์ หรือกระทั่งสังคมโดยรวม ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น หรือความน่าไว้วางใจจะเกิดจากศรัทธาของผู้เกี่ยวข้อง การกำหนดระดับการเข้าถึงข้อมูล ของแต่ละกลุ่มหรือฝ่ายต่างๆควรกำหนดระดับการเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็น
การจัดการภายในองค์กรก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานในองค์กร หรือผู้รับบริการก็ตามแต่ คุณภาพและความคงเส้นคงวา หรือความสม่ำเสมอในการตรวจสอบคุณภาพข้อมูล ผ่านระบบออนไลน์ การที่จัดวางระบบให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลตนเอง ก็สามารถป้องกันปัญหาทางกฏหมายสังคมที่อาจจะตามมาได้
ขอบคุณค่ะ
องค์กรที่น่าไว้วางใจ องค์กรที่ทำงานสนองคุณแผ่นดิน บริการประชาชนและคนด้อยโอกาสด้วยจิตบริการ องค์กรที่มีการศึกษาดี มีคุณธรรมในการทำงาน ไม่คิดและไม่โกงกิน คิดเสมอว่าสมบัติเป็นของชาติต้องรักษาไว้ได้
เป็นเนื้อหาที่ดีนะ ที่จะเสวนากันในเรื่องนี้ แต่มีประเด็นที่คิด ๒ ประเด็น
๑. ผลเชิงบวก คือ ถ้าหน่วยงานใช้ข้อมูลออนไลน์ อย่างมีจริยธรรมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูค้าไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน จะทำให้ทุกอย่างสะดวกรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ เพราะเคยมีประสบการณ์จากการที่ต้องรอข้อมูล ในการเข้าโรงพยาบาล เกือบเสียชีวิตและไม่ได้มาเป็นสมาชิก แต่ทั้งนี้ต้องใช้ข้อมูลอย่างระมัดระวัง มีจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัดนะคะ
๒. ผลเชิงลบ คือ ทำให้คนขี้เกียจจำ ขี้เกียจค้น และไม่พยายามทำงานให้บรรลุเป้าหมาย อะไร ๆ ก็จะรอระบบออนไลน์ ถ้าระบบล่มหรือมีปัญหานิด ๆ หน่อย ๆ เจ้าหน้าที่ค่อนข้างจะใช้เป็นข้ออ้อาง ในการทำงาน โดยไม่สนใจความรู้สึกหรือผลกระทบต่อผู้อื่น...
ดังนั้น จึงขอแสดงความคิดเห็นว่า เราหรือใครก็ตามที่ทำงานในองค์กร ระบบสารสนเทศสำคัญมากถึงมากที่สุด ทำอย่างไรเราจะจัดระบบให้ได้ประสิทธิภาพ และอยู่ภายใต้ความปลอดภัย และต้องปลุกจิตสำนึกของคนในองค์กรให้ตระหนักในเรื่องการใช้ข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล "รู้หน้าที่ ทำความเข้าใจ แล้วจึงลงมือทำอย่างระมัดระวังรอบคอบ " สุดท้ายก็อยากจะบอกว่า สิ่งที่พ่อหลวงท่านทรงมีเมตตากับลูกหลานชาวไทย คือเรื่อง "สามห่วง สองเงื่อนไข" เรื่องความพอเพียง ถ้าศึกษาดี ๆ และทำใจให้เป็นกลางเรื่องนี้จะเป็นทักษะพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ จะเกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกคน ทุกองค์กร ถ้าปฏิบัติได้ตามพระองค์สอน ปัญหาจะเกิดน้อยมาก และที่ท่านทรงเน้นย้ำในการพัฒนา คือ "เข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา" ถ้านำความพอเพียงมาจับกับหลักการนี้ ทุกองค์กรไปได้สวย ทุกคนมีมวลความสุขมากกว่าร้อยละ ๘๐ แน่นอน....ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ที่ได้เฝ้ามองสังคมเล็ก ๆ ที่ตัวเองอาศัยอยู่ ปัญหาต่าง ๆ เกิดเพราะความไม่รู้หน้าที่ ไม่ตระหนัก ไม่พึ่งตนเอง ไม่มีจิตอาสา....ไม่รอบคอบ
ขอบคุณค่ะ
ผมเพิ่งคุยกับพี่อุ้มบุญครับ...ว่าพวกเราจะเข้าฟังหัวข้อนี้ครับ
เจอกันนะครับ...ตอนนี้มี...พี่อุ้มบุญ...ยายคิม(ครูคิม) และผมครับ
กำลังชวนๆ กันครับ...อยากเจอกัลยาณมิตรทุกท่านครับ
คุณทิมดาบ พี่อุ้มบุญ และครูคิม ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน HA กับ สรพ. แล้วใช่ไหมค่ะ
งานนี้เป็นงานใหญ่ของ สรพ. ค่ะ GotoKnow ได้มีโอกาสเข้าร่วมในวันที่ 13 มีค. ช่วง 9-10:00 น. เท่านั้นค่ะ
เดี๋ยวจะบันทึกสอบถามดูค่ะว่า มีใครร่วมงานนี้กับทาง สรพ. กันบ้างนะคะ
ขอบคุณค่ะ
JJ ต้องบินไปบินมา ระหว่าง แม่ฟ้าหลวง กับ งาน HA ครับ
ปีนี้พี่ไปร่วมด้วยค่ะ แล้วจะแวะเยี่ยมทีม G2K นะคะ
สุุขภาพดีเป็น "สี" แก่ตน สุขภาพหมองหม่นสับสนราศรี "สี" ตัวแรกแปลว่า "สีสัน" ก็ได้ หรือ ดูมีสง่า ราศรี ก็ยังได้ นั่นหมายถึงว่าคนที่มีสุขภาพดี หน้าตาสดในผิวพรรณเป็นยองใส แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี ก็กลายเป็นคนไม่มีราศรี หรือไม่มีสีสัน วรรณะ...(ไปโน่น)
....ก่อนอื่นต้องขอเรียนก่อนนะคะ ว่า "หมอดีๆ มีมากกว่า 90 %" แต่ดิฉันโชคไม่ดีไปเจอ "2%" ติดๆกัน 2 วัน
เกริ่นนำ เรื่องสุขภาพ แล้วเกี่ยวอะไรกับคำว่า"สับสัน" เกี่ยวโดยตรงเลยค่ะ
* เพราะดิฉันไปตรวจ "ตา" (ไม่ใช่สามียายนะคะ) เมื่อวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นอกจากคุณหมอจะสั่งยาหยอดตาและยังกรุณาสั่งยาล้างตาให้ด้วย ....แต่ปรากฏว่า ในใบสั่ง กลังเขียนเป็น ยาล้างจมูก รู้ก็เดินเข้าไปในห้อง ทำแผล พยาบาลถามว่า "คุณแม่มาล้างจมูกหรือคะ" อ้าว...ตาเจ็บ + ตาอักเสบไงจะล้างจมูกเราเนี่ย...(คิดในใจ) พยาบาลดูใน OPD Card ปรากฎว่าหมอวาดรูปตาสองข้าง แต่เอ๊ะ ทำไมจึงสั่งยาล้างจมูก...เกือบแล้วชิ(พยาบาลคิดในใจ) เลยบอกว่าหมอสั่งผิด ช่วงที่รอคิวในห้องพยาลาลอยู่นั้นดิฉัน พอมีเวลาเดินกลับมาที่ห้องหมอแล้วถามว่า "หมอคีย์ใบสั่งยาผิดหรือเปล่าคะ" พร้อมกับยื่นให้ดู หมอคนสวยเลยรีบขีดฆ่า คำว่ายาล้างจมูกแล้วเขียนเป็นยาล้างตาแทน ดิฉันก็เลยพูดแก้เขินให้หมอว่า " Code เหมือนกันหรือคะ" หมอรีบตอบทันทีว่า "คะๆๆๆๆ" โดยไม่มีคำขอโทษแม้แต่คำเดียว เพราะหมอคนสวยคนนั้นรีบตอบ mail ในโทรศัพท์มือถือของหล่อนอย่างงุ่นง่าน(เอาเป็นเอาตาย) ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ...แต่ดิฉันยังเก็บหลักฐานใบสั่งยานั้นไว้ เพราะบังเอิญมี Copy อีกใบหนึ่งเพื่อเอามาให้พี่สาวท่ีเป็นพยาบาล(ดีเด่น) ดู แล้วถามพี่ว่า..พี่หมอ....อย่างนี้ก็มีหรือ..พี่ตอบว่า "ลืมกรรไกรในท้องตอนผ่าตัดยังมี" อ้อ...งั้นเราก็โชคดี ไป...ทั้งนี้ก็ยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิ์ลืม...แต่อาชีพนี้ ...มันลืมไม่ได้...เพราะมันหมายถึง...ชีวิต หรือความพิการของคนไข้...ก็สงสัยว่าพยาบาลต้องทำตามหมอใบสั่งของหมอทุกย่างหรือ? หากมันไม่ถูกก็ไม่มีสิทธิ์แย้งใช่ไหม?
* ส่วนในวันที่ 2 มีค. ก่อนหน้าสองวัน ณ รพ.แห่งหนึ่ง....ดิฉันไปนั่งรอหมอ รอตั้งแต่ แปดโมงเครึ่ง (มีคนไข้รายอื่นๆ มาตั้งแต่แปดโมง) ธรรมดาวันเสาร์-อาทิตย์ หมอมา เก้าโมง ...เก้าโมงสี่สิบ พยาบาลยังไม่กล้าโทรตาม....ต้องรอให้คนไข้ถามว่า...เมื่อไรหมอจะมา ...จึงค่อยโทรตามหมอ....พอมาถึงก็เหมือนพึ่งเตื่อนนอนใหม่ๆ...ตรวจตาดิฉันแล้วบอกว่า ขนตาสิ้น ปลิ้นเปลือกตาดูไม่ได้(เอ้า...ไงว่างั้นเวลาเราแต่หน้ายังมีคนชมว่าตาสวยเลย....อิๆๆๆ มันจะสั้นขนากไหนมันก็เปิดได้....) แล้วคนไข้รายต่อไปจะมีชะตากรรมอย่างไรนิ...
* อย่าให้บอกเลยนะคะว่าที่ไหน เพราะ รพ.แห่งแรก อยู่ในจังหวัด บ้านเกิดของฉัน แห่งที่ 2 เป็นรพ.ในจังหวัดที่ดิฉันทำงานอยู่...มันจะเสียหายหลาย......(ท่ีเล่าเพราะเป็นเรื่องสุขภาพ...)
อ้อ...Happy Ending หน่อยว่า สุดท้ายดิฉันก็ได้ล้างตาด้วยน้ำเกลือ แต่ก็เกือบโนสายน้ำเกลือจิ้มตาอีก เพราะขณะที่จ่อใกล้ตาดิฉัน คุณพยาบาลคนเก่งคนนี้ก็หันไปคุยกับเพื่อนเรื่อง ใบสั่งยาคนเดิมอีกว่ามีไหม อย่างไร อยู่ไหน...โอ้ พระพุทธเจ้าข้า...ดิฉัน เลยบอก ว่า หยุดคุยก่อนก็ได้...คุยเสร็จแล้วค่อยทำใหม่.......
โอ้...อนิจจา......นางฟ้า...ของคนไข้...ใยจึง "สับสน" เช่นนั้นได้ ยังดีนะสั่งยาล้างจมูกไปล้างตา...ถ้าสั่งยา...ไปล้าง....จะเกิดอะไรขึ้น.....ฮา...(เรื่อง ขำ ที่ ขำ ไม่ออก..)
*ก็ขอให้กำลังใจคุณหมอและพยาบาลก็ปฏิบัติหน้าที่กู้ชีวิตมนุษย์ึ่งเป็นภาระอันยิ่งใหญ่มีพละกำลัง และที่สำคัญมีสติ ทำงาน หรือสั่งการใดๆ...ด้วยใจอันงดงามของนางฟ้าและเทวดา ด้วยเทอญ...สาธุ....
*ไม่เหมือนหมอ JJ คนเก่าของเราแต่เก่าก่อน...จิตใจอาวรณ์...คิดถึงเลยเล่าสู่(หมอคนเก่ง) ฟัง..(.เล่นๆๆๆ...........).
ขอเชิญมาร่วมบันทึกในประเด็นสุขภาพแทนนะคะ ขอบคุณค่ะ
http://www.gotoknow.org/posts/521429
หัวข้อนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นกำลังใจและขอเป็นกำลังสนับสนุนให้เสมอๆค่ะ
และถ้าสนใจเข้าร่วมฟังหัวข้อนี้ไม่ทราบว่าลงทะเบียนหน้างานได้หรือไม่