<p>
</p><p>
</p><p> เขาว่าคนเราชอบใช้สมองคิดเรื่องต่างๆนาๆ สมองจะพินิจพิเคราะห์รูป รส กลิ่น เสียง แล้วคลื่นแห่งการรับรู้ ก็จะสั่นสะเทือนในอารมณ์ไปปรุงแต่ง และสรุปข้อมูลอย่างทื่อๆ เท่าที่ระยะความสนใจที่มีอยู่เพียงเท่านั้น
</p><p> เขาว่าถ้าเรามองอะไรด้วยใจ เราจะสัมผัสถึงความพิเศษของสิ่งนั้น ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย สื่อความหมายออกมาไม่ได้ ใจจะบ่งบอกว่า เรากำลังสัมผัสกับอะไร พลังที่ผ่านเขามาถึงดวงใจ ซึมผ่านมาทางไหน มีโทษภัยหรือไม่ ปฏิกิริยาตอบโต้ของใจต่อสิ่งที่ไปสัมผัสมา จึงว่องไว ละเอียดอ่อน เช่นบางคนนึกอยากจะอาเจียนเวลาฟังใครด่าหรือว่าร้ายกันนานๆ </p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> ถ้าพลังในจักรวาลนี้ จะส่งผ่านถึงกันได้ ต้องมีช่องทางมากมาย ที่ร่างกายเราจะรับเอาพลังเหล่านั้นมา แต่ธรรมชาติก็มีกฎของตัวเอง ใตรจะรับพลังอะไร ก็ต้องทำใจให้กลมกลืนกับสิ่งนั้น คุ้นๆนะกับข้อความนี้ นั่นคือ อายตนะจะดึงดูดอายตนะเดียวกัน ทำให้เราเห็นบางสิ่งบางอย่างอยู่ในหมู่ของตนได้ แต่ไม่อาจทนแทรกกับหมุู่อื่นๆได้เลย</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> ธรรมชาติโอบกอดกันเสมอเพื่อพร้อมจะถ่ายเทพลังที่เทียบเท่าให้แก่กัน เมื่อแสงตะวันทอดถึงผิวน้ำ ก็ส่งแรงพลังฉุดดอกบัวงาม ให้โผล่พ้นน้ำอย่างมีเรียวแรง จากนั้นจึงส่งผ่าน อ้อมดอกตะวันมาช่วยคลื่กลีบบัว ให้เบิกบานแช่มชื่น จนดวงใจของหลายคน พลอยอบอุ่นละมัยกับบัวดอกนั้น</p><p>
</p><p></p><p>
</p><p> ถ้ามองดอกไม้ช่อนี้สวย ก็หมายความว่า ใจเราเข้าถึงความงามของดอกไม้ธรรมดาช่อนี้ ใจยอมรับได้ทุกสีสัน เพราะผ่านการกลั่นกรองจนพบความพิเศษของสิ่งต่างๆได้แล้ว</p><p> พื้นที่ของใจ ก็อยู่ใกล้ๆหัวใจเรานี่แหละ บริเวณนี้ทั้งหมด เป็นส่วนที่เราน่าจะระลึกถึงบ่อยๆ เมื่อเห็นอะไร ก็ลองย้ายความคิดเห็นนั้นมาที่ใจ แทนที่จะปล่อยไปที่สมองอย่างเดียว เมื่อเราจดจ่อกับใจเราบ่อยๆ พลังสมาธิจะเกิดขึ้น จะมีความชุ่มเย็นแผ่ซ่าน มีปิติลึกๆ ทำบ่อยๆ ก็จะคุ้นเคยไปเอง จะพบว่าเรามีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นมา ที่จะทำให้เราพิจารณาสิ่งรอบตัวได้อย่างที่เรียกว่า เห็นคุณวิเศษของสิ่งนั้นๆ โดยที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น
</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> ใจที่ได้รับการยกระดับให้เข้าถึงธรรมชาติอย่างลึกซึ้งนี้ เราก็จะกลายเป็นแหล่งสร้างพลังบวกของธรรมชาติด้วยเช่นกัน มีคุณสมบัติแผ่ขยายพื้นที่ออกไปสู่สิ่งที่สามารถดึงดูดพลังเดียวกันได้ ไม่นานเครือข่ายที่แสนดีนี้ ก็จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เหมือนเราส่งอ้อมกอดอันยิ่งใหญ่ออกไป ออกไป จนโอบได้ทั้งโลก
</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> แม้เราจะยังไม่เชื่อ ไม่คิดว่าพลังจากจักรวาลมีจริง แต่เราก็ได้รับความเผื่อแผ่จากสิ่งนี้ โดยไม่มีงื่อนไขเช่นกัน ผิดกันแต่เพียง การไม่เปิดรับ ย่อมแค่ได้รับอย่างผิวเผินและผ่านไป ไม่สามารถเป็นต้นพลังอันสว่างไสวให้ใครต่อไปได้อีกเท่านั้นเอง</p><p>
</p><p>
</p>
เราจะใช้ใจมอง
เห็นคุณวิเศษของสิ่งนั้นๆ โดยที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น
16 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาง จำนง สันตจิต · 2 ก.พ. 2556
สุภัทรา เจติโคตร · 2 ก.พ. 2556
พระครูอุดมธรรมานุกิจ · 2 ก.พ. 2556
ยูมิ · 2 ก.พ. 2556
Panda · 2 ก.พ. 2556
พิจารณารู้ถึงความเป็นจริงแห่งสภาวะธรรมด้วยสติ..ไม่ติดยึดหลง..พุทธวิถีนำชีวีเป็นสุข..ขอบคุณค่ะ..ภาพดอกไม้งามมากๆ
พลังใจ เป็นเรื่องที่สำคัญ ครูอ้อยไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่ครูอ้อย กล้าพูดได้ว่า ครูอ้อยมี มีมากด้วย
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอ.นุ
บางทีการสื่อทางใจทำให้เรามองอะไรได้ลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อนะคะ
สวัสดีค่ะคุณชลัญธร
เขาว่าวัยเด็กจะใช้ใจสื่อสารได้มาก
ที่ว่าเขายิ้มกับแม่ซื้อนั้น
อาจกำลังสื่อกำพลังในธรรมชาติอยู่
เมื่อเด็กพูดได้แล้วไม่มีใครเชื่อถือ
เขาก็เลยไมกล้าบอกและขาดการติดต่อกับธรรมชาติอันลึกซึ้งไป
สวัสดีค่ะคุณคนบ้านไกล
พอใจเริ่มมีสมาธินานขึ้นก็ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ละเอียดขึ้น
ที่สุดก็สามารถถ่ายทอดสิ่งที่เป็นความรู้ความจริงของธรรมชาติได้
จากความรู้สึกของเราขณะนั้นๆ
เปลี่ยนความตกใจแปลกใจเป็นเข้าใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณพี่นางนงนาท
ใจของพี่นงนาทละเอียดอ่อนนุ่มนวล
จะเขียนจะมองอะไรก็สวยงามสดใส
หนูชอบมงรูปพี่ประจำบล็อกนะคะ
รับรู้ถึงความใจดีของพี่นะคะ
สวัสดีค่ะพี่ชายชยพร
เขาว่าคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติระดับต้นให้ลองปลูกต้นไม้
เราจะเริ่มเข้าใจ สนใจและเป็นผู้ให้
เมื่อต้นไม้เจริญใจเราก็เจริญตามนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูอ้อย
เชื่อแน่นอนในพลังของคุณครูอ้อย
เขาบอกว่าพลังฮึดสู้นั้นคือการนำเอาพลังที่เราสำรองไว้ออกมาใช้
ส่วนมากจะทำได้ในช่วงถูกบีบคั้น
แต่ถ้าเราจำปรสบการณ์นั้นได้
เราก็จะเป็นผู้เชื่อมและใช้พลังนี้ได้ในยามปกติด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณภูสุภา
คนใจร้อนจะตอบโต้สิ่งที่สัมผัสทันที
เช่น ชอบ เกลียดแต่เพียงแค่ทำใจเย็นลงอีกสักนิดกว่าเคย
เราอาจจะเข้าถึงจุดที่เราเพิ่งจะเคยก้าวมาถึง
เป็นความอัศจรรย์ใจทีเดียวค่ะ
ภาพสวยงามเย็นตามากค่ะ ต่อนี้ไปจะย้ายมาที่ใจบ่อยๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณกานดาน้ำมันมะพร้าว
ขอบคุณค่ะที่ชอบรูปภาพเหล่านี้
ตั้งใจทำอย่างมากเลยค่ะ
ให้ออกมาในโทนที่ใจเราชอบคือนวลๆเย็น
ใช้ใจตัดสินค่ะ ที่จริงแล้วเป็นคนที่ใช้สีไม่ค่อยเป็น
ชอบดูศิลปะแต่ตัวเองดูจะไม่มีฝีมือ
แต่พอหัดใช้สีบ่อยๆพอใจมันดึบว่าใช่ก็เอาเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณJANTANEE
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาให้กำลังใจ
ไปเยี่ยมที่บล็อกยังไม่มีบันทึกใช่ไหมคะ
ลองเขียนอะไรก็ได้มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ
สวัสดีค่ะน้องครูแป๋มที่คิดถึง
ไม่ค่อยได้เยี่ยมเยียนกันเลย
สบายดีไหมคะ
ส่งภาพและบันทึกแทนใจไปให้นะคะ
สวัสดีค่ะพี่ยุวนุช
ขอบพระคุณค่ะที่มาเยี่ยมบันทึก
ได้รับหนังสือและกำลังศึกษาด้วยความสนใจเพื่อนำไปปฏิบัติค่ะพี่
สวัสดีค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส
การฝึกใช้ใจมองจะเห็นความละเอียดอ่อนแลพพลังธรรมชาติที่ส่งมาให้เรา
สุขภาพกายใจจะดีและหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา
ทำเรื่อยๆไม่ต้องตั้งกฎเกณฑ์อะไรทำได้ทั้งวันที่ระลึกได้นะคะ
เหมือนการแผ่เมตตาค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเขียวมรกต
บางคนบอกใจจะดูอะไรได้
แต่โบราณมีคนใช้นิ้วใช้อวัยวะอื่นมองแทนตาได้นะคะ
การสื่อสารของมนุษย์มีมากตามแต่เราจะฝึกฝนค่ะ
มีความสุขกับพลังธรรมชาติที่ทั้งได้รับและแบ่งปันกันนะคะ
แค่คิดถึงพลังก็มาจ่อที่ใจเราแล้ว
แวะมาสวัสดีคุณหมอ ที่ให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
บันทึกคุณหมอ เป็นลำนำที่ไพเราะมากๆเลยนะคะ
ถ้าพิมพ์สั้นๆ ปรับลานสายตาให้ไล่ลงมาแบบการแสดงความเห็น
จะได้อีกความรู้สึกหนึ่งนะคะ คล้ายข้อคิดกำลังใจของท่านระวี ภาวิไลหนะค่ะ
ภาพประกอบคุณหมอเด่นทุกภาพเลย โฮ้ย...ตื่นเต้นจัง
ขออนุญาตนำไปอ่านบันทึกไว้เดินฟังนะคะ
อ่านแล้ว มีความสุขจัง ขอบคุณมากนะคะ
ปล.ชอบทุกๆความเห็นอีกแล้วหละค่ะ
สวัสดีค่ะคุณtukna
ยินดีค่ะ
บันทึกคุณtuknarakน่าอ่านมากนะคะ
ต้องขอย้อนกลับไปดูบันทึกเก่าด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณtawandin
ใช้ใจมองและใช้ใจอ่านด้วยใช่ไหมคะ
บันทึกนี้เลยสวยงามไพเราะเหมือนสภาวะใจคนอ่าน
ตามสบายนะคะยินดีต้อนรับเยี่ยมบล็อกแห่งนี้ค่ะ