ผมรู้ตัวว่าเป็นต้อกระจกแน่ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ เมื่อไปตรวจตามัวจากเลือดออกในวุ้นตา ตามที่ เล่าไว้แล้ว  เมื่อผมตัดสินใจรับการผ่าตัด รศ. พญ. จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม ก็เตือนผมว่า ต้องยอมรับผลแทรกซ้อนที่จะตามมา  คือต้อกระจกจะสุกเร็วขึ้นมาก  คือให้เตรียมตัวรับการผ่าตัดครั้งที่ ๒ ได้เลย … ผ่าตัดต้อกระจก  ผมบอกว่าผมพร้อม

          มันมาเร็วจริงๆ  เนื่องจากชีวิตประจำวันของผมอยู่กับตัวหนังสือ ทั้งในกระดาษ และในหน้าจอ LDC  ราวๆ เดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ผมก็สังเกตว่าการนอนอ่านหนังสือต่วยตูนพ็อกเก็ตบุ๊ก บนเตียงก่อนหลับของผม ที่ทำมากว่า ๑๕ ปี ไม่สะดวกอย่างเก่า ต้องขยับหนังสือหรือใบหน้าผมไปมาหาที่อ่านชัด  เป็นระยะๆ  สงสัยว่าเป็นเพราะอะไร 

          มาได้คำตอบเมื่อ อ. วิมจับผมตรวจเลนส์ตาเมื่อวันที่ ๒๔ ธ.ค.​๕๕ และบอกว่าเลนส์ตาของผมขุ่นเป็นจุดๆ  ไม่ได้ขุ่นสม่ำเสมอทั่วทั้งเลนส์ 

          ผมจึงสังเกตความคมชัดของสายตาตนเอง  และนึกออกว่าเป็นเวลา ๒ - ๓ เดือนมาแล้ว ที่ตอนผมขับรถเอง  มีหลายช่วงที่มองเห็นถนนข้างหน้าไม่ใสชัดเจนเหมือนแต่ก่อน (แต่ก็มองเห็นดีเพียงพอที่มั่นใจว่าจะขับรถได้อย่างปลอดภัย)  ขยับแว่นแล้วก็ยังเหมือนเดิม 

เวลาอ่านหนังสือหรือจอคอมพิวเตอร์ (รวมทั้ง ไอแพ็ด คินเดิล และ กาแล็กซี่โน้ต) ก็ต้องคอยขยับจอหาจุดคมชัด เป็นระยะๆ 

          ผมบอกตัวเองว่า นี้ตือมรณานุสติ ว่าเราแก่แล้ว สังขารทั้งหลายย่อมเสื่อมโทรมไปเป็นธรรมดา 


วิจารณ์ พานิช

๓๐ธ.ค. ๕๕