บันทึกแรกแห่งปี ๒๕๕๖ ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่อง บ้าน..ไม่ถึงแสน..ก็สุข คือไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านราคาหลายแสนหลายล้านถึงจะสุขได้ ใกล้ๆบ้านผมมีอยู่หลังหนึ่ง เจ้าของบ้านมีลุงกับป้า อาชีพทำขนมและเก็บผักสวนครัวไปขายในตลาด

         บ้านลุงกับป้า ก่อด้วยอิฐบล๊อกง่ายๆ แต่รูปทรงมั่นคง คล้ายทรงไทยเตี้ยๆ รอบๆบ้านสะอาดมาก ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกข่า ตะไคร้ และต้นดอกแค มีแปลงผักสวนครัวรายรอบ ดูสวยงามร่มรื่น มองตัวบ้านแล้ว ยังไงก็ราคาไม่ถึงแสน ผมจึงชอบคิดว่า ไม่ใช่บ้านแสนสุขหรอกนะ แต่บ้านไม่ถึงแสนก็สุขได้

         วันนี้ น้องสาวและหลานสาวผมที่อยู่กรุงเทพ พาแม่มาเที่ยวบ้านผม นั่งรถยนต์คันใหม่อย่างหรู ที่แม่ผมเพิ่งซื้อให้หลานสำหรับขับไปเรียนที่มหาวิทยาลัย

         พอรู้ว่าแม่สามีจะมา แฟนผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ เก็บกวาดใต้ถุนบ้านอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตัดแต่งต้นไม้ ดูสะอาดโล่งตา ลูกๆช่วยกันทำกับข้าว เตรียมห้องนอน จัดระเบียบบ้านใหม่ เพื่อต้อนรับย่า

         แม่ผมมาถึงราวสิบโมง ลงจากรถคันแรกที่แม่ซื้อ จากนั้นก็เดินชมบริเวณบ้าน แล้วกล่าวชมว่า สะอาด ร่มรื่น น่าอยู่ ว่าแล้วแม่ก็สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างสบายใจ พลันสายตาแม่ก็เหลือบไปเห็นลูกกรงที่นอกชานบ้าน ที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่ตากแดดตากฝน มานับ ๑๐ ปี

         "นั่น ลูกกรง ไม้มันผุแล้วนี่ ทำไมไม่รีบซ่อมล่ะ เดี๋ยวใครเผลอไปพิงเข้า ก็จะตกลงมาหรอก"

         "ผมว่าจะซ่อมมาหลายเดือนแล้วครับ แต่พอดีไม่มีตังค์"

         " อ้าว ไหนใครว่า เงินเดือนตั้งเยอะแยะ"

         "เงินเดือนเยอะอยู่ครับ แต่ต้องใช้หนี้ให้หมดก่อน ยืมเขามาตอนป่วยน่ะ"

         "เออนี่ แม่ซื้อรถคันนี้ เดี๋ยวแม่จะได้เงินคืนแสนนึง แม่จะให้ลูกเอามาซ่อมบ้าน ดูแล้วน่าจะไม่เกินแสน"

         "ไม่เป็นไรครับแม่ เดี๋ยวเดือนมีนาผมก็หมดหนี้แล้ว ปิดเทอมเมษาก็คงพอมีเงินซ่อมบ้านได้"

         แม่ผมไม่พูดอะไร ได้แต่มองหน้าผม เหมือนจะบอกว่า ไอ้ลูกคนนี้ มันรับเงินแม่ยากเย็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

         ผมก็อยากบอกแม่เหมือนกัน แม่ครับ ผมนี่ล่ะ มนุษย์เงินเดือนตัวจริงเสียงจริง และก็ภูมิใจในตัวแม่มาก ที่ถึงแม้ว่าแม่จะแก่แล้ว แต่ก็มีความมั่นคงทางการเงิน พร้อมจะช่วยลูกได้ตลอดเวลา

         ผมนึกในใจ แต่ไม่กล้าบอกแม่..เงินแสน..ที่แม่พูดถึง ก็คือนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล..แม่ทราบไหมครับ นั่นล่ะ ภาษีของผมเลยล่ะ..ช่วงเวลาของการเสียภาษีประจำปี ใกล้จะมาถึงแล้ว ผมคงต้องจ่ายบานตะไท ดีไม่ดี อาจต้องใช้เงินมากกว่าเดิม จนไม่มีเงินเหลือซ่อมบ้านที่เริ่มผุพังไปตามกาลเวลา ทำไงได้ล่ะครับแม่ ก็ยุคนี้มันยุค..ภาษีอาน.....












สวัสดีปีใหม่..ครับ เหมียวๆๆๆๆๆ

www.bannongphue.com