คืนฟ้าโปร่งไร้แสงเดือนทำให้เรามองเห็นดวงดาวได้กระจ่างชัด หมู่เมฆสีขาวเคลื่อนไปมาไกลๆ เป็นหย่อมๆ ทำให้ท้องฟ้าในคืนเดือนมืดหลังช่วงเดือนเพ็ญสิบสองมีลวดลายชวนมอง เครื่องบินเที่ยวสุดท้ายจากสนามบินเชียงใหม่สู่เมืองเทพทะยานผ่านฟากฟ้าบ้านเราไปตอนห้าทุ่ม อากาศเย็นลงจนฉันต้องกระชับผ้าคลุมใหล่ให้แน่นขึ้น เสียงแมลงกบเขียดรอบบ้านกับเสียงคนคุยกันรอบกองไฟดังขึ้นสลับกันเป็นระยะๆ ไกลออกไปเสียงนกเค้าดังมาเป็นช่วงๆ ท่ามกลางความเยือกเย็น

ถึงอากาศจะไม่ค่อยหนาวมากนัก แต่เมื่อฉันเอ่ยปากชวนทุกคนมาก่อกองไฟเล็กๆ ข้างสนามหญ้าข้างบ้าน ทุกคนก็เข้ามาร่วมวงเพราะนานๆ ที ลูกหล้าน้องหล้าของบ้านจะกลับมาสักครั้ง เรานั่งผิงไฟคุยกันอย่างออกรส ข้าวโพดกับมันเทศที่ฉันเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงกลางวันถูกนำมาปิ้งจนหอมกรุ่น บางส่วนก็ไหม้ บางส่วนก็ไม่สุกบ้างคละเคล้ากันไป ยายเอาข้าวเหนียวออกมาจี่ (ย่าง) ไฟ พี่สะใภ้เอากล้วยน้ำว้ามาปิ้ง เจ้าสี่ขาในบ้านทั้งเจ็ดตัวก็พลอยตื่นเต้นไปกับกิจกรรมของคน บ้างก็นั่งผิงไปด้วยกัน บ้างก็วิ่งเล่นไปมาในสนามหญ้า 

บรรยากาศหน้าหนาวสมัยเด็กเหมือนจะหวนกลับมาอีกครั้ง หลังอาหารเย็นตากับยายจะก่อไฟกลางลานบ้านแล้วพวกเราต่างก็มานั่งล้อมวงกันผิงไฟคุยกันจนดึก ยายมักจะเอาตอกมานั่งสาน บางคืนก็เผาข้าวหลามกินกัน บางคืนก็ปิ้งข้าวเหนียวที่เหลือจากมื้อเย็น เมื่ออุ่นกายอิ่มท้องสุขใจแล้วแล้วเราต่างก็แยกย้ายกันเข้านอน บรรดาเจ้าสี่ขาในบ้านก็ใช้กองไฟนั้นเป็นที่ให้ไออุ่นต่อ 

คงเหมือนใครใครอีกหลายคนที่เมื่อสมัยเป็นเด็กฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้สักเท่าไหร่เลย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต่างเป็นไปตามปกติที่ฉันคิดว่ามันควรจะเป็น สิ่งที่ฉันใฝ่ฝันหาคือการเดินไปข้างหน้าเพื่อหาความต่างจากสิ่งที่มีและชีวิตความเป็นอยู่ที่คิดว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม และเมื่อโอกาสเดินทางเข้ามาฉันก็ไม่รีรอที่จะคว้ามันเอาไว้

เกือบยี่สิบปีที่ฉันได้ใช้ชีวิตตามแบบที่ฉันเคยฝัน เรียนจบแล้วได้งานทำเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเต็มศักดิ์ศรี อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีความเจริญทางด้านวัตถุไม่เป็นรองใคร และในวันนี้สิ่งที่ฉันโหยหาไม่ใช่การเดินทางไปข้างหน้าอย่างเคย แต่เป็นการเดินกลับไปที่ที่เคยได้สัมผัสในครั้งเก่าก่อนบรรยากาศเช่นนี้กลับทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน มันเทศเผาธรรมดาๆ ก็อร่อยเหลือหลาย แม้แต่ข้าวจี่ก็หอมชื่นใจเสียจริง พี่ชายเล่าถึงบรรยากาศตอนเราเป็นเด็กอย่างสนุกสนาน บางเหตุการณ์ฉันเองก็ลืมไปเสียสนิท จากความธรรมดาในเมื่อก่อน บัดนี้สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นความพิเศษไปอย่างไม่น่าเชื่อ


ขอบคุณกาลเวลาที่ผันผ่านที่ทำให้ฉันได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เคยมีนี้แจ่มชัดยิ่งขึ้น


นึกไปถึงคำพูดของใครบางคนที่บอกว่า...
ความสุขของเด็กคือ การเล่น
ความสุขของหนุ่มสาวคือ ความรัก
ความสุขของวัยกลางคนคือ การทำงาน
ความสุขของผู้เฒ่าคือ ความทรงจำ

หากคำพูดข้างบนเป็นจริง ความสุขของฉันในวันนี้ก็มาเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ทว่าท่ามกลางความทรงจำนั้นก็ยังแฝงความความสุขของวัยที่ผ่านและปัจจุบันขณะอยู่และยังเปี่ยมไปด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้

กองไฟที่เผาไหม้ท่อนมะม่วงแห้งไปทีละน้อยเหลือแต่ถ่านไฟร้อนแดงที่เราใช้ปิ้งย่างและจะมอดไหม้เป็นฝุ่นเถ้าไปในที่สุด ดูเหมือนว่าไฟนั้นจะเผาเปลือกของตัวฉันเองลงไปทีละน้อยเช่นกัน และลึกลึกฉันก็หวังว่าชีวิตที่ก่อนจะกลายเป็นฝุ่นผงนั้นจะยังคงมีประโยชน์อยู่บ้าง...แม้จะไม่ร้อนแรงมากมายก็ตาม

แวะมาทักทายในวันหนาวค่ะ ขอติดภาพบรรยากาศยามหนาวเอาไว้ก่อนนะคะ เพราะยังไม่ได้โหลดภาพลงเครื่องค่ะ หวังว่ากัลยาณมิตรทุกท่านคงกำลังมีความสุขด้วยหัวใจอันอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นนะคะ

ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕