ผมและภรรยาได้ตั๋ว China Eastern Airlines ต้องไปต่อเครื่องที่สนามบินผู่ตง มหานครเซี่ยงไฮ้ เราออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 01.55 น. ไปถึงสนามบินผู่ตง เวลา 07.00 น. แล้วต้องรอต่อเครื่องไปลอสแองเจลิสในเวลา 13.00 น. รอนานมาก



ผมน่าจะมีเวลาที่ไม่ได้ทำอะไรเลยที่สนามบินผู่ตงอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หมายถึงเมื่อหักเวลาเดินออกจากเครื่องผ่านขั้นตอนของสนามบิน จนมาถึงรอที่ประตูขึ้นเครื่องไปลอสแองเจลิสแล้ว



เวลาตั้ง 3 ชั่วโมง เราไปนั่งรถไฟห้วจรวดเที่ยวเล่นดีไหม นั่งจากสนามบินเข้าในเมืองเซี่ยงไฮ้ หาอาหารจีนกินอร่อยๆ แล้วนั่งกลับสนามบิน แค่นี้ก็มีเวลาเหลือเฟือ




ผมไม่เคยไปสนามบินผู่ตง ก็เลยเป็นกังวลในการเปลี่ยนเครื่อง ผมเข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มีหลายท่านที่เล่าขั้นตอนการเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งต้องขอขอบคุณ Bloggang.com : L@st love ที่เขียนละเอียดดีมาก

ถึงอย่างไรผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะออกไปเที่ยวนอกสนามบินไหม เอาเป็นว่าไปถึงผู่ตงค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า

ผมและภรรยาไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิด้วยรถแท็กซี่ เวลาสามทุ่มเศษ ไม่มีใครไปส่งเพราะลูกๆ มีภารกิจและก็ไม่อยากให้เขาไปส่งด้วย ลำบากเดินทางกลับ คืนนั้น ชั้น 4 มีพี่น้องมุสลิมมาก คงจะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์



เราไปที่เคาน์เตอร์ U ที่ซึ่ง China Eastern Airlines เช็คอิน หากจำไม่ผิดเป็นช่อง 18-22 ขั้นตอนการขึ้นตั๋วและฝากกระเป๋าลงเครื่องไม่ยุ่งยาก เรามีกระเป๋าลาก 3 ใบ และเป้ 1 ใบ เจ้าหน้าที่บอกฝากกระเป๋าได้คนละ 2 ใบ น้ำหนักไม่เกินใบละ 20 กิโลกรัม เราฝากเฉพาะกระเป๋า ส่วนเป้ผมสะพายขึ้นเครื่อง เพราะมีกล้องถ่ายรูปอยู่ข้างใน

จากนั้นผมไปยืนกรอกเอกสารใบตรวจคนเข้าเมืองที่ได้รับมาพร้อมกับตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีที่ให้ยืนกรอกอยู่ใกล้ๆ (คืนนั้นไม่มีกองร้อยน้ำหวานมาช่วยแนะนำ เสียดายครับ) ส่วนภรรยาไปแลกเงิน แน่ละผมต้องกรอกให้คุณเธอด้วย กรอกเสร็จเธอก็กลับมา
ผมขอตัวเข้าห้องน้ำ ทำภารกิจให้เรียบร้อย แล้วไปแลกเงินดอลล่าร์ติดกระเป๋านิดหน่อย กลับออกมามองเห็นภรรยายืนอยู่หน้าบันไดเลื่อนที่ค่อนข้างชันใกล้ๆ กับทางเข้าห้องน้ำ เธอเรียกผมแล้วเดินนำขึ้นบันไดเลื่อนไป ผมงงแต่ก็รีบเดินตามเธอจนทัน


"ไปตรวจพาสปอร์ต" เธอบอกสั้นๆ ผมยิ่งงงหนัก เพราะไปต่างประเทศหลายครั้งแล้ว ไม่ได้ขึ้นบันไดเลื่อนนี่นา
แต่ก็นิ่งไม่พูดอะไร พอขึ้นมาสุดบันไดเลื่อนจะมีที่กั้นให้เดินเป็นช่อง แล้วลงบันไดเลื่อนอีกที คราวนี้ลงไม่ยาวเหมือนเป็นชั้นลอย แล้วผมก็ร้องอ๋อ....
สนามบินสุวรรณภูมิเขาเพิ่มจุดตรวจหนังสือเดินทางนั่นเอง ชั้นลอยนี้ก็มีหลายช่อง ผมลงไปก็เข้ายืนรอคิวคนละแถวกับภรรยา และเราได้คิวที่สามเท่านั้นเอง


เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตของผมเป็นหญิงสาว อายุยังน้อยหน้าตาสวยมาก เธอรับพาสปอร์ตจากผมด้วยรอยยิ้ม และใช้เวลาไม่นานก็ส่งคืน ผมอยากชมว่าเธอสวยและยิ้มหวาน แต่ไม่กล้าเลยเฉไฉชมเครื่องแบบของเธอ

"เครื่องแบบสวยมากครับ" แล้วผมก็ดีใจและภูมิใจที่เห็นเธอยิ้มรับ แล้วยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวว่า
"ขอบคุณค่ะ"
นอกจากดีใจและภูมิใจแล้ว ผมยังทึ่งด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทย มารยาทดีมากอย่างนี้ ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

อ่านตอนต่อไปคลิกที่นี่ครับ

อ่านตอนที่แล้ว คลิกที่นี่ครับ