เก็บภาพ "ห่อนึ่งตูน" เมื่อคราวไปเยี่ยมพี่สาวเมือวันหยุดที่ผ่านมา(8-10/12/2555) เมนูนี้อร่อยแถมได้ประโยชน์...คนลงมือก็คือ"พี่แก้ว"พี่สาวของผมเอง เดินทางมาจาก "เมืองเถิน" งานนี้แสดงฝีมือหลายอย่าง..วันหยุดนี้.....มีความสุขไปพร้อม ๆ กับครอบครัวของผมด้วยกันนะครับ!!!!

                              -ส่งท้าย"วันสุข" วันนี้....ขอร่วมอนุรักษ์ผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิด....กับผักพื้นบ้านที่มีนามว่า "ตูน" ครับ...บางท้องที่อาจจะรู้จักในนาม"ทูน" ผักพื้นบ้านตระกูลบอน พบได้ในทั่วทุกภาคของบ้านเรา และถือว่าเป็นพืชผักสวนครัวที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่"ปลูกง่าย" และบางแห่งอาจจะ "ขายคล่อง"ได้อีกด้วย...และเพื่อเป็นการเพิ่มความน่าสนใจของ"ตูน" วันนี้จึงขอนำเสนอเมนูเด็ดจาก"ตูน" มาให้ทุกท่านได้ร่วมชม/ชิม ผ่าน บันทึกนี้ด้วยกันครับ....


1.ก่อนจะเข้าเรื่อง"ตูน" ขอนำเอาภาพ"แปลงนาหน้าบ้าน" ของพี่สาวที่"จังหวัดพิจิตร"มาใ้ห้ชมกันก่อน...วันหยุดที่ผ่านมาตั้งใจไว้ว่าจะไปเกี่ยวข้าวด้วย แต่พี่สาวบอกว่าน่าจะรอให้แก่อีกซักหน่อย ทำให้แผนการเกี่ยวข้าวต้อง"ยกเลิก" ไป วันนี้เลยเปลี่ยนแผนไปเก็บ"ตูน" มาทำ"ห่อนึ่ง" กันดีกว่าคร๊าบ!!!!


2.ก่อนอื่นก็ต้องไปเก็บ"ตูน" และมาทำความรู้จักกับ "ตูน"กันก่อนดีกว่า....ตามข้อมูลเขาบอกเอาไว้ว่า ทางภาคเหนือจะเรียกผักชนิดนี้ว่า"ตูน" ส่วนทางภาคอีสานจะเรียกว่า"ทูน" เป็นประเภทไม้ล้มลุก ลำต้นมีสีขาว มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีก้านใบแทงออกจากเหง้่า ก้านใบมีสีเขียวที่ผิวมีแป้งเคลือบอยู่มองดูเป็นสีขาวนวล  และส่วนที่ใช้นำมาทำอาหารในวันนี้ก็คือ"ก้านตูน" นั่นเองครับ....

.

3.เมนูนี้"พี่สาว"ของผมมีนามว่า"พี่แก้ว" เป็นคนลงมือ ส่วนผมก็ขอเป็นคนเก็บภาพ 555 พี่แก้วบอกว่า เครื่องปรุง/ส่วนผสมของ "ห่อนึ่งตูน"ไม่มีอะไรยุ่งยาก มาเริ่มต้นด้วยการ 1.ตำน้ำพริก ก็จะมี พริกสด หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ เกลือ และขมิ้น ตำให้ละเอียดจนเข้ากันดีก็จะได้น้ำพริกห่อนึ่งสีเหลืองครับ....2.นำน้ำพริกไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่น ๆ ก็จะมี หน่อไม้ดอง ปลาช่อน และพระเอกของเราวันนี้ก็คือ"ตูน" ที่ต้องลอกเอาเยื่อบาง ๆ ออกและหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยใบโหระพา เพิ่มความหอมหวลชวนรับประทาน และปรุงรสตามชอบครับ....


4.ขั้นตอนต่อไปก็ นำ"ใบตอง"กับ"ใบยอ"มารองห่อนึ่ง และ็ก็ห่อให้เรียบร้อย......"ใบยอ"เพิ่มความอร่อยแถมได้ประโยชน์จากเมนูนี้....หากชอบพริกก็ใส่เป็นเม็ด ๆ ลงไป "พี่แก้ว"บอกว่าเป็นการใส่"ลูกโดด" เพิ่มความเผ็ดร้อน นั่นเองครับ....555


5.เสร็จสรรพก็นำไป "นึ่ง" จึงได้ที่มาของชื่ออาหารเมนูนี้ก็คือ"ห่อนึ่งตูน" นั่นเอง...และนี่ก็คือโฉมหน้าของ"ห่อนึ่งตูน"และ"พี่แก้ว"แม่ครัวของผมซึ่งสั่งตรงมาจาก "เมืองเิถิน" บ้านผมเองคร๊าบ!!!!!

สำหรับวันนี้.....

                                                  สวัสดีครับ

                                                                                                              เพชรน้ำหนึ่ง

                                                                                                             14/12/2555