


การได้สัญชาติไทยของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย
2 ธันวาคม 2555
บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย อาจได้สัญชาติไทยตามกฎหมาย 6 กรณี ดังนี้ [1]
กรณีที่ 1. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) , มาตรา 7 วรรคสอง แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 และ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
กรณีที่ 2. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 ทวิ แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 และ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
กรณีที่ 3. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 23
กรณีที่ 4. ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ฯ พ.ศ. 2543 ข้อ 11 ตาม มาตรา 7 (1) (2) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 (การลงรายการสัญชาติไทยแก่ชาวไทยภูเขา ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วย การพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543)
(หัวข้อที่ 1, 2, 3, 4 มีรายละเอียดประกอบตอนท้าย)
กรณีที่ 5. โดยการแปลงสัญชาติเป็นไทยหรือขอถือสัญชาติไทยตามสามี ตามมาตรา 10 และ มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508
มาตรา 10 คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้
(1) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ
(2) มีความประพฤติดี
(3) มีอาชีพเป็นหลักฐาน
(4) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(5) มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 9 หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย ถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ได้สัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี
[หมายเหตุ การขอสัญชาติไทยตามนัยนี้ พอจะแยกได้เป็น 3 กรณี คือ
(1) การขอแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508
(2) การขอถือสัญชาติไทยตามสามี (ไทย) โดยอาศัยมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และ
(3) การขอแปลงสัญชาติของบุคคลที่เป็นสามีของหญิงไทย ในกรณีปกติ ตามมาตรา 10 และในกรณีพิเศษ ตามมาตรา 11(4) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508]
กรณีที่ 6. ”คนไทยพลัดถิ่น” ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555
หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีตซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
** มาตรา 3 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “คนไทยพลัดถิ่น” ระหว่างบทนิยามคำว่า “คนต่างด้าว”และบทนิยามคำว่า “คณะกรรมการ” ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
(พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555)
สรุปวิธีการได้สัญชาติไทยของบุคคลธรรมดาสามารถได้มา 5 วิธี คือ
1. ตามหลักสืบสายโลหิต
2. ตามหลักดินแดน
3. โดยการสมรส
4. โดยการแปลงสัญชาติ
5. โดยผลของกฎหมาย
สิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลธรรมดาใน 6 ลักษณะ
รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, 17 มีนาคม 2555[2] สรุปดังนี้
(1) สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา (เพราะบิดาเป็นคนสัญชาติไทย)
(1.1) มาตรา 7(1)/2508 + 2535 ฉบับที่ 2 เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่เกิด
(1.2) มาตรา 21/2551 ฉบับที่ 4 เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
(2) สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา (เพราะมารดาเป็นคนสัญชาติไทย)
(2.1) มาตรา 7(1)/2508 + 2535 ฉบับที่ 2 เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่เกิด
(2.2) มาตรา 10/2535 ฉบับที่ 2 เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2535
(3) สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน (เพราะเกิดในประเทศไทย)
(3.1) มาตรา 7(1)/2508 + 2535 ฉบับที่ 2
ไม่ตก มาตรา 7 ทวิ วรรค 1/2508 + 2535 ฉบับที่ 2
ไม่ตก มาตรา 8/2508
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2535
(3.2) มาตรา 7 ทวิ วรรค 2/2508 + 2535 ฉบับที่ 2
ไม่ตก มาตรา 8/2508
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด ? ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า เป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด รอความเห็นของศาลปกครองสูงสุด ?
มีผลตั้งแต่วันที่ มท. 1 ลงนามอนุญาตให้สัญชาติไทย
(3.3) มาตรา 11 วรรค 1/2535 ฉบับที่ 2
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
(3.4) มาตรา 23/2551 ฉบับที่ 4
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
(4) สัญชาติไทยโดยการสมรสกับชายสัญชาติไทย
(4.1) มาตรา 9/2508
เป็นสัญชาติไทยภายหลังการเกิด มีผลตั้งแต่ประกาศคำสั่ง มท. 1 เพื่ออนุญาตให้สัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา
(5) สัญชาติไทยเพราะมีสถานะคนไทยพลัดถิ่น
(5.1) มาตรา 9/6 วรรค 1/2508 + 2555 ฉบับที่ 5
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่มีการรับรองสถานะคนไทยพลัดถิ่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5.2) มาตรา 9/6 วรรค 2/2508 + 2555 ฉบับที่ 5
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่มีการรับรองสถานะคนไทยพลัดถิ่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5.3) มาตรา 9/7/2508 + 2555 ฉบับที่ 5
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่มีการรับรองสถานะคนไทยพลัดถิ่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5.4) มาตรา 5/2555 ฉบับที่ 5
เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศ พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 ในราชกิจจานุเบกษา ?????
(6) สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติเป็นไทย
(6.1) มาตรา 10/2508 สำหรับคนต่างด้าวทั่วไป
เป็นสัญชาติไทยภายหลังการเกิด มีผลตั้งแต่ประกาศคำสั่ง มท. 1 เพื่ออนุญาตให้สัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา
(6.2) มาตรา 11/2508 + 2551 ฉบับที่ 4 สำหรับคนต่างด้าวพิเศษ
เป็นสัญชาติไทยภายหลังการเกิด มีผลตั้งแต่ประกาศคำสั่ง มท. 1 เพื่ออนุญาตให้สัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา
(6.3) มาตรา 11/1/2508 + 2551 ฉบับที่ 4 สำหรับคนต่างด้าวด้อยโอกาส
เป็นสัญชาติไทยภายหลังการเกิด มีผลตั้งแต่ประกาศคำสั่ง มท. 1 เพื่ออนุญาตให้สัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา
(6.4) มาตรา 12 วรรค 2/2508 สำหรับบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าว ที่ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
เป็นสัญชาติไทยภายหลังการเกิด มีผลตั้งแต่ประกาศคำสั่ง มท. 1 เพื่ออนุญาตให้สัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติสัญชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ปัจจุบัน พรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2555 ดังนี้
1. พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 62 ฉบับพิเศษ หน้า 1 วันที่ 4 สิงหาคม 2508
2. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 [3] [2]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 13 หน้า 3 วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535
3. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 42 หน้า 94 วันที่ 8 เมษายน 2535
4. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 39 ก หน้า 24 – 32 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551
5. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 28 ก หน้า 1 – 4 วันที่ 21 มีนาคม 2555
รายละเอียดประกอบการได้สัญชาติไทยตามกฎหมายใน 6 กรณี (กล่าวเฉพาะกรณีที่ 1-4)
กรณีที่ 1. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) , มาตรา 7 วรรคสอง แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 และ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
มาตรา 7 บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
(1) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย [4] ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย [5]
(2) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง
“คำว่าบิดาตาม (1) ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เกิด และมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม” **
** มาตรา 7 วรรคสอง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 6 และเดิม มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
*** พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 21 บทบัญญัติวรรคสองของมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย
*** พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 มาตรา 5 ให้ถือว่าคนไทยพลัดถิ่นที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทยหรือได้สัญชาติไทยแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้และให้มีสถานะเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดด้วย
กรณีที่ 2. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 ทวิ แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 และ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 [6]
มาตรา 7 ทวิ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็น
(1) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ
(3) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
“ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายหรือเป็นการทั่วไปให้บุคคลตามวรรคหนึ่งได้สัญชาติไทยก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะใด ภายใต้เงื่อนไขใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและสิทธิมนุษยชนประกอบกัน ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง” **
** มาตรา 7 ทวิ เพิ่มโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
** มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 7
(มติ ครม.เมื่อ 28 สิงหาคม 2544 เห็นชอบให้บุตรที่เกิดในประเทศไทย ได้สัญชาติไทยโดยไม่จำกัดห้วงเวลาในการเกิด)
“บิดาและมารดาถือบัตรต่างด้าว” หากเป็นหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (มีใบอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย) ถือว่าเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 บุตรได้สัญชาติไทย
แต่ถ้าบิดาและมารดาเป็นต่างด้าว บุคคลประเภท 6 (ต่างด้าวที่เป็นผู้อพยพ ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้เข้าเมืองเพียงชั่วคราว และผู้ได้รับผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย) บุคคลประเภท 7 (บุตรของบุคคลประเภท 6) หรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน อื่น ๆ (บุคคลประเภท 0) [7] บุตรจะไม่ได้สัญชาติไทย แต่อาจขอสัญชาติไทยได้ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 7 ทวิ วรรคสาม
(พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 22 บทบัญญัติวรรคสามของมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้ที่เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย)
กรณีที่ 3. ตามผลของกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 23
มาตรา 23 “บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 1 และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 2 รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลักฐานทาง ทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้เป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้วก่อนวัน ที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับ แต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียน ราษฎรต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียน ราษฎรแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาในปัจจุบัน” **
** ตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 (เกิดตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 ให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551)
*** และระเบียบฯ อื่นที่เกี่ยวข้อง และหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย หนังสือสั่งการตอบหารือกรมการปกครอง และหนังสือสั่งการสำนักทะเบียนกลาง ฯลฯ [8]
สรุป มาตรา 23
1. บุคคลเป้าหมายคือคนที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535
2. ถ้าเกิดตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 - วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 จะต้องมีบิดาหรือมารดาเกิดในราชอาณาจักรไทย
3. บุตรของบุคคลตามข้อ 1 หรือ 2 เกิดหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 จะได้สัญชาติไทยตามผลของกฎหมาย (บิดาหรือมารดา ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551)
หมายเหตุบุคคลที่จะได้รับการลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา 23 ประกอบด้วย 3 กลุ่ม แบ่งตามวันที่เกิดได้แก่
กลุ่มที่ 1 เกิดก่อนวันที่ 14 ธันวาคม 2515 (ถูกถอนสัญชาติไทยตาม ปว.337 ข้อ 1)
กลุ่มที่ 2 เกิดระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2515 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535 (ไม่ได้สัญชาติไทยตาม ปว.337 ข้อ 2) และ
กลุ่มที่ 3 เป็นบุตรของกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 ที่เกิดก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่ากลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 จะมีบิดามารดาเป็นบุคคลที่เกิดต่างประเทศส่วนกลุ่มที่ 3 จะต้องมีบิดามารดาเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย
ปว. 337 ทำให้บุคคลเสียสัญชาติไทย 6 กลุ่ม
1) มีบิดาเป็นไทย ไม่สมรสกับมารดาต่างด้าวเข้าเงื่อนไข
2) มีบิดาเป็นต่างด้าวเข้าเงื่อนไข สมรสกับมารดาไทย
3) มีบิดาเป็นต่างด้าวที่มีใบ ฯ ไม่สมรสกับมารดาต่างด้าวเข้าเงื่อนไข
4) มีบิดาเป็นต่างด้าวเข้าเงื่อนไข สมรสกับมารดาต่างด้าวที่มีใบ ฯ
5) มีบิดาเป็นต่างด้าวเข้าเงื่อนไข สมรสกับมารดาต่างด้าวเข้าเงื่อนไข
6) มีบิดาเป็นต่างด้าวเข้าเงื่อนไข ไม่สมรสกับมารดาต่างด้าวเข้าเงื่อนไข
กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ได้ไทยกลับคืนตามมาตรา 7 และมาตรา 10 พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
ส่วนกลุ่มที่ 3 ถึง 6 ที่เกิดก่อนวันที่ 26 ก.พ.2535 ได้คืนสัญชาติไทย ตามมาตรา 23 พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
กรณีที่ 4. ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ฯ พ.ศ.2543 ข้อ 11 ตาม มาตรา 7 (1) (2) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 (การลงรายการสัญชาติไทยแก่ชาวไทยภูเขา ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วย การพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543)
นอกจากนี้จะมีระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 และระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543
*** ข้อ 11 ชาวไทยภูเขาที่จะได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยเพิ่มชื่อ และรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) จะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
* ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2456 จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เป็นบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย เว้นแต่จะพิสูจน์เป็นอย่างอื่น
มาตรา 7บุคคลต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ***
(1) ผู้ที่เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
(2) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ
(*** มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535)
ข้อ 12 ผู้ยื่นคำร้อง อาจอ้างเอกสารดังต่อไปนี้เป็นพยานเพื่อใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงอันทำให้ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
(1) เอกสารทางทะเบียนราษฎร หรือตามมติคณะรัฐมนตรี
1.1 ทะเบียนชาวเขา แบบ ท.ร.ชข. ระหว่างปี 2512-2513
1.2 ตามโครงการเลขประจำตัวประชาชน เมื่อ 20 กรกฎาคม 2525
1.3 ทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้าน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 24 เมษายน 2527 (2528-2531)
1.4 ทะเบียนประวัติบุคคลบนพื้นที่สูง (2533-2534)
1.5 ทะเบียนประวัติชุมชนบนพื้นที่สูง (2541-2542)
1.6 ทะเบียนบ้าน (ท.ร.13)
(2) เอกสารต่าง ๆ ที่ทางราชการออกให้ เช่นใบรับแจ้งการเกิด ใบรับรองการเกิด สูติบัตร
(3) เอกสารอื่น ๆ ที่มีรายละเอียดข้อมูลสามารถเป็นข้อมูลในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
NB : อ้างอิงประกอบเพิ่มเติม (เป็นเอกสาร/ข้อความที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากเชิงอรรถ footnote)
กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หนังสือสั่งการ คู่มือฯ
[1] พระราชบัญญัติสัญชาติ
[1.1]“พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2555”
ลิงค์ดาวน์โหลด พรบ.แก้ไขถึงฉบับที่ 5 (Multiversional, both Word & PDF files)
(New Upload : 18 June 2016.ไฟล์เวิร์ดอาจไม่เสถียร)
&
[1.2] พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
มาตรา 10 บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย
[1.3] พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
มาตรา 23 บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 1 และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 2 รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้เป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาในปัจจุบัน
[2] พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร
[2.1]พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 108 ตอนที่ 203 ฉบับพิเศษ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 หน้า 97-120, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2534/A/203/97.PDF
[2.2]พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 38 ก วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551 หน้า 13-22, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/A/038/13.PDF
[2.3]พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 49 ก วันที่ 14 เมษายน 2562 หน้า 33-44, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/049/T_0033.PDF
#พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 มาตรา 19/2
“มาตรา 19/2 เมื่อได้รับแจ้งการเกิดตามมาตรา 19 หรือมาตรา 19/1 แล้ว ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งดำเนินการพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของเด็กตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แล้วดำเนินการต่อไปตามมาตรา 20 ทั้งนี้ ให้ผู้พบเด็ก ผู้รับเด็กไว้ และผู้แจ้งการเกิด ให้ความร่วมมือกับนายทะเบียนผู้รับแจ้งในการดำเนินการพิสูจน์ตามที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งร้องขอ ในกรณีที่ไม่อาจพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนประวัติและออกเอกสารแสดงตนให้เด็กไว้เป็นหลักฐาน เว้นแต่เด็กนั้นมีอายุครบห้าปีแล้วให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นออกบัตรประจำตัวให้แทน ตามระเบียบและภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
ผู้ซึ่งได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและเอกสารแสดงตนตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีหลักฐานแสดงว่าได้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี และมีคุณสมบัติอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนด ให้ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทยได้ และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องมีสถานะถูกต้องตามเงื่อนไขและมีคุณสมบัติครบถ้วนดังกล่าว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศให้ผู้นั้นมีสัญชาติไทย ทั้งนี้ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง และให้ถือว่าผู้นั้นมีสัญชาติไทยตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีมีประกาศ
ระยะเวลาสิบปีตามวรรคสองให้นับแต่วันที่จัดทำทะเบียนประวัติหรือออกเอกสารแสดงตน เว้นแต่จะมีหลักฐานอันชัดแจ้งแสดงว่าได้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรมาก่อนหน้านั้นตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ก็ให้นับแต่วันที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรตามที่ปรากฏจากหลักฐาน
ผู้ซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามวรรคสอง ถ้าภายหลังปรากฏหลักฐานว่ามีกรณีไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือขาดคุณสมบัติ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศเพิกถอนการให้สัญชาตินั้นโดยพลัน
ให้นำความในมาตรานี้มาใช้บังคับกับบุคคลที่เคยอยู่ในการอุปการะของหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนตามมาตรา 19/1 แต่หน่วยงานดังกล่าวได้อนุญาตให้บุคคลอื่นรับไปอุปการะ และบุคคลที่มิได้แจ้งการเกิดตามมาตรา 19 หรือมาตรา 19/1 ซึ่งได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 19/3หรือขอเพิ่มชื่อตามมาตรา 37แต่ไม่อาจพิสูจน์สถานการณ์เกิดและสัญชาติได้ด้วยโดยอนุโลม”
*** รวม พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 แก้ไขถึง(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562
upload file word 20 nov 2021, https://www.mediafire.com/file/iwuv0hd9sqiqhvk/RegistrarAct2534toNo3-2562.docx/file
upload file PDF 20 nov 2021,
https://www.mediafire.com/file/qtdcjrf1kg5wx65/RegistrarAct2534toNo3-2562.pdf/file
[3] มติคณะรัฐมนตรี
[3.1] มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 26 มกราคม 2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดสถานะและสิทธิของบุคคลที่อพยพเข้ามาและอาศัยอยู่มานาน
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/38617
[4] กฎกระทรวง
[4.1] กฎกระทรวงกำหนดฐานะและเงื่อนไขการอยู่ในราชอาณาจักรไทยของผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทย พ.ศ. 2560 ออกตามความในมาตรา 7 ทวิ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 85 ก เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 หน้า 3-5,
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/085/3.PDF
[5]ประกาศกระทรวงมหาดไทย
[5.1] ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่มานานตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 177 ง หน้า 54 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555, http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%A402/%A402-2e-2555-a0007.pdf
[5.2] ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุณสมบัติอื่นของผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย ตามมาตรา 19/2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562,
ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 126 ง วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 หน้า 9-10,
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/126/T_0009.PDF
[6]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร
[6.1]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 180 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน้า 1-50, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/1.PDF
[6.2]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 180 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน้า 51-52, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/51.PDF
[6.3]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 180 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน้า 53-57, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/53.PDF
[6.4]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2545, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 180 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน้า 58-69, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/58.PDF
[6.5]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2551, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 180 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน้า 70-80, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/70.PDF
[6.6]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 261 ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 หน้า 8-10, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/261/T_0008.PDF
[6.7]ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 158 ง วันที่ 21 มิถุนายน 2562 หน้า 1-16, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/158/T_0001.PDF
[6.8] ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564
, ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 ประกาศเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ข้อ 115 ข้อ 116 ข้อ 117 (ยกเลิก) ข้อ 120
ดูหนังสือสำนักทะเบียนกลาง ด่วนที่สุด ที่ มท 0309.1/ว 257 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เรื่อง การแก้ไขระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564
https://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/book/64/25641029/mt03091_v257.PDF
*** รวม ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 แก้ไขถึง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 (update แล้วเมื่อ 9 ธันวาคม 2564)
PDF File Upload ขนาดไฟล์ 659.63 kb 9 dec 2021,
https://www.mediafire.com/file/tszqlykbj3housk/TabianRegistraReg2535toNo8-2564update.pdf/file
DOC File Upload ขนาดไฟล์ 210.91 kb 9 dec 2021,
https://www.mediafire.com/file/brmmh70vmbt82nq/TabianRegistraReg2535toNo8-2564update.docx/file
[7]ระเบียบสำนักทะเบียนกลางสำคัญ
[7.1] ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543, ฉบับราชกิจจานุเบกษา, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนที่ 86 ง วันที่ 28 สิงหาคม 2543 หน้า 27-48, (LIRT คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ), https://dl.parliament.go.th/handle/lirt/223225 & https://dl.parliament.go.th/backoffice/viewer2300/web/viewer.php
& การได้สัญชาติไทยตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543 (สรุปสาระสำคัญและแผนผัง), https://www.bora.dopa.go.th/nationclinic/NewHTML/Section43.htm
[7.2] ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. 2562,
ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 158 ง วันที่ 21 มิถุนายน 2562 หน้า 17-25,
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/158/T_0017.PDF
[8] ประกาศสำนักทะเบียนกลาง
[8.1]ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอมีสัญชาติไทย และการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอมีสัญชาติไทย ตามมาตรา 19/2วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562,
หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ด่วนที่สุด ที่ มท 0309/ว 232 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2562, http://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/book/62/mt0309_v232.pdf
[9]หนังสือสั่งการสำคัญ
[9.1] หนังสือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด่วน ที่ สม 0001/57 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 เรื่อง ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 และเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553, http://www.nhrc.or.th/getattachment/738e748f-c480-4b2a-8f75-c7aa439915b0/ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามยุทธศาสตร์การจั.aspx
[9.2]หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0309.1/ว 3115 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 เรื่อง โครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาติ ประจำปี 2558, http://118.174.31.163/images/snbt/str/book/58/05/mt03091_v3115.pdf
[9.3]หนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ที่ มท 0309/ว 11682 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติกรณีเด็กและบุคคลไร้รากเหง้า,
http://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/book/62/mt0909_v11682.pdf
[9.4]หนังสือกรมการปกครอง ด่วนมาก ที่ มท 0309/ว 13282 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เรื่อง การออกหนังสือรับรองความเป็นคนไร้รากเหง้า,
https://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/book/62/mt0309_v13282.pdf
[10]คู่มือและแนวปฏิบัติ
[10.1] คู่มือและแนวปฏิบัติสำหรับการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2560) กระทรวงศึกษาธิการ, พิมพ์ครั้งที่ 1 เดือนมีนาคม 2561 โดย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,
https://www.moe.go.th/moe/upload/news20/FileUpload/50931-4205.pdf
[11]บทความน่าสนใจ
[11.1] “การอุ้มบุญ”,ข้อมูลจาก คมชัดลึก, 20 มิถุนายน 2550
กฎหมายเรื่องอุ้มบุญ ยังไม่มีการออกกฎหมายรับรองเนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ มีแต่เพียงแนวคิดในเรื่องนี้เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ลองอาจข่าวนี้ดูนะคะ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง
เมื่อ 20 มิถุนายน 2550 นายนันทน อินทนนท์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง การผสมเทียมโดยให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน กล่าวถึงความเป็นมาของร่าง พ.ร.บ.การรับตั้งครรภ์แทน พ.ศ. ... ว่า การให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนคู่สามีภรรยาที่มีบุตรยาก ด้วยการผสมเทียมจนเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน จากนั้นนำไปฝังตัวในมดลูกของหญิงอื่นที่รับตั้งครรภ์แทนจนเกิดการตั้งครรภ์ หรือเรียกว่า การ “อุ้มบุญ” นั้น เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แต่เป็นความลับ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองการอุ้มบุญเป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงจัดโครงการวิจัยฯ นี้ขึ้น และพัฒนาสู่การร่าง พ.ร.บ.การรับตั้งครรภ์แทน พ.ศ. ... คำนึงถึงผลกระทบต่อหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน เด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ การคุ้มครองสามีภรรยาด้านสิทธิของการเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ โดยร่างกฎหมายมี 3 หมวด 19 มาตรา หมวดแรกเป็นหมวดสิทธิ หมวดที่ 2 ความเป็นบิดามารดาของเด็กอุ้มบุญและหมวด 3 การควบคุมการรับตั้งครรภ์แทน ซึ่งวางเกณฑ์ไว้ 7 ข้อ คือ หญิงที่จะอุ้มบุญและคู่สมรสต้องมีสัญชาติไทย หญิงที่จะตั้งครรภ์แทนต้องอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรส สามีของผู้ที่จะอุ้มบุญต้องยินยอมด้วย
“การตั้งครรภ์ต้องมิใช่เพื่อการค้า การตั้งครรภ์ในกรณีอุ้มบุญต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้ว นำไข่และอสุจิของคู่สามีภรรยาเท่านั้น ไม่ใช่เชื้อหรือไข่ที่ได้รับการบริจาค ซึ่งเกณฑ์ต่างๆ ที่ออกมานี้เพื่อมิให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งให้ชาวต่างชาติมาทำการอุ้มบุญ” นายนันทน กล่าว
[11.2] ชำนาญวิทย์ เตรัตน์, ”สถานะของบุคคล”, สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย, มปป., www.law.moi.go.th/2551/article010.doc
(ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปไกล ทำให้มนุษย์สามารถกำเนิดเกิดมาได้โดยการผสมเทียม การโคลนนิ่ง การทำศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศการกำเนิดมามีสองเพศ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของบุคคลตามมาในหลายเรื่อง เป็นกรณีที่สถานะของบุคคล ที่กฎหมายไม่รับรอง อาทิ กรณีเด็กที่เกิดจากการผสมเทียมโดยให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน(อุ้มบุญ))
[11.3] ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล (ยกร่างคำฟ้อง), ”คำฟ้องต่อศาลปกครองกลางกรณีขอสัญชาติไทยนายจอบิ”, 8 มีนาคม 2548, http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=127&d_id=127
[11.4] ปุณฑวิชญ์ ฉัตรมงคลชาติ, ”การยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตาม มาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ของวิษณุ”, 18 มกราคม 2554, https://www.gotoknow.org/posts/421453
[11.5] พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์, สรุปบันทึก ความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายเพื่อพัฒนาการใหม่ของอาเซียน ASEAN (ตอนที่ 2), 6 พฤศจิกายน 2555, https://www.gotoknow.org/posts/507764
[1] การได้สัญชาติไทยของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย”, http://118.174.31.136/data_pdf/km7_53.ppt & “การได้สัญชาติไทยของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย”, http://www.bora.dopa.go.th/nationclinic/images/document/sss23.pdf
[2] รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, “การได้สิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลธรรมดา ภายใต้ พรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2 และ 3) พ.ศ. 2535 พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555”, 17 มีนาคม 2555,
& รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, “ร่างรัฐธรรมนูญที่จะประชาพิจารณ์รับรองคนสัญชาติไทยที่มีองค์ประกอบต่างด้าวอย่างไรกัน ? .มองผ่านมาร์คแอนโทนี่ โรสแมรี่ และชานนท์”, 11 เมษายน 2559, โพสต์ 15 พฤษภาคม 2559, https://www.gotoknow.org/posts/606441 & https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/152/897/original_PVIL-Nationality-MP-Overview-on-Thai-Nationality-Law2.jpeg
[3] พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535, http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=82&s_id=27&d_id=26
& ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2538 เรื่อง การสั่งให้บุคคลซึ่งเคยมีสัญชาติไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ใช้บังคับได้สัญชาติไทย
[4] กรณีเกิดในประเทศไทย ”พ่อไทย หรือ แม่ไทย จะสมรสหรือไม่ ลูกได้สัญชาติไทย โดยการเกิดตามสายโลหิตหรือหลักดินแดน” (ดู “การพิจารณาสัญชาติของบุคคล”, http://203.157.219.17/itcmpo/index.php/download/list-of-files?download=7:nation-98 )
[5] การได้สัญชาติไทยของบุคคล - กรณีบุตรที่เกิดนอกประเทศไทย
1) ถ้าบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมารดาสัญชาติไทย จะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ก็ตาม บุตรย่อมได้สัญชาติไทย
2) ถ้าบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมารดาเป็นคนสัญชาติอื่น บิดาต้องจดทะเบียนสมรสกับมารดา บุตรจึงจะได้สัญชาติไทยตามบิดา ซึ่งการจดทะเบียนสมรสนั้นจะจดตามกฎหมายของต่างประเทศหรือจดทะเบียนสมรสที่สถานเอกอัครราชทูตไทยก็ได้
3) ถ้ามารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย และบิดาเป็นคนสัญชาติอื่น บิดาจะจดทะเบียนสมรสกับมารดาหรือไม่ก็ตาม บุตรย่อมได้สัญชาติไทยตามมารดา
- กรณีที่บุตรเกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 (ค.ศ. 1992) โดยมีมารดาสัญชาติไทย บุคคลนั้นจะได้สัญชาติไทยโดยการเกิด โดยมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่เกิด ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2535
(ดู สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส, “การได้สัญชาติไทยของบุคคล – กรณีบุตรที่เกิดนอกประเทศไทย”, http://www.thaiembassy.fr/บริการงานกงสุล/งานทะเบียนราษฎร-ทะเบียน/สัญชาติ/ )
& ดู บันทึกความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 574/2535 เรื่องการได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (กรณีของเด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง)
ข้อเท็จจริง เด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2523 (ค.ศ.1980) ในสหราชอาณาจักร โดยที่ในขณะเกิดบิดา คือ นายเกษม บุญรุ่งเรือง เป็นผู้มีสัญชาติไทย และมารดา คือ นางคาเรน แอน บุญรุ่งเรือง มีสัญชาติอังกฤษนั้นยังไม่ได้สมรสกันตามกฎหมายต่อมาหลังจากเด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง เกิดแล้วคือในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2524 (ค.ศ.1981) บิดาและมารดาของเด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง จึงได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย ณ สำนักทะเบียน District of Haymarket, Edinburgh สหราชอาณาจักร ซึ่งมีผลทำให้เด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายเกษม บุญรุ่งเรือง ผู้เป็นบิดาตามนัยมาตรา 1547 และมาตรา 1557 (1) แห่งปพพ.
เห็นว่า กรณีของเด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้เกิดโดยบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นผู้มีสัญชาติไทย แม้ว่าจะเกิดนอกราชอาณาจักร และก่อนบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันก็ตาม แต่ภายหลังบิดามารดาได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว กรณีจึงเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เด็กชายชโนดม บุญรุ่งเรือง จึงมีสิทธิได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิดตามบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายตามหลักสืบสายโลหิตตามมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535, http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=cmd&year=2535&lawPath=c2_0574_2535
[6] ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การสั่งให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไปและการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 26 กันยายน 2555”, ตามมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 (รจ. หน้า 50 เล่ม 129 ตอนพิเศษ 177 ง วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555), http://www.tobethai.org/newsite/sites/default/files/WedDecember2012-2-59-56-5-12-55.pdf
& หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0322/ว.745 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2536 เรื่อง แนวทางการวินิจฉัยสัญชาติของบุคคลตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
& สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง, ”การได้สัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 ทวิ(ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553)”, http://www.bora.dopa.go.th/nationclinic/NewHTML/Section7.htm
[7] รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน : คือใคร ? มีสิทธิแค่ไหนในประเทศไทย ?, 17 พฤศจิกายน 2552, http://gotoknow.org/blog/people-management/314147 &
http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=482&d_id=481
(บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ก็คือ บุคคลที่รัฐไทยรับฟังว่า ยังพิสูจน์สถานะทางกฎหมายว่าด้วยสิทธิในสัญชาติไม่ได้ หรือพิสูจน์ได้แล้วว่า เป็นคนต่างด้าวก็ยังส่งกลับประเทศต้นทางไม่ได้)
บุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน 6 ประเภท (บุคคลประเภท 0) ตามมติ ครม. 18 มกราคม 2548 (6 กลุ่มเป้าหมาย)
แต่ มติ ครม. 7 ธันวาคม 2553 เห็นชอบตามที่ สมช.เสนอ ใน 4 กลุ่มเป้าหมาย (ยกเว้นกลุ่มที่ 5 - 6)ได้แก่
1 บุคคลที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยที่มีความเกี่ยวพันกับผู้ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติชนกลุ่มน้อยไว้เดิมแต่ตกสำรวจ (มิได้มีเชื้อสายไทย) เฉพาะชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ (มติ ครม.ให้อาศัยอยู่ถาวร 13 กลุ่ม อาศัยอยู่ชั่วคราว 5 กลุ่ม) อาศัยอยู่เป็นเวลานาน (10 ปี) และอพยพเข้ามาก่อน 18 มกราคม 2538
2 เด็กนักเรียนที่อยู่ในสถานศึกษาของทางราชการ (รร.สำรวจ) และที่จบการศึกษา(ระดับอุดมศึกษา)แล้ว ได้รับสถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย
3 บุคคลไร้รากเหง้า (สำรวจปี 2550-2552) เกิดและอาศัยอยู่อย่างน้อย 10 ปี และถูกบุพการีทอดทิ้ง
( ดูปทิตตา ไชยปาน, ปัญหาการจัดการกับคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติเพราะไร้รากเหง้าในประเทศไทย,5 พฤศจิกายน 2555, https://www.l3nr.org/posts/528598
บุคคลไร้รากเหง้า หมายถึง คนที่ไม่รู้หรือไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ตนเกิดที่ไหน เกิดเมื่อไหร่ หรือบิดามารดาเป็นใครเนื่องจากบุคคลไร้รากเหง้าดังกล่าวไม่มีเอกสารรับรองตัวบุคคลโดยรัฐใดเลยบนโลกใบนี้)
กรณีมิได้เกิดในประเทศไทย ต้องอพยพมาก่อน 18 มกราคม 2538 (10 ปี) รวมถึงมีหนังสือรับรอง จะได้รับสถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย
4 บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ
5 กลุ่มแรงงาน 3 สัญชาติ (พม่า ลาว และกัมพูชา) (บุคคลประเภท 00)
6 กลุ่มต่างด้าวอื่น ๆ (ที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นสังกัดได้)ตาม ทะเบียนประวัติสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.38 ก.) และ ตาม แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.38 ข.) หากบุคคลดังกล่าวมีการลงรายการในทะเบียนบ้าน และได้สัญชาติไทย ก็จะเป็น บุคคลประเภท 8
[8] หนังสือ กรมการปกครอง ที่ มท 0309.1/ว 5527 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2552 เรื่อง การขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551, http://118.174.31.136/STR/data_pdf/mt03091_v5527.pdf
& ดูใน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) สำนักบริหารการทะเบียน, http://118.174.31.147:8085/ebook/index.jsp?booktype=2
& สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง, ”การได้สัญชาติไทยมาตรา 23 ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม”, http://www.bora.dopa.go.th/nationclinic/NewHTML/Section23.htm
ดี ได้รู้ เกียว กับปัญหา ต่างๆ ของ รายงาน ในน ประเทศ
และผู้ที่เกิดในประเทศไทย ไม่มี สัญชาติ ไทย
ครูป้าแมวอยู่กับเด็กชนเผ่า 11-12 เผ่ามา 40 ปี แต่ไม่มีปัญญาช่วยเด็กที่ไม่มีเลข 13 หลักให้ได้รับความช่วยเหลืองบประมาณอุดหนุนการศึกษาจากรัฐในปี 2555จนถึงปี 2556 นี้ เพราะระเบียบของการจัดการศึกษาในสภาพโรงเรียนเอกชน ป้าแมวก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนก็จะไม่รับเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียน แต่ก็มีเหตุบังคับ 2 ประการ คือประการที่หนึ่งกฏหมายห้ามปฏิเสธการรับเด็กที่มีความประสงค์เข้าเรียนในโรงเรียน ประการที่สายตาของผู้ปกครองและเด็กมองเราอย่างมีความหวังว่า " ช่วยหนูเถอะหนูอยากเป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญาและจิตใจ " ป้าแมวอยากให้คนจัดการศึกษาตั้งแต่รากฐานการศึกษาที่ใดๆก็แล้วแต่ไปจนถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาช่วยด้วย ป้าแมว 60 กว่าแล้วอ่อนแรงเต็มทน ขณะนี้ก็เปิดดู พ.ร.บ. สัญชาติ 7 ทวิ วรรค 2 ที่แก้ไขเมื่อ 3 ธันวาคม 2555 ไม่ทราบว่าจะช่วยเด็กไร้สัญชาติอีก 400 กว่าคนในโรงเรียนยังไงต้องขอตั้งหลักศึกษาทบทวนความรู้เดิมจาก ดร.แหวว /อ.วรรณี / อ.เพชร หนูๆทั้งหลายจาก ม.ธรรมศาสตร์ / ม. เชียงใหม่ / ม.นเรศวร ฯลฯ ถ้าใครถามว่าใครใช้ให้ทำ ก็ต้องบอกว่าข้าพเจ้า......อยากทำเองค่ะ
ครูป้าแมวอยู่กับเด็กชนเผ่า 11-12 เผ่ามาเป็นระยะเวลา 40 ปี และช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติมาเท่ากับเวลาทำงาน แต่ไม่เคยมีปัญหาหนักเท่ากับปี 2555-2556 ที่เด็กไม่มีเลข 13 หลักไม่ได้รับงบประมาณการอุดหนุนการศึกษาถึง 60 กว่าคน ความจริงรัฐไม่ช่วยเด็กเราก็ไม่อยากรับ แต่ถ้าไม่รับก็ผิดกฏหมายและอีกประการหนึ่งสายตาผู้ปกครองและเด็กที่มองเราและอยากจะบอกว่า" ขอโอกาสการศึกษาให้ได้พัฒนาทั้งร่างการ สติปัญญาและจิตใจ " บางคนก็ต่อว่าเราแรงๆที่ช่วยเด็กกลุ่มนี้แต่อยากจะบอกว่าคุณๆที่เสียภาษีและซื้อของในประเทศไทยทุกท่าน ท่านได้เสียสละเงินเพื่อเป็นการป้องกันความมั่นคงประเทศด้วยนะคะ ถ้าจะถามอีกว่าใครใช้ให้ข้าพเจ้าทำก็ขอเรียนให้ทราบว่าทำเองเพราะรักบ้านเมืองของเรา ขณะนี้กำลังเปิดอ่าน มาตร 7 ทวิ วรรค 2 แก้ไขครั้งล่าสุด 3 ธันวาคม 2555 เพื่อให้นักเรียนไร้สัญชาติ 400 กว่าคนในโรงเรียนได้พิจารณานำไปเป็นหลักเกณฑ์ขอสัญชาติต่อไป อยากขอนักการศึกษานักกฏหมายพิจารณาช่วยเด็กด้อยโอกาสที่มีผู้อุปการะที่อยู่ที่กินแต่ไม่มีที่เรียนเพราะไม่มีเลข 13 หลักและที่อยากขอมากที่สุดขอท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาสั่งการให้เด็ดขาดว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร ขอบคุณทุกท่านที่มีวิสัยทัศน์ช่วยการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส
ขอเอาใจช่วยครูป้าแมวครับ ผู้เขียนพอจะแนะนำปรึกษาได้บ้าง เพราะเรื่องสัญชาติมีคนรู้น้อย และเจ้าหน้าที่ที่รู้ไม่จริงจะเกรงกลัว ทำผิดทำถูก สุดท้ายชาวบ้านเดือดร้อน... ขอให้สังคมไทยมีคนอย่างคุณครูป้าแมวให้มาก ๆ เราต้องให้โอกาสแก่ผู้ที่ด้อยกว่า ตามหลักสิทธิมนุษยชน...
ทำไมทางิำเภอไม่ออกบัตรให้คนเหล่านี้สักทีทั้งๆเขามีสิทธิแล้วตามกฏหมาย
หนูเกิดเมืองไทยแต่สัญชาติกระเหรี่ยงแต่หนูอยากได้บัตรไทยแต่ทางอำเภอไม่ทำให้ได้กินเงินชาวบ้านกว่าจะได้มาต้องหมดเยอะ2-3หมื่นกว่าได้บ้างครั้งก็ไม่ได้บัตรเงินก็หมดไปฟรีๆอำเภอนี้อยู่สังขละโกงเงินชาวบ้าน
ผมมีบัตรหัว6อยู่ในเขตอ.เมือง ชร ไปขอสัญชาติหรือไปทำอะไรที่เกียวข้องกับการคึบน้าของบัตรไม้ได้เลยครับมีลูกแล้ว6ขวบจดทาเบียนสมรสแล้ว
สรุปคร่าว ๆ ว่าเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นเลข ๖ มีหลายประเภท เช่น เป็น กลุ่มชาวไทยภูเขา (๙ เผ่า) เป็นกลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง
กรณีที่คุณลูกไม้เป็นบุตรของบิดาและมารดาเป็นต่างด้าวที่เกิดต่างประเทศ และคุณลูกไม้เกิดต่างประเทศ คุณลูกไม้จะไม่ได้สัญชาติไทย หากจะขอลงรายการสัญชาติไทย ต้องขอเป็นการเฉพาะรายไป ตามเงื่อนไขฯ คุณลูกไม้ต้องมีรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวมากกว่านี้
ผมเกิด พ.ศ. 2536สามารถขอสัญชาติไทยได้หรือยังครับ เพราะว่าผมไปขอทำเรื่องทีไร เงินก็เสีย บัตรก็ไม่ได้ ตอนนี้ผมก็เรียนจะจบแล้วครับแต่ยังไม่ได้บัตรประชาชนคนไทยเลยครับ ผมอยากให้ตรวจสอบให้ทีครับ แม่ผมเสียเงินไปหลายหมื่นแล้วครับ ผมเกิดที่อำเภอสังขละบุรีครับ ขอบคุณครับ
ถ้าเกิดในประเทศไทยแต่อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมไม่ทราบพ่อแม่จริงๆหล่ะคะจะสามารถขอสัญชาติได้ไหมคะ?
ถ้าเกิดในประเทศไทยแต่อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมไม่ทราบพ่อแม่จริงๆหล่ะคะจะสามารถขอสัญชาติได้ไหมคะ?
เมื่อไรผมจะได้สัญชาติ ผมเกิดในประเทศไทย เรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทย
ทำไมผมขอสัญชาติไทยไม่ได้ ผมเสียดายเด็กไทยที่มีครบทุกอย่าง ทำไมเขาไม่ต้องใจเรียน
ผมเป็นเด็กไม่มีสัญชาติ แต่ผมก็จะเป็นเด็กดีของสังคมไทย ผมรักในหลวง เพราะในหลวงเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกของคนไทย
หนูมีเลขขึ้นต้นด้วย ศูนย์ ไม่ทราบว่าหนูมีโอกาสขอสัญชาติไทยได้ไหมค่ะ ตอนนี้หนูเรียนจบม.หกแร้ว แต่จะไปเรียนต่อที่ไหนลำบาก ตอนนี้หนูมีแค่ใบทร.38เท่านั้น ใบเกิดก็ไม่มี
ตอบคุณชายมอ (ถาม 11 oct 2557)
(๑) สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า คุณชายมอ เกิดที่อ.สังขละบุรี พ.ศ. 2536 (อายุประมาณ ๒๑ ปี) เรียนจบแล้ว (ข้อเท็จจริงที่ขาด คือ ไม่ระบุวันที่เกิด ไม่ระบุสัญชาติบิดา มารดา ไม่ระบุว่ามีเอกสารการเกิด เช่น หนังสือรับรองการเกิดหรือไม่)
(๒) มารดาคุณชายมอ เสียเงินเพื่อเดินเรื่องขอบัตรประชาชนคนไทยให้คุณชายมอไปแล้วหลายหมื่น
ข้อสันนิษฐานเพิ่มเติม
(๑) คุณชายมอ น่าจะได้รับการลงทะเบียนบุคคล "เลข ๐" หรือ บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนแล้ว หรือหากไม่ใช่บุคคลเลข ๐ ก็อาจเป็นบุคคล "เลข ๗" แต่คุณไม่ได้ให้ข้อมูลไว้การอธิบายวินิจฉัยการที่คุณชายมอจะได้สัญชาติไทยจึงตอบไม่ได้ เพราะอธิบายตามหลักกฎหมายไม่ถูก เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ให้มาไม่สมบูรณ์
(๒) มารดาคุณชายมอเดินเรื่องแล้วเสียเงินให้ใครบ้าง หากเสียเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ผิดกฎหมายนะครับ
หมายเหตุ การถามเพื่อให้เกิดการชี้แนะ(แนะนำ) ที่ถูกต้อง หรืออธิบายตอบได้ใกล้เคียงกับความจริง ควรบอกรายละเอียดให้ครบ ดังนี้ (๑) เกิดวันที่ เดือน ปี พ.ศ. (๒) เกิดสถานที่ใด ใน รพ. หรือ นอก รพ. (๓) ชื่อบิดามารดา และมีสัญชาติใด (๔) ระบุสถานที่เกิดของบิดามารดาในประเทศไทย หรือต่างประเทศ (๕) มีพยานเอกสารประจำตัวใดบ้าง เช่น หนังสือรับรองการเกิด รพ., บัตรประจำตัว "เลข ๐", บัตรของบิดามารดา, หลักฐานการได้เข้าเรียนหนังสือไทย, หรือหลักฐานอื่น ๆ ของญาติใกล้ชิดที่เป็นบุคคลมีสัญชาติไทย เช่น ของพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือต่างบิดามารดา ฯลฯ เป็นต้น ต้องระบุมาให้มากที่สุด
ตอบคุณเด็กเชียงราย (ถาม 11 dec 2557)
การเกิดในประเทศไทยก็เป็นเงื่อนไขที่จะได้สัญชาติไทยแล้ว บิดามารดาบุญธรรม(ไทย)ไม่เกี่ยวพันทางสายเลือดจึงไม่สามารถที่จะไปเอาสัญชาติของบิดามารดาบุญธรรมมาขอสัญชาติไทยได้แต่อาจขอสัญชาติไทยด้วยเหตุอื่น
คุณเด็กเชียงราย เป็นบุคคลไม่ปรากฏบิดามารดาคุณให้ข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนเหมือนคุณชายมอตอบอธิบายแนะนำไม่ได้ครับ
ตอบคุณชื่อไม่มี (ถาม 27 dec 2557)
คุณให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวคุณไม่ครบ ตอบอธิบายแนะนำไม่ถูกครับแม้คุณจะเกิดในประเทศไทย แต่เงื่อนไขการขอลงสัญชาติไทยอาจแตกต่างกันไปหลายกรณี
ตอบคุณเด็กเชียงใหม่ (ถาม 2 jan 2558)
คุณให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวคุณไม่ครบ ตอบอธิบายแนะนำไม่ถูกครับแม้คุณจะมีหลักฐาน "บุคคลเลข ๐" (ท.ร.๓๘) หมายถึงคุณเด็กเชียงใหม่เป็น "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน" แต่เงื่อนไขการขอลงสัญชาติไทยของ "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน" อาจแตกต่างกันไปได้หลายกรณี
สวัสดีครับ.. ผมเป็นชาวมาเลย์เซียแต่มารดาเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย ถ้ามารดาจะไห้ผมแปลงชาติตามมารดาโดยไปแจ้งเกิดที่เอกอัครราชทูตไทยในประเทศมาเลย์เซียจะทำได้มั้ยครับ ส่วนผมเคยต้องโทษจำคุก(คดียา)ทีไทยมาก่อนแล้วยังจะถือสัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิตได้หรือไม่ครับ..
นุวเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในบัตร10ปีหมดอายุ ตอนนี้ผ่านไป6ปี ถูกกำจัดออกเท่ากับเป็นต่างด้าว นุวเข้าใจว่าหลักฐานไม่มากพอ เดือดร้อนเหมือนกัน บางทีแอบคิดคนที่มีทะเบียนบ้านแต่ไม่ทำอารัยเสียดายแทนค่ะ ช่าวนุวด้วยเถอะค่ะ ขอร้องนะค่ะ
สวัสดีครับ ผมมีเลข6นำหน้า เปนบุคคลพื้นที่สูง บัตรชมพูครับ เกิดในไทยที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ครับ แต่ไม่ได้ไปเกิดที่โรงพยาบาล เลยไม่มีใบเกิด และตอนที่เกินผม พ่อแม่ยังไม่มีสถาณะ ทางทะเบียนอะไรเลยครับ เพราะอยู่บนดอย หลังจากผมอายุได้7ขวบ พ่อแม่ค่อยมาลงทะเบียน ตอนนั่นพ.ศ 2542ครับ ที่อ.ฝาง และพ่อแม่ซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรในตอนนั่น เลยแจงว่าท่านเกินพม่า และ ทางอำเภอก็ใส่ว่าผม เกิดพม่า ตามไปด้วย พอผมมาเรียนเริ่มศึกษา เกี่ยวกับการขอมีสัญชาติ และสอบถามทางอำเภอ เค้าก็บอกว่า ผมเกิดในพม่า และพ่อแม่ก็ เปนต่างด้าว ผมก็แจ้งเรื่องที่ผมเกิดในไทยจริงๆ ให้เค้าฟัง เพราะพ่อแม่แจ้งผิด เค้าไม่ค่อยรู้เรืองอะไรในตอนนั้น จริงๆพ่อและแม่ผม มาทำมาหากินในประเทศตั่งแต่ผมยังไม่เกิดเลย เค้าก็ยึดตามทะเบียนคำให้การตอนแรก ไม่สนใจอะไร. ผมอยากถามว่า พอจะมีทางหรือวิธี ที่ผมจะได้สัญชาติไทยไม๊ครับ ตอนนี้ ผมอายุ 25ปีแล้ว ลำบากมากในการทำงาน การเดินทาง เรียนจบมา สมัครงานก็ไม่ได้ครับ ติดเรื่องสัญชาติครับ ขอคำแนะนำด้วยนะครับ ขอคุณครับ...... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/510683