ทำไมเราจึงเห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้า



              วัตถุแต่ละชนิดมีการสะท้อนและดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงคลื่นแตก ต่างกัน                     

ค่าการสะท้อนเชิงคลื่นของแต่ละวัตถุนี้เรียกว่า"ลายเซ็นการสะท้อนเชิงคลื่น (spectral reflectance

signature)" ซึ่งเป็นลักษณะที่ใช้แยกความแตกต่างของวัตถุแต่ละชนิด เช่นค่าการสะท้อนแสงของน้ำ               

โดยทั่วไปจะต่ำแต่จะมีการสะท้อนสูงที่ปลายคลื่นน้ำเงินซึ่งทำให้น้ำใสจะปรากฏเป็นสีน้ำเงินเข้ม                            

ดินจะมีค่าการสะท้อนสูงกว่าพืชไปจนถึงช่วงคลื่นอินฟราเรดค่าการสะท้อนของดินขึ้นอยู่กับส่วนผสมของดิน

ตัวอย่างดินที่แสดงในภาพจะปรากฏเป็นสีน้ำตาลส่วนพืชจะมีค่าการสะท้อนแสงที่แตกต่างดินและน้ำ                   

คือ ค่าการสะท้อนจะต่ำในช่วงคลื่นน้ำเงินและแดงในขณะที่จะมีค่าการสะท้อนสูงที่ช่วงคลื่นเขียว                       

และช่วงคลื่นใกล้อินฟราเรดหรือ

               1. น้ำทะเลสะท้อนแสงจากท้องฟ้า ซึ่งมีสีฟ้า และจะเห็นว่า ถ้าวันไหนเมฆเยอะ ทะเลจะสีไม่ฟ้ามากนัก

               2. น้ำทะเลเองก็กระเจิงแสงในทำนองเดียวกับท้องฟ้าซึ่งเมื่อแสงกระเจิงจากอนุภาคที่ขนาดเล็ก        

กว่าความยาวคลื่นแสงสีน้ำเงินซึ่งความยาวคลื่นต่ำจะกระเจิงได้ดีที่สุดในขณะที่แสงสีแดงซึ่งความยาวคลื่น          

มากจะกระเจิงได้น้อยทำให้เมื่อลงไปอยู่ในน้ำทะเล ก็ยังคงเห็นน้ำเป็นสีฟ้าเพราะแสงสีน้ำเงินกระเจิงเข้าตา        

มากที่สุดนั่นเอง



                 โดยดร.ไซมอน บ็อกซอลล์ แห่งสถาบัน National Oceanography Centre ในเซาธ์แฮมตัน

อธิบายว่าคลอโรฟิลล์จะดูดซับสีน้ำเงินและสีแดงจากคลื่นแสงและสะท้อนสีเขียวออกมาซึ่งก็คือสิ่งที่เราเห็นนั่นเอง

ฉะนั้นในที่ซึ่งน้ำทะเลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไฟโตแพลงก์ตอนและแสงสีน้ำเงินถูกดูดซึมไปเป็นส่วนใหญ่ เราจึงจะเห็น

น้ำทะเลเป็นสีเขียวแต่ในที่ซึ่งมีไฟโตแพลงก์ตอนน้อยกว่าและแสงสีน้ำเงินไม่ได้ถูกดูดซับไปจนหมดทะเลจึงดูเป็นสี

น้ำเงินอย่างที่เราเห็นนั่นแหละ



From : netdev