เหตุมาเกิดตอนขากลับนี่แหละ...........
ก่อนขึ้นเครื่องกลับ มาม้าได้ up grade ไปนั่งชั้น business ป่าป้าไฟเขียวบอกไปเลย ดูลูกคนเดียวได้  ที่นั่งสบาย อาหารอร่อย นานๆมีโอกาสนั่งฟรี ก็รับเลย (แต่ในใจก็คิดแต่ไม่ได้พูด ยังไงก็แวะมาดูกันบ้างเด้อ)
ก็บอกแล้วว่าอาชีพ “พ่อเลี้ยง” จริงๆ  ดูแลลูกคนเดียวเป็นเรื่องปกติของกระผม (ไม่ใช่เฉพาะตอนอยู่นอกบ้าน แต่ต่างกันตรงที่ผมหากำลังใจแถวๆบ้านที่จะ “มารุมสรรเสริญ” นั้นไม่ค่อยจะมีเลย พี่ G2B to 555  )


พอเครื่องเริ่มขึ้นได้ไม่นาน ป่าป๊าสัมผัสรู้ถึงว่า ซันกำลังเริ่มมีไข้ (แต่ไม่ได้เอะใจ ยังมืออาชีพไม่พอ)

ม่าม้าเอาซันไปนั่งด้วยเพราะที่นั่งสบายกว่า ป่าป๊าเดินมาดูซัน และปลุกมาม้าที่หลับพร้อมซันนอนอยู่บนอก เพราะป่าป้าจับตัวซัน ตัวร้อนมากเลย (มาม่าหลับไปได้งัย ป่าป๊ามีบ่นในใจ).......ซันไข้สูงขึ้นเรื่อยๆ 

“งานเข้าแล้วเรา”  ป่าป๊านึกในใจด้วยความกังวล ตอนนั้นเราไม่ได้เตรียม ยาลดไข้ สำหรับเด็กมาเลย .....(พ่อมือใหม่ หนูทดลองก็คือ ลูกคนโต.....)


เราถาม พี่แอร์โฮสสเตสบนเครื่อง เขาก็ไม่มียาลดไข้สำหรับเด็ก ขวบเดียว มีแต่ยาลดไข้ผู้ใหญ่ (ตอนนั้นป่าป๊าก็ไม่รู้ว่ากรณีนี้ เราจะแบ่งยาพาราฯ เม็ดเพื่อให้เด็กอ่อนอย่างไร)  ป่าป๊าบอกให้มาม้าช่วยเดินไปดูว่าผู้โดยสารบนเครื่องใครมีเด็กเล็กบ้างเราจะได้ขอรบกวน ขอยาลดไข้ให้ซัน แต่ม่าม้าไม่กล้าไปเดินขออย่างนั้น เกรงใจ!! ไม่รู้จักกัน กลัวจะไปรบกวนเขา..........

ป่าป๊าก็เลยบอกม่าม้ากลับไปนั่งทานอาหาร ชั้น business ที่กำลังเสิรฟและก็พักผ่อน เดี๋ยวป่าป๊าดูซันเอง.....................  (เคืองนิดๆ เพราะบอกไปแล้ว มาม่าทำจริงแฮะ...หุหุ)
ป่าป๊าพาซันกลับไปที่นั่งเรา โดยให้ซันนอนยาวใช้พื้นที่ทั้งสองเก้าอี้เลย ป่าป้าอาศัยนั่งแตะๆขอบๆเบาะได้ไม่เต็ม แทบจะไม่ได้นั่ง   

ซันไข้สูงมาก ตัวร้อนจี๋แล้ว (ปกติซันเมื่อมีไข้ ทีไร ไม่ต่ำกว่า 38-39 38 - 39 C ทุกที) ป่าป๊ากลัวซันจะช็อคเพราะไข้สูง เด็กอ่อนเมื่อมีไข้สูง หลายๆคนกลัวที่สุดคือ เด็กอาจช็อคได้  ซึ่งถ้าป่าป๊าปล่อยให้เป็นอย่างนั้น การซ็อคจะทำให้ระบบประสาท ระบบร่างกายมีผลกระทบระยะยาวเลย...... ป่าป้าคิดกังวลไปเรื่อยเลย..........

ป่าป้าตัดสินใจให้ซันนอนอยู่คนเดียว (ซันตอนนั้นด้วยพิษไข้ นอนนิ่งเลย) ป่าป้ารีบเดินรอบเครื่องบิน เพื่อหาดูว่า มีใครพาเด็กมาบนเครื่องนี้หรือไม่จะได้ขอยาเขา ระหว่างเดินก็วิ่งกลับมาดูซันที แล้วก็รีบเดินหาทีละแถว ป่าป้าแวะปลุกตายายเพื่อบอกว่าซันมีไข้สูง ตารับทราบ แล้วก็นอนต่อ (สุดยอด....ตัวช่วยก็ไม่มี)


ป่าป๊าเดินจนเจอแม่ลูกคู่หนึ่ง ป่าป๊าคุกเข่าลงข้างคุณแม่เขา แล้วปลุกเขาบางๆ บอกว่า
“ผมขอโทษที่รบกวนนะครับ พอดีลูกผมมีไข้สูงมาก ไม่ทราบว่าคุณแม่พอมียาลดไข้สำหรับเด็กมั้ยครับ”
เขาตอบ “ มีค่ะ เป็นแบบเคี้ยว ค่ะ”  พี่เขาเป็นเด็กโตแล้ว ทานยาเม็ดได้ แต่ซันทานได้เฉพาะยาน้ำ งานเข้าอีกแล้ว...


คุณแม่เขาเลย ช่วยป่าป๊าคิด “ถ้าอย่างงั้น เราใช้บดยาเอาให้แบ่ง 1 ส่วน 4 บดให้ซันทาน” คำนวณให้ตามน้ำหนักพี่เขา เทียบกันซัน คุณแม่เขาให้ยาลดไข้แบบเคี้ยวรสองุ่น กับป่าป๊ามาแผงหนึ่ง ป่าป้าขอบคุณเขามาก แล้วรีบกลับมาหาซัน....
แต่ซันทานได้เฉพาะยาน้ำ ได้อย่างเดียว เพราะยังเล็กอยู่...............


ป่าป๊าเลยใช้วิธีบดใส่ขวดน้ำ overdose หน่อยเพราะยาไม่ค่อยละลาย และก็ไม่รู้ว่าซันจะทานน้ำมากน้อยแค่ไหน..... ก็ดีกว่าไม่มียาเลย.............. ป่าป๊าลองชิมยาดูไม่ขมใช้ได้...


ดีที่ซันยอมทานน้ำให้ป่าป๊า.......  ระหว่างรอดูอาการป่าป๊าก็ต้องขอ น้ำร้อนใส่แก้วกินน้ำผู้โดยสาร มาผสมกับน้ำเย็น และผ้าเช็ดหน้าผืนเท่าฝ่ามือเช็ดตัวซันมาตลอดทางเลย พอน้ำเริ่มเย็นไป ก็ขอใหม่ ที่นั่งก็แคบๆ ป่าป้าแทบนั่งไม่ได้ ต้องนั่งแบบแตะๆ ไปตลอด(ทุลักทุเลมาก)  

คุณแม่ผู้ใจดี และเป็นผู้ช่วยชีวิตซันก็ว่าได้ เขาเป็นห่วงเดินถามว่าซันทานยาได้มั้ย ok มั้ย ....... เขาใจดีมากๆ และเราก็โชคดีมากๆที่เขาช่วยลูกซัน.. :)


ซันตัวเย็นลง ป่าป๊าก็เริ่มหายกังวล ยาคงได้ผลแล้ว.....

มาม้าแวะมาดูเราตอนพี่แอร์เขาเปิดไฟสว่าง เตรียมเอาเครื่องลง.................  (อื่มมม....สบายไปเลยนะท่าน)

พอลงจากเครื่อง ป่าป๊าเดินหาคุณแม่และลูกผู้ใจดี เพื่อคืนยาที่เหลือ และที่สำคัญคือขอบพระคุณเขาที่ช่วยซันไว้ได้......


ดูเขาดีใจที่ซันไข้ลดลง..... 

(อีกครั้งที่ป่าป๊า ไม่ทันคิดที่จะขอชื่อ หรือข้อมูลติดต่อ เพราะกลัวว่าจะไปล้ำเส้นเขา คราวหน้าสำหรับผู้มีพระคุณ ป่าป๊าต้องขอชื่อ ที่อยู่เขา เพื่อติดต่อตอบแทนเขาภายหลัง <เริ่มเป็นงานครับ>)

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ............  ไม่ควรพาเด็กอ่อนเดินทางไกลเถอะครับ  หรือไม่งั่นถ้าจำเป็นก็ต้องเตรียม ยาลดไข้ ปรอดวัดไข้ (สำคัญจะได้รู้ว่าขีดอันตรายอยู่ไหน พ้นขีดหรือยัง สำหรับพ่อแม่ มือใหม่) 

สำหรับป่าป๊าตอนนี้ ไม่ต้องใช้ปรอดวัดไข้แล้ว แค่จับตัวซันก็รู้แล้ว.....(จริงๆ ป่าป้าใช้อยู่นะครับ วัดให้เห็นเป็นตัวเลขก็ค่อยมั่นใจหน่อย)