ความล้มเหลวในชีวิตฉัน... “มันเริ่มต้นตั้งแต่ฉันตั้งครรภ์” .....ฉันต้องออกจากโรงเรียน.... “คุณครูบอกว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้รุ่นน้อง” ฉันเรียนแค่ ม.2 เทอมปลาย ฉันรู้จักเพื่อนชาย “เขาพูดเพราะ ปากหวาน” ฉันชอบเขามาก แต่ในที่สุดชีวิตฉันก็จบลงด้วยการ “เป็นเมีย”
เมื่อผู้วิจัยได้ลงไปเก็บข้อมูล ... เชิงคุณภาพเชิงลึก ... ในหัวข้อ ... “ภาวะซึมเศร้า (Depression) ของ ดญ.แม่ ....
ผู้วิจัย .... ขอสรุป เพียงหนึ่งส่วน....นำเสนอต่อ ผู้อ่าน ... พี่ๆๆ เพื่อนๆๆ น้องๆ ชาว GoToKnow ....ดังนี้นะคะ .... เมื่อผู้วิจัย ... ลงสัมภาษณ์ทำให้รับรู้ ... ถึงความในใจ ... ความทุกข์ระทม...และ มีความทรมาร ... ที่พวกเธอ.... เป็นอยู่ในขณะตั้งครรภ์......ทำให้ผู้วิจัยทราบว่า....เด็กหญิงแม่....ที่แท้ต้องการ....อะไร?

ฉันอายุ 13 ปี 9 เดือน ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่า “ฉันตั้งท้อง”
ฉันรู้อีกทีเมื่อ “เหมือนมีอะไรเต้นตุ๊บๆ ในท้องของฉัน” .... “ความรู้สึกเหมือนปลามาตอดตุ๊บๆ”
ซึ่งฉันไม่รู้มาก่อน...ว่านี่คือ “ลูกดิ้น” แล้วพี่สาวญาติทางลุง
พาฉันไปตรวจที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอที่คลินิกบอกว่า “ฉันท้องได้ 4
เดือนกว่าแล้ว”
จากนั้นมาตลอดการตั้งครรภ์ฉันถูกลูกในท้องรบกวนมาตลอดไม่ว่ากลางวัน หรือกลางคืน... “มันเป็นชีวิตที่เปลี่ยนไป”
หน้าท้องก็ใหญ่ขึ้น ฉันนั่งลำบาก นอนก็ลำบากมากค่ะ....เมื่อฉันรู้จากหมอว่าฉันท้อง
“ฉันไม่อยากกินอะไร” ไม่อยากกินขนมที่ฉันเคยชอบเลย “ฉันอยากตายมากกว่า”
ไม่อยากลุกออกจากที่นอน เดิมฉันเป็นคนอ้วนมาก น้ำหนัก 74 กิโลกรัม
.... ฉันจึงสามารถปิดบังอำพราง... การตั้งครรภ์ของฉันได้ ใน “ระยะหนึ่ง”
แต่อาการแพ้ท้องบวกกับความเครียดทำให้ฉันไม่สามารถ “กินอะไรได้เลย”
น้ำหนักของฉันจึงลดลง และ “ความจริงก็ปรากฏ” ว่าฉันท้องขณะเรียนอยู่ ม.2
กับเพื่อนชายรุ่นเดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน เขาเรียนชั้น ม. 2 เช่นเดียวกัน “ฉันตั้งครรภ์ขณะอยู่โรงเรียน”
....เมื่อฉันรู้ว่าตั้งครรภ์ “ฉันไม่สามารถนอนหลับตาลงได้” ฉันทุกข์ ฉันโศกเศร้า ไม่รู้ว่าจะบอกแม่อย่างไรดี... ฉันเป็น “ลูกสาวคนเดียว” พ่อและแม่รักฉันมากที่สุด “ฉันทราบข้อนี้ดี” ฉันไม่สามารถที่จะบอกพ่อและแม่ได้ ฉันไม่มีความกล้าหาญที่จะเอ่ยปากบอก.... .... "ฉันมีความทุกข์มากเหลือเกิน"...กว่าจะพูดออกมาได้ “กลัวพ่อมากกว่ากลัวแม่” ยิ่งกลัวมาก ความโศกเศร้าของฉันยิ่งมากตาม...เป็นคนดี คำนี้ฉันเคยได้รับการบอกเล่าจาก “พ่อ แม่ คุณครูและเพื่อนที่โรงเรียน” “แต่ตอนนี้มันตรงข้ามทุกอย่าง” ฉันไม่ใช่ลูกที่น่ารักและคนดีของพ่อแม่ ฉันไม่ใช่นักเรียนที่ดีของคุณครู ตอนที่ไม่ตั้งครรภ์ คุณครูโดยเฉพาะครูประจำชั้น “รักฉันมาก” เพราะฉันเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ฉันเป็นเด็กทำกิจกรรมแต่ตอนนี้ฉัน “เป็นแม่วัยรุ่นหรือแม่เด็กหญิง” ไปแล้ว

เมื่อรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ “ฉันมีปัญหา” ปัญหาของฉันเริ่มขึ้นเมื่อรู้ว่า “ตัวเองตั้งครรภ์”ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะเรียนหนังสือ ไม่มีสมาธิ มึนงงกับการกระทำของตัวเอง ใจฉันจดจ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญ ..... “มันใหญ่หลวงมากเกินไป” .... สำหรับฉัน ฉันคิด คิด และคิดว่าจะบอกแม่อย่างไรดี จะบอกพ่ออย่างไรดี แล้วคุณครูประจำชั้นอีกหละ ฉันจะทำอย่างไรดี “ฉันเครียดมาก” “ฉันไม่มีสมาธิ” เมื่อรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ “ฉันมีปัญหา” ปัญหาของฉันเริ่มขึ้นเมื่อรู้ว่า “ตัวเองตั้งครรภ์” ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะเรียนหนังสือ ไม่มีสมาธิ มึนงงกับการกระทำของตัวเอง ใจฉันจดจ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญ “มันใหญ่หลวงมากเกินไป” สำหรับฉัน ฉันคิด คิด และคิดว่าจะบอกแม่อย่างไรดี จะบอกพ่ออย่างไรดี แล้วคุณครูประจำชั้นอีกหละ ฉันจะทำอย่างไรดี “ฉันเครียดมาก” “ฉันไม่มีสมาธิ” ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าที่ฉันจะได้รับและเกิดกับฉันโดยเฉพาะ “ถ้าฉันปวดท้องคลอด” มันจะเป็นอย่างไร

เมื่อรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ “ฉันมีปัญหา” ปัญหาของฉันเริ่มขึ้นเมื่อรู้ว่า “ตัวเองตั้งครรภ์” ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะเรียนหนังสือ ไม่มีสมาธิ มึนงงกับการกระทำของตัวเอง ใจฉันจดจ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญ “มันใหญ่หลวงมากเกินไป” สำหรับฉัน ฉันคิด คิด และคิดว่าจะบอกแม่อย่างไรดี จะบอกพ่ออย่างไรดี แล้วคุณครูประจำชั้นอีกหละ ฉันจะทำอย่างไรดี “ฉันเครียดมาก” “ฉันไม่มีสมาธิ” ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าที่ฉันจะได้รับและเกิดกับฉันโดยเฉพาะ “ถ้าฉันปวดท้องคลอด” มันจะเป็นอย่างไร

เมื่อรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ “ฉันมีปัญหา” ปัญหาของฉันเริ่มขึ้นเมื่อรู้ว่า “ตัวเองตั้งครรภ์”ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะเรียนหนังสือ ไม่มีสมาธิ มึนงงกับการกระทำของตัวเอง ใจฉันจดจ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญ “มันใหญ่หลวงมากเกินไป” สำหรับฉัน ฉันคิด คิด และคิดว่าจะบอกแม่อย่างไรดี จะบอกพ่ออย่างไรดี แล้วคุณครูประจำชั้นอีกหละ ฉันจะทำอย่างไรดี “ฉันเครียดมาก” “ฉันไม่มีสมาธิ” ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าที่ฉันจะได้รับและเกิดกับฉันโดยเฉพาะ “ถ้าฉันปวดท้องคลอด” มันจะเป็นอย่างไร

เมื่อฉันรู้ว่า “ตั้งครรภ์” “ใจฉันไม่เป็นสุข” ..... จิตใจห่อเหี่ยวมันเศร้า ... ฉันจะทำอย่างไรดีกับชีวิต ... ฉันยังเด็กอยู่เลย “ฉันไม่คิดว่าฉันจะตั้งครรภ์” ฉันไม่คิดว่า “อนาคตจะเป็นอย่างไร” ฉันทุกข์มาก ไม่รู้ว่า “พ่อจะว่าอย่างไร” เพราะพ่อตั้งความหวังในตัวฉันไว้มาก ฉันกลุ่มใจมาก .... “ฉันกินไม่ได้นอนก็ไม่หลับไม่เป็นสุขเลย” ..... ฉันเรียนอยู่ ม.2 เทอมปลาย แล้วฉันกับกลายมาเป็น “คุณแม่” .... ฉันจะทำอย่างไรกับชีวิตนี้ ฉันต้องใช้ความพยายามอดทนต่อความทุกข์ที่ฉัน “เป็นผู้กระทำ” ฉันต้องใช้ความพยายามเมื่อฉันพบปะผู้คนภายนอก เมื่อพวกเขารู้ว่าฉันท้อง “มันเป็นกรรมเก่าของฉัน” ฉันต้องอดทนให้ได้เมื่อแม่ของฉันให้อภัยแก่ฉัน แม่บอกว่า.... “คลอดลูกแล้วต้องกลับไปเรียน” แล้วอย่าทำตัวให้ .... “พ่อเสียใจอีก” .... แม่บอกฉันให้อดทนต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าคนรอบข้างจะว่าอย่างไรในเมื่อท้องกำลังโตขึ้นทุกวันๆ ความหวังกับอนาคตของฉัน “ฉันหมดอนาคตไปแล้ว” ตั้งแต่ฉันรู้ว่าตัวเอง “ท้อง” ฉันยังไม่รู้หนทางชีวิตในอนาคตข้างหน้าเลย เพราะขณะที่ฉันตั้งครรภ์นี้ อนาคตก็หยุดลงในวันที่ฉันอุ้มท้องแล้ว เรื่องเรียนต่อที่แม่บอก “ฉันจะพยายามทำแต่มันเรื่องอนาคตที่ฉันยังไม่รู้” .....ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน...

........ ความล้มเหลวในชีวิตฉัน... “มันเริ่มต้นตั้งแต่ฉันตั้งครรภ์” ฉันต้องออก.....จากโรงเรียน “คุณครูบอกว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้รุ่นน้อง” ฉันเรียนแค่ ม.2 เทอมปลาย ฉันรู้จักเพื่อนชาย “เขาพูดเพราะ ปากหวาน” ฉันชอบเขามาก แต่ในที่สุดชีวิตฉันก็จบลงด้วยการ “เป็นเมีย” ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย (คำพูดของแม่ฉัน) แต่เดิมฉันเคยเป็นนักกีฬามีแต่ชัยชนะมาตลอด แต่เวลานี้ “ฉันล้มเหลวในชีวิต” ฉันแพ้ชีวิต....เมื่อฉันรู้ว่า “ท้อง” ความหวาดกลัวเข้ามา “จับใจ”..... “ฉันกลัวพ่อดุมาก กลัวแม่เสียใจ กลัวคุณครูดุ” โดยเฉพาะครูพละที่เขาเอ็นดูฉันมาก ฉันกลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดกับฉันในอนาคตต่อไป มือไม้ของฉันชาไปหมดเมื่อรู้ว่า “ฉันท้อง” ทำอะไรไม่ถูก “ฉันไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลย” ....
<h3> หมอเปิ้น….คิดว่า …. คนเราเมื่อทำผิดพาดลงไปแล้ว….เขารับผิด …. สำนึกที่กระทำความผิด….คนที่อยู่ใกล้ชิดมี “ความสำคัญที่สุด” … ที่จะ…. “ยกโทษ…ให้อภัย..เห็นใจ…ให้กำลังใจ” …..และ ... ยิ่งถ้าซ้ำเติม …. ยิ่งตกย้ำ… ย่อมจะมีผลที่ร้ายแรง…ต่อ …. สุขภาพกาย-จิตใจ …. หมอเปิ้น…คิดว่าคำว่า … “ให้อภัย”.… ยังเป็นคำที่… “ยิ่งใหญ่..ไพเราะ..ดีงาม…มีผลสำคัญมาก”….ต่อจิตใจโดยเฉพาะ….คนที่รู้ตัวเองว่า…. “ตนเองผิด” …..</h3><h3>
</h3>
<h3> ขอบคุณมากค่ะ
</h3>

ทำให้เข้าน้อง...และกลับมาเข้าใจตนเอง และโลกมากยิ่งขึ้นครับ...
ขอบคุณ ท่านสมาชิกและ พี่ๆๆ เพื่อนๆๆ น้องๆๆ ที่ให้กำลังใจ นะคะ
-สวัสดีครับ..
-ยกโทษ..ให้อภัย..เห็นใจ..และให้กำลังใจ....ครับ..
-บ่าย ๆ แบบนี้มีดอกไม้สวย ๆ มาฝากครับ...
ขอบคุณ ท่าน อจ. มากๆๆค่ะ
ขอบคุณ ที่ให้กำลังตลอดมา นะคะ
ขอบคุณ ท่าน เนาวรัตน์ พวงมาลา มากๆๆ ค่ะ
ขอบคุณ กำลังใจที่ท่าน มอบให้ นะคะ
งดงามมาก แต่ผมอยากให้ เด็กๆ รู้ การป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยถุงยาง หรือ ยาคุมฉุกเฉินอยู่ดีครับ
เรียนท่าน ศุภรักษ์ ศุภเอม ขอบคุณมากๆๆ นะคะ กับข้อComment ตอนนี้ที่ รพ. บ้านลาด ทำโครงการเชิงลุก "ลงสู่ชุมชน" ไปแล้วค่ะนะคะ และลงสู่หมู่บ้าน นะคั
ขอบคุณ คุณครูทิพย์ มากๆๆ นะคะ "การให้อภัย .... เป็นยาบำรุงใจ .... ที่ดีที่สุด"
ขอบคุณกำลังใจ จากครูทิพย์ มากค่ะ
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
...อาจารย์แม่ได้ให้ความเห็นเรื่องการเสนอโมเดล ไว้แล้วนะคะ
ไม่มีอะไรดีกว่าให้อภัย....หยุดตั้งหลักแล้วก้าวเดินใหม่...ระยะทางยังยาวไกล ก้าวเดินต่อไปนะ...อย่าท้อแท้....ความผิดพลาดเป็นบทเรียนของชีวิตจำมันไว้ให้ดี และอย่าให้ผิดพลาดเป็นซ้ำสอง......
Please see [สิทธิของเด็ก และบันทึกในสื่อสาธารณะ] (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/509585)
ขอบคุณ ท่าน อจ. แม่ มากๆนะคะ
ขอบคุณ ข้อComment และ ความมีความเมตตา ต่อเปิิิ้นตลอดมา นะคะอจ.แม่
sr .... Thank you for your .... Attention ..and aspirations and Concerns ...... Kub