Go to know เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความศรัทธา ความรัก ความหวังที่เกิดขึ้นและหล่อเลี้ยงมิตรภาพที่ดีงาม เป็นพื้นที่ที่แบ่งปันที่เราได้มีโอกาสทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันเป็นจิตอาสาที่ก่อเกิดของมิตรภาพที่งอกงามตลอดระยะเวลา 4-5 ปีมาแล้ว

            วันที่  17-18 พฤศจิกายน 2555  ไปร่วมถอดบทเรียน Happy Ba  ที่อยุธยาบุรีเทวี โดยที่ไม่ทราบรายละเอียดของการเข้าร่วมงานมาก่อน  เพราะว่าไม่ได้เข้ามาเยี่ยมบ้าน go to know นานแล้ว  ไม่ได้ลืมบ้านแห่งนี้นะคะ ยังคิดถึงเสมอ และได้เติบโตมาจากบ้านหลังนี้ ได้เจอเพื่อน เจอพี่ เจอน้อง กัลยณมิตร มิตรภาพที่ดี ๆเกิดขึ้นเสมอ Go to know เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความศรัทธา ความรัก ความหวังที่เกิดขึ้นและหล่อเลี้ยงมิตรภาพที่ดีงาม เป็นพื้นที่ที่แบ่งปันที่เราได้มีโอกาสทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันเป็นจิตอาสาที่ก่อเกิดของมิตรภาพที่งอกงามตลอดระยะเวลา 4-5  ปีมาแล้ว 

           ป้าแดงบอกว่าอาจารย์ไก่ อ่านเงื่อนไขการเข้าร่วม CoP  Happy Ba Happy 8  หรือยัง หลังจากที่พี่แก้วชวนแล้วตอบตกลงทันที โดยไม่ดูอะไร ไม่คิดมาก รู้สึกอย่างเดียวว่าพี่แก้ว และดร.นุช เลือกแล้วจะต้องดีงามแน่ ๆ

           ในตอนดึก ๆ ก็แอบอ่านเงื่อนไข อ่านกิจกรรม และบอกว่าแอบเขียนบันทึก Happy Ba ไม่ให้คนข้างเคียงได้เห็น เพราะเล่าเรื่องของคนอื่นที่รู้สึกปลื้มและนำมาเป็นแบบอย่าง  

            CoP Happy Ba เป็นพื้นที่รับรู้ถึงความรู้สึกดีใจมาก ๆที่มีพื้นที่ให้ได้เขียน ได้บันทึก  แบ่งปันความสุขที่มีอยู่ให้คนอื่นได้อ่าน ได้มีความสุขร่วมด้วย  การเข้าร่วมกิจกรรม  กระบวนการที่ อ.ศิลาให้ทำหลังจากที่ได้อธิบายวัตถุประสงค์ แนวคิดการตั้ง CoP  Happy Ba  ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และเป้าหมายคืออะไร  

            อ.ศิลา  มอบหมายแนะนำ กิจกรรมการสังเกตสิ่งรอบตัวแล้วทำให้เกิดความสุขได้อย่างไร เทียบกับตัวเองอย่างไร  มีกระดาษ สี เทียน สีเมจิ  กระดาษ สีต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมเลือกอุปกรณ์ได้ตามที่ชอบ และให้หามุมที่จะไปนั่งนิ่ง ๆ สงบ หัดสังเกตสิ่งรอบตัว มุมที่ชอบ 15 นาที  แล้วจะวาดภาพ หรือทำอะไรก็ได้ในกระดาษที่ได้รับ  

             กิจกรรมนี้ไก่ ทำแบบงง ๆ ว่าจะถ่ายทอดการสังเกตสิ่งแวดล้อมออกมาได้อย่างไร  โจทย์ให้วาดภาพด้วย  วาดไม่เป็นเลย นานแล้วที่ไม่ได้วาดรูป วาดไม่ค่อยสวย ลาก ๆ ไป เขียนความหมายไว้พร้อมกันลืม  แล้วจะเปรียบเทียบการเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง  มองเห็นหลายคนวาดรูปที่สวยงามโดยเฉพาะป้าแดง เมื่อกลับมาในห้องประชุม อ.ศิลาให้ทุกคนนำมาเล่า มาอธิบายแนวคิดสิ่งที่ได้เห็น วาดภาพถ่ายทอดออกมาเกิดความสุขอย่างไร หลายๆคนคงได้อ่านไปแล้วจากบันทึกของผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ไก่จะยังไม่เล่านะคะว่าใครเล่าอะไรบ้าง  ไก่มองสิ่งรอบตัว นั่งมองไปที่แม่น้ำป่าสัก มองเห็นเรือลากจูง ผ่านไป หลายลำแล้ว และนั่งมองกบโลหะที่มีดอกพุดอยู่ที่ปาก ถ่ายภาพนี้ไว้คะ แทนการภาพ ไก่วาดไม่สวย  ไก่ขอถ่ายภาพมาเล่าแทน  ส่วนภาพวาด อ.ศิลา ได้นำภาพไปโชวืแล้วคะ 

            ภาพเดียว แทนความในใจ แทนคำพูดได้เป็นพันๆ คำ  

                       

                   

ขอสรุปว่าบทเรียนที่ได้รับคำตอบว่าสังเกตจากภายนอกและภายในที่ อ.ศิลา และ อ.นุช ได้ถอดบทเรียนและเพิ่มเติม ไก่จะขออนุญาตไม่เล่าความรู้สึกความสุขที่เกิดขึ้นในบันทึกนี้  แต่จะนำความรู้สึก ความสุขที่ได้รับมาฝึกต่อที่บ้านต่อที่บ้านแล้วเกิดความรู้สึก ความสุขได้อย่างไร จากการมองอย่างสังเกตภายนอกและภายใน  




             ปกติแล้วไก่ก็จะชอบมองสิ่งรอบๆ ตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อไปเดินออกกำลังกายในตอนเช้า ๆ ไก่จะเดินคนเดียว  คนข้างเคียงไม่ได้ไปด้วย  เราจะไปเดินคนละรอบเขาจะชอบเดินตอนเย็น ๆ ไปดูพระิอาทิตย์ตกดินหรือไปเดินออกกำลังตั้งแต่ตี 4ครึ่ง จนถึงตีห้าครึ่ง ดูพระอาทิตย์ขึ้น  เวลาที่ไก่มองแล้วมีความสุขเล็ก ๆ เกิดขึ้นในใจเสมอ  ดอกโมกข์ปลุกไว้ที่ซุ้มต้นคูณทางเข้าข้า 4 ต้น  และที่บริเวณซักผ้า ลานตากผ้าอีก 1 ต้น เวลาที่เขาออกดอกเล็ก ๆ สีขาวส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ได้กลิ่นดอกโมกข์แล้วมีความสุขทุกครั้ง ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างจังหวัด กลับมาจะมีต้นโมกข์ ที่เหี่ยว ใบจะเริ่มเหลือง ๆ เพราะไม่มีใครรดน้ำให้  ไปรอบนี้มีอาการ 2 ต้น แต่เมื่อได้รดน้ำให้ชุ่มจนน้ำขังในกระถางที่นำอ่างบัวที่เก็บน้ำไม่อยู่มาปลูก เขาก็สดชื่นคืนเหมือนเดิม  เปรียบได้กับความรักและชีวิตคู่ ถ้าเราไม่หมั่นดูแล เติมเต็มความรัก ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน  แสดงความห่วงใย ชีวิตคู่ก็จะเกิดความเหงา ความไม่เข้าใจกัน    ก็จะทำให้มีคำถามในใจว่าเรายังรักกันอยู่ไหม  อย่าลืมเติมเต็มความรัก ความห่วงใยให้กับคนที่เรารักนะคะ   

            ไก่ปลูกดอกแก้วอีกต้นที่หน้้าบ้าน กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมเหมือนกัน  ดอกสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับใบดอกแก้วสีเขียวสด  ความแตกต่างของธรรมชาติที่สร้างสรรค์  ให้เกิดความสุขที่เกิดขึ้นได้ทั้งสายตา กลิ่นหอมอ่อนๆ อีกสัก     2 วัน ดอกแก้วก็จะร่วงโรยไป เมื่อรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ก็จะแทงช่อใหม่ให้ได้ชื่นชม ทำให้นึกถึงสภาพของร่างกาย  ชีวิตสังขารย่อมจะร่วงโรยไปถ้าไม่ได้รู้จักที่จะดูแลไม่ได้ใส่ใจ ไม่ทนุถนอม บำรุงรักษา เราใช้ร่างกายอย่างหนัก   นอนดึก  พักไม่เพียงพอ  ไม่ได้รักษาเขาให้ดีๆ  อาหารที่กินอยู่ก็เป็นอาหารถุง ซื้อที่ตลาด  อ. นุช จะเน้นในระหว่างที่ร่วมทำกิจกรรมบอกว่าอาหารที่จัดให้เป็นแบบชาวบ้าน จากวิถีธรรมชาติ ที่ไม่ได้ปรุงแต่ง ไม่มีสารเคมี   ได้ฉุกคิดว่าอาหารกินอยู่บางวันด้วยความที่เร่งรีบเป็นอาหารที่ง่าย ๆ บางทีก็ปลาดุกย่าง หมูปิ้ง ได้อ่านจากสื่อภัยสุขภาพ บอกว่ามีสารก่อมะเร็ง เดี่ยวนี้ก็หยุดซื้อปลาดุกย่างมากินแล้ว  คิดว่าต่อไปเราจะนำอาหารมาบำรุงร่างกายที่เป็นธรรมชาติ ไม่ให้มีสารพิษจะได้ไหม   

            วัยก็ค่อนมาถึงห้าสิบกว่าปีแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะดูแลตัวเอง รักร่างกาย รักตัวเองให้มากๆ เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันนานๆ อย่างมีความสุข ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ โรคมะเร็ง นึกเปรียบเทียบว่าเช่นเดียวกับการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นแก้วให้ต้นดอกแก้ว ได้ออกดอกให้ชม  ส่งกลิ่นหอมไปแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน  ป้าสุพีที่อยู่ข้างบ้านเดินมาบอกว่า น้าชอบมาก ๆ ต้นแก้วบ้านคุณหมอหอมอ่อนๆ มาถึงห้องนอนน้า  อย่าตัดทิ้งนะ  ขอชื่นชมด้วย ตอนกลางวันน้าชอบ มาเดินดูดอกแก้วและดมกลิ่มนหอมของดอกแก้ว  เมื่อฟังแล้วก็มีความสุขมากที่ได้คุยกับน้าสุพี ที่ชอบดอกแก้วเหมือนกัน    

              เมื่อได้อยู่กับตัวเองสักพักก่อนเดินเข้าบ้านหลังจากกลับจากทำงาน มองดูพระจันทร์ วันนี้พระจันทร์เสี้ยว  พระจันทร์ยิ้มอีกไม่นานพระจันทร์ก็จะครึ่งดวง ไก่จะชอบฟังเพลงพระจันทร์ครึ่งดวงของหญิง ธิติกานต์  ความหมายดี พระจันทร์กว่าจะเต็มดวง  ในแต่ละวันก็จะเปลี่ยนแปลงขนาด สังเกตดีๆ แล้ว พระจันทร์ทำให้เกิดพื้นที่แห่งความสุขในใจมาก ๆ ก่อนนอนจะมองพระจันทร์เสมอ  ห้องนอนจะมีระเบียง และเปิดหน้าต่างมองออกไปจะเห็นพระจันทร์ตั้งแต่ครึ่งดวงจนถึงเต็มดวง  ถ้ามองพระจันเสี้ยว จะมองเห็นทางตะวันตก มองจากทางเดินเข้าไปหน้าบ้าน ลองหัดมองพระจันทร์ก่อนนอนดูนะคะ แล้วทบทวนตนเองทุกครั้งก่อนนอนว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง โกรธใคร ให้อภัยเขาหรือยัง ขอโทษเขาหรือยัง  ได้ทำสิ่งดี ๆ ให้ใครมีความสุขไหม ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยๆ ก็ตาม เช่นแบ่งปันอาหาร      คนที่ได้รับก็มีความสุขและได้อิ่มใจอิ่มกายด้วย  ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่า เราก็แย่เอาตัวไม่รอดแล้วจะไปทำอะไรให้ใครได้      

                อยากบอกว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องลงทุนเลยคะ คือรอยยิ้มด้วยความจริงใจ ที่จะมอบให้กับทุก ๆที่เราเดินผ่าน อยากให้ทุกคนได้รู้จักที่จะหัดยิ้มให้กับคนรอบข้าง ทักทาย สวัสดี กับคนที่เดินผ่านมาถึงแม้เราจะไม่รู้จักเขามาก่อนก็ตาม  อยากให้รู้จักพูดคำว่าขอบคุณ เมื่อมีคนทำอะไรให้  รู้จักพูดคำว่าขอโทษ เมื่อทำให้คนอื่นไม่พอใจ หรือทำผิดกับเขา  หรือถ้าเราไม่ได้ทำผิด แต่เพื่อให้เหตุการณ์สงบ ให้ฝึกหัดที่รู้จักยอมแพ้ซะบ้าง เพื่อที่อะไรจะได้ดีขึ้น  ถ้าทำได้ตามที่กล่าวมาแล้วท่านจะพบว่าจะเกิดมิตรภาพ และจะเกิดความสุขมาจากภายในโดยไม่ต้องลงทุนซื้อหา เหมือนกับคืนนี้ที่พระจันทร์ยิ้มให้ก่อนนอน