เรื่องการทำชุมชน ผมเริ่มต้นด้วยการทำผังแบ่งรูปที่ดินออกเป็นแปลงๆ แล้วใส่โคก หนอง นาลงไปด้วย เพื่อให้สามารถอธิบายและสื่อสารกับผู้สนใจ ได้เข้าใจในบริบทที่ว่า การจะซื้อที่ดินสักแปลง จำเป็นต้องเลือกทำเลที่ดีที่สุด สวยๆ ติดถนน ติดน้ำ ใกล้ๆสวนกลาง อะไรประมาณนี้ เพราะมันถูกบังคับด้วยระบบของบ้านจัดสรร ที่จะต้องสร้างบ้านตัวอย่างให้สวยๆ ให้คนไปเลือก แล้วใครจ่ายเงินก่อนก็ได้สิทธิก่อนอย่างนี้เป็นต้น

แต่แนวคิดของการทำชุมชนกสิกรรมวิถี เป็นเรื่องใหม่กว่านั้น เพราะสิ่งที่เราตั้งใจทำไม่ใช่การปิดยอดขาย ไม่ใช่การจับจองที่ใครเร็วใครได้ แต่ลึกซึ้งกว่านั้น... 

แนวคิดคือ ทำอย่างไรจะจัดตั้งคนได้ก่อน? ทำใจเค้าให้ถูกต้องมีความรู้ก่อน? ทำความคุ้นเคยมักคุ้นก่อน?

เราใช้ผังที่ดินเพื่อนำไปสู่การประชุมร่วมกัน คิดเห็นและเสนอแนวทางร่วมกันเท่านั้นเอง

แต่พอเอาเข้าจริงๆ การปล่อยให้มีการจับจองที่ดิน ตามทำเลที่ชอบๆได้ก่อน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและยุ่งยากเกินความจำเป็นอย่างมาก ในความเป็นจริงคือ ตราบใดที่เรายังไม่ได้พัฒนาที่ดิน ด้่วยการตัดถนน ทำบ่อน้ำและคลองจริงๆ ก็จะไม่มีทางที่จะกำหนดพื้นที่จริงได้... แม้จะได้มีการพยายามทำแผนที่ให้ใกล้เคียงอย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้ทำสำรวจถึงขนาด 1:400 ก็ยังจะมีการคลาดเคลื่อนอยู่มาก 

ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งบ่อน้ำใหญ่ในแผนที่ กับตำแหน่งจริงๆ ที่เราอ้างอิงจากหลักหมุดที่ดิน มีการคลาดเคลื่อนถึง 4 เมตร ส่งผลต่อตำแหน่งถนน คลอง และสุดท้ายความกว้างยาวของที่ดินที่จะจัดสรรจริง ก็เคลื่อนไปทั้งหมด ดังนั้นควรจะมีแนวทาง คือ

1. ให้ทำผังที่ดินว่ามีโคก หนอง นา ถนน ตรงไหนบ้างใหชัดเจน สามารถแบ่งเป็นโซนหรือ "คุ้ม" และแต่ละคุ้มอาจจะมีบ้านกี่หลัง  (๓-๑๐ หลัง) โดยใช้เส้นกันธรรมชาติเป็นถนน หรือคลอง
2. ให้กำหนดกฎออกมาว่า พื้นที่จัดสรร อนุญาตให้ซื้อได้ครอบครัวละกี่ตารางวา เช่น ๕๐ ตรว.ขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ตรว. เป็นต้น (ตัวเลขพวกนี้ปรับกันตามพอเหมาะพอควรของแต่ละแปลง) แบ่งกันเองว่าจะอยู่คุ้มใดก็ให้ไปรวมกลุ่มกัน
3. ห้ามยังไม่ให้ลงตำแหน่ง แบ่งเขต ชัดเจน โดยให้เหตุผลว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเป็น สิบๆครั้ง ให้รอจนปรับปรุงพื้นที่เสร็จแล้วจริงๆ ค่อยมาปักหมุดแบ่งเขตแดนกัน คือ ยังไงๆก็จะมีคนเข้ามาแล้วเปลี่ยนใจอีกมากหลายครั้ง หรือจองที่ดีๆแล้วขอเปลี่ยน แบบนี้เจอเยอะมาก แล้วก็ทะเลาะกันแย่งกัน โดยไม่จำเป็น
4. วันที่จะแบ่งพื้นที่จริง ให้ลงพื้นที่กันก่อน ทำเรื่องสำรวจรังวัดกันเองให้เรียบร้อย แล้วให้แต่ละคุ้ม ตกลงกันเอง ว่าใครจะอยู่ไหน ใกล้ใคร ติดน้ำ ติดถนนยังไง เช่นนั้น

ถ้าทำได้เช่นนี้จะลดปัญหา ลดเวลาที่จะถกเถียงกันโดยไม่ได้ประโยชน์ใดๆลงได้มาก...

ถนนก็เหมือนกัน จำเป็นต้องออกแบบไว้เผื่อ สำหรับกรณีที่จะต้องขยับพื้นที่แต่ละแปลง +/- ต้องทำให้ยืดหยุ่นที่สุด วิธีการ คือ

1. ให้กำหนดตำแหน่งถนนหลักก่อน ว่าจะใช้เส้นไหน? ควรผ่านพื้นที่ส่วนกลาง ห้วย บึง และเริ่มจากทางเข้าจากถนนใหญ่
2. ถนนเส้นย่อย ก็ควรจะแยกจากเส้นกลัก แล้วสามารถ "วนได้รอบ" คือจัดการจราจรให้เป็นวันเวย์ได้ ทางที่ดี ควรกำหนดอ้างอิงจากหลักเขต หรือถนนเมน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
3. ความกว้างอย่างน้อย ๔ เมตร เผื่อการปลูกต้นไม้ริมที่แล้ว จะเหลือทางจริงๆ ๒-๓ เมตรเท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นจุดที่ติดริมแดน ต่อไปยังที่คนอื่นก็ควรอย่างน้อย ๕ เมตร

คนที่จะเป็นคนร่างแบบถนน หนอง คลองต่างๆก็สำคัญ ควรให้ผู้ใหญ่ที่ทุกคนยอมรับ ในที่นี้คือ อ.ยักษ์ เป็นผู้ร่างให้แล้วผู้ที่จะเป็นคนแก้ไข เปลี่ยนแปลงตามสถานที่จริง และตามความต้องการของลูกบ้าน ก็ควรจะต้องเป็นคนเปิดใจ ประณีประนอมและพร้อมแก้ไข ถ้าให้ดีก็เป็นผู้ประสานงานนี่แหละ และให้ทำออกมา 2-3 แบบให้เลือกกันในที่ประชุม (เน้นว่าควรลงพื้นที่จริงก่อน จึงจะเห็นภาพ) เพราะในที่สุดแล้ว ก็จะต้องปรับแบบ คือ อาจจะเจอข้อจำกัด เช่น

- พื้นที่ถนนดันไปเจอกับต้นไม้ใหญ่ กองหิน เจอลำธาร คลอง บ่อ เป็นต้น
- พื้นที่จัดสรร อาจไปเจอดินดาน หินผุ ยากต่อการทำการเกษตร ก็อาจโยกไปเป็นที่ส่วนกลางสำหรับทำอาคาร เป็นต้น

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ ข้อสังเกตที่สรุปจากการลงพื้นที่ และทำจริง เจอปัญหามาแล้ว ก็ได้รวบรวมมาเล่าให้ฟัง ซึ่ง

หากมีความละเอียดรอบคอบ ระมัดระวัง รู้ข้อจำกัดต่างๆได้ ก็จะช่วยลดเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เสียเวลา และที่สำคัญ จะทำให้การดำเนินงานได้ราบรื่นขึ้น เพราะสิ่งที่ยากกว่า ยังมีอยู่... ค่อยติดตามตอนต่อไปครับ