ทำ AI มาหลายปี โดยต่อยอดมาจากวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอก...จนมาทำงานสอน มาเป็นที่ปรึกษา ผมอาศัย ตัว Destiny ใน 4-D เดิมของ  AI ที่คิดโดยศาสตราจารย์เดวิด 

Destiny มิใช่เพียงการเอาไปทำจริงเท่านั้น หากแต่รวมถึงการตั้งคำถามดีๆ กับตัวเองอีกคือ รู้ได้อย่างไรว่าดี (นี่คือการวัด) ให้ใครทำ และ

ตัวสุดท้าย เรียนรู้อย่างไร....ตัวหลังนี้แหละที่ช่วยพัฒนา AI ขึ้นมา...


ด้วยการตั้งคำถามอยู่ว่า AI ที่เราทำอะไรมัน work ไม่ work ถ้าเติมแต่งอะไรลงไปจะ work มากขึ้นครับผมลองปรับแต่ง AI จะได้ AI สูตรใหม่ๆ ดังนี้ครับ

1. The Tipping-Point Appreciative Inquiry  ตรงนี้ผมผสมผสานแนวคิด Maven Connector และ Salesman จากหนังสือ the Tipping Point ขอ Malcohm Gladwell เข้าในส่วนการค้นหา Discovery และส่วน Destiny ครับ


2. ถ้้าเอาไปทำ OD แบบ Coach  ผมเรียกว่า the Tipping-point Appreciative Coaching

3. เอาไปทำ OD แบบ Consult ผมเรียกอีกว่า The Tipping-point Appreciative Consulting 

4. วงจร 4-D ผมทำ เป็น 6-D ครับ มี Demystify Discovery Dream Design Destiny  โดยช่วง Discovery และ  Destiny ผมผสมผสาน แนวคิด Maven Connector Salesman ไปแล้ว

5. จากทฤษฎีดังกล่าว ผมผสมผสานแนวคิดของ Seth Goldin เรื่อง Tribe เข้าไป..กลายเป็น AI ตัวใหม่คือ Tribal Appreciative Inquiry ครับ...ตรงนี้ คล้ายกับ the Tipping-point Appreciative Inquiry เพียงเพิ่มแนวคิดชนเผ่า (Tribe) เข้าไปในส่วนของ Discovery และ Destiny ครับ...

6. Appreciative Dialogue เน้นเอา AI ไปใช้ควบคู่กับ Dialogue โดยเอาไปใช้อธิบาย U-theory ครับ

7. ผสมผสานแนวคิด 10-10-10 ของ Suzy Welch เข้าไปใน Appreciative Inquiry เป็น the 10-10-10 Appreciative Inquiry 

8. เอาแนวคิด Maven Connector Salesman ผสมผสานกับ SOAR Model เป็น the Tipping-Point SOAR 


ค้นพบว่าทำ AI ได้ผลและกลมกล่อมกว่าเดิม เอาไปใช้มานับร้อยโครงการแล้วครับ...

จะเป็นอย่างไร จะเล่าให้ฟังทีละ Model ครับ....ในตอนต่อๆไปครับ