วันเสาร์ หลังจากร่ำลาพี่ศิลาและพี่ริน ที่มาส่งที่สนามบินดอนเมือง
ก็มีโทรศัพท์จากแม่เข้ามือถือ 
ข้าพเจ้ารับแบบงงๆ เพราะปกติแม่เป็นคน นานๆ จะใช้มือถือที (เติม 50 บาทใช้ได้ 6 เดือน)
"โทรมาเพราะเป็นห่วง แปลกใจทำไมเสาร์นี้ไม่เห็นเอาผ้ามาซักที่บ้านเลย"
วางสายของแม่สักพัก ก็มีสายจากคนที่อยู่ seattle เข้ามา
"อยู่ไหน ทำไมเสียงรอบๆ ดัง"
"ก็สนามบินไง กำลังจะกลับเชียงใหม่"
"อ้าว ไม่เห็นบอกกันเลย"
"ก็บอกแล้วนี่ว่ามาอยุธยา"
"บอกครั้งเดียวเอง แล้วก็ไม่บอกด้วยว่าจะกลับกี่โมง"
สรุปคือ ข้าพเจ้าเองที่ "บอกไม่พอ" แก่คนที่รักและเป็นห่วงเรา
...
จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการไม่บอกเรื่องการเดินทาง
เพราะการเดินทาง สำหรับข้าพเจ้า มองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และการทำอะไรไม่ค่อยบอกใคร ก็เป็นอุปนิสัย(ที่แย่)ส่วนตัวของข้าพเจ้า
...

ปรากฎว่า เมื่อถึงสนามบินเชียงใหม่ ราวสามทุ่ม
ข้าพเจ้ากำลังจะไปติดต่อแท็กซี่สนามบินตามปกติ
ก็พบพ่อกับแม่ มารับที่สนามบินไปส่งที่คอนโด
แม่ถามว่ากินอะไรมาหรือยัง แล้วยื่นถุงขาวๆ ให้
ข้าพเจ้าก็ตอบว่ากิน (อาหารว่าง) บนเครื่องบินแล้ว
.แต่พอถึงที่พัก เปิดถุงดู ก็พบ ปลาดุกย่าง น้ำพริกอ่อง ข้าวเหนียว..ของโปรดทั้งนั้นเลย
กินไป น้ำตาซึมไป...


###

ขอบคุณ  การเดินทางครั้งนี้
การไปบุรีเทวี ได้เปิดโลกทัศน์  แก่ข้าพเจ้า
เหตุการณ์เหล่านี้คงผ่านไป อย่างไม่ทันสังเกต  เช่นที่แล้วๆ มา
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากคนที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการใช้ทั้ง ศิลป์ และศาสตร์ ( นพลักษณ์)  
คือผู้นำ Cops ที่ทำให้ชาว Gotoknow Happy Ba คึกคักทรงพลัง
ได้แก่ พี่นุช และพี่ศิลา
.
โดยเฉพาะ การสนทนาของคืนวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.
ว่าด้วย การสร้างความสุขให้คนอื่น ด้วยการทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า
ด้วยการสื่อให้รู้ว่าเราต้องการเขา  ขอความช่วยเหลือจากเขาบ้าง
มุมมองของคนแบบเราต่อ "บอกแล้วบอกอีก" กับคนอื่นอาจไม่เหมือนกัน
.
เมื่อมาพิจารณาดู
การสื่อให้ผู้อื่นรู้สึกตนมีคุณค่า เป็น "การให้" ที่เหมือนง่ายแต่น้อยคนที่ให้ได้
หรือเพราะ
"เราไม่สามารถให้ ในสิ่งที่เราไม่มี" - You can not give what you do not have
เราไม่สามารถทำได้ หากเราไม่แน่ใจในคุณค่าของตนเอง

นี่อาจคือ "ปม" ที่เมื่อเจอ แล้วสาง ก็จะปลดปล่อยสู่ความอิสระใหม่ได้คะ :)