นานมาแล้วในแผ่นดินที่เรียกว่าประเทศเนปาลในปัจจุบัน สมัยก่อนเรียกว่าแดนดินแห่งเจ้าศากยะ มีเมืองหนึ่งชื่อว่ากรุงกบิลพัสดุ มีพระราชาผู้ปกครองทรงพระนามว่าพระเจ้าสุทโธทนะ มีเชื้อสายมาจากตระกูลโคตมะ พระองค์มีพระมเหสีผู้เลอโฉมพระนามว่ามหามายา เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระนางก็ให้กำเนิดพระโอรส ณ สวนลุมพินีวัน พระราชาทรงกำหนดพระนามของพระโอรสว่า สิทธัตถะกุมาร
เจ้าชายสิทธัตถะไม่เคยรู้เลยว่าพระมารดาที่แท้จริงของพระองค์เป็นใครเพราะพระมารดาล่วงลับไปขณะที่เจ้าชายมีพระชนมายุได้ 7 วันเท่านั้น เจ้าชายสิทธัตถะจึงได้รับการดูแลจากพระน้านางชื่อว่าพระนางมหาปชาบดีผู้เป็นพระมารดาเลี้ยง ระหว่างพระองค์ทรงเจริญวัยนั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อยู่ในสภาพครอบครัวที่หรูหราและมีความสะดวกสบายทุกอย่างภายในพระราชวัง
ต่อมาพอเมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 16 ปี ก็เข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมพระนามว่ายโสธราหรือพิมพา ซึ่งเป็นฝ่ายพระญาติของตนเอง อยู่ในเมืองเทวทหะ หลังจากพระองค์แต่งงานได้ 13 ปี พระนางยโสธราก็ให้กำเนิดพระโอรสพระนามว่า ราหุลกุมาร
วันหนึ่งขณะที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงท่องเที่ยวไปในสวน พระองค์ได้พบเทวะทูตทั้ง 4 อันเป็นเหตุนำมาขบคิดค้นคว้าหาคำตอบของชีวิต ด้วยพระองค์เห็นคนแก่ , เห็นคนเจ็บ , เห็นคนตาย , และเห็นนักบวช และภาพนักบวชเท่านั้นที่ยังคงติดตาตรึงใจพระองค์อยู่
พระองค์ได้ตระหนักรู้ว่าความหรูหราความมีทุกสิ่งอย่างในทางวัตถุนั้น ไม่ได้ทำให้พระองค์พบความสุขที่แท้จริงเลยและไม่ได้ช่วยให้ใคร ๆ ได้พ้นไปจากความทุกข์ไปได้เลย
เมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 29 ปี ในค่ำคืนอันสงัดเงียบ พระองค์ทรงออกจากพระราชวังไปโดยสละทุกสิ่งทุกอย่าง พระองค์ออกไปถือเพศเป็นนักบวชใช้เวลาศึกษาอยู่ 6 ปี
โดยศึกษากับพราหมณ์หลายสำนักและปฏิบัติอย่างเข้มข้น ท้ายสุดพระองค์รู้ว่าเส้นทางเหล่านั้นไม่ใช่เส้นทางที่จะตรัสรู้พระองค์จริงออกมาจากสำนักอาจารย์เหล่านั้น และแล้วพระองค์ก็ค้นพบเส้นทางสายกลาง
ตลอดเวลา 6 ปีที่ถือเพศนักบวช ขณะพระองค์ประทับนั่งภายใต้ต้นโพธิ์ในคืนพระจันทร์เต็มดวงของวันเพ็ญเดือน 6 นั้นเอง พระองค์ก็ได้ตรัสรู้ธรรม เป็นพระพุทธเจ้า ด้วยพระองค์ตรัสรู้อริยสัจ 4 และพระองค์ทรงสั่งสอนแนะนำชาวโลกให้ทำตามมี 3 ประการคือ
1. ไม่กระทำความชั่วทั้งปวง
2. ให้กระทำแต่ความดี
3. หมั่นทำจิตใจตนให้ผ่องใสอยู่เสมอ
หลังจากพระองค์ได้ตรัสรู้ได้ 2 เดือน พระองค์ทรงเริ่มต้นสอนสัจธรรมเพื่อให้ชาวโลกพบความสุขอย่างแท้จริงตามหลักพุทธธรรมจนพระพุทธศาสนาตั้งมั่นในแดนดินชมพูทวีปหรือประเทศอินเดียปัจจุบัน
พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่คำสอนไปทั่วอินเดีย พระองค์ตรัสสอนชาวโลกเป็นเวลา 45 ปี ในขณะพระชนม์ชีพ 80 ปี พระองค์ทรงดำเนินหวนกลับไปยังกรุงกุสินาราในวันเพ็ญเดือน 6 พระองค์ทรงประทับอยู่ภายใต้ต้นสาละทั้งคู่แล้วพระองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ทรงมอบหลักพุทธธรรมซึ่งเป็นสิ่งมีคุณค่ามากที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์โดยแนะนำวิธีให้ชาวโลกเดินตามเส้นทางสายกลางเพื่อพบความสุขที่สมบูรณ์คือการเข้าถึงพระนิพพานนั้นเอง.
............................................................................
บรรณานุกรม
Phangcham, C. ( 1990 ). Buddhism For Young Students . USA : Wat
Dhammaram , 29750 Ryan, Warren, Michigan 48092.
พระองค์ทรงสั่งสอนให้ทำตามมี 3 ประการคือ
1. ไม่...กระทำ...ความชั่ว...ทั้งปวง
2. ให้ ... กระทำแต่.... ความดี
3. หมั่นทำจิตใจ....ตนให้....ผ่องใส...อยู่เสมอ
ขอบคุณ ท่านมากๆๆนะคะ
เอาเพลงนี้มาฝากท่านอาจารย์ครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.นุ
เป็นบทเพลงที่เข้ากับบรรยากาศเลยนะครับนี่ ชื่นชม ๆ
สวัสดีครับ ดร. เปี้ล
เป็นคำสอนที่ทุกคนทำได้นะครับผม
-สวัสดีครับอาจารย์..
-ขอความแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส ครับ..
-ชวนอาจารย์ไปร่วมงาน"จุลกฐิน" ครับ..
สวัสดีครับ คุณ เพชรน้ำหนึ่ง
ดีครับ ทำบุญซื้อบุญได้ ใครทำใครได้นะครับผม