กิจกรรมเด่นของวันนี้คือ กิจกรรมนำเสนอประสบการณ์ในการเปิดชั้นเรียนของคุณครู ๔ ท่าน ได้แก่ คุณครูม่อน – สาวิณี คุณครูปุ๊ก - จินตนา คุณครูเอม – ภานุมาศ และคุณครูยุ้ย – สุรีย์ ที่มีการร้อยเรียงกระบวนการเปิดชั้นเรียนทั้ง ๓ ครั้ง มานำเสนอเพื่อเป็นการทบทวนกระบวนการของการรัดกระบวนการเรียนรู้แบบเปิด (Open Approach) ที่ได้จากการปฏิบัติจนพบความสำเร็จด้วยตัวครูเอง
ตั้งแต่ขั้นวางแผนที่ผู้สอนต้องรู้ความรู้สะสม (met before) ของผู้เรียน ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน และออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่พาสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ จากนั้นจึงออกแบบภาวะพร้อมเรียน คิดโจทย์สถานการณ์เปิด วางแผนการใช้กระดาน และวางแผนการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของห้องด้วยคำถามของครู
กระบวนการในชั้นเรียนที่ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ มักเป็นชั้นเรียนที่นักเรียนได้ทดลองแก้ปัญหา และครูสรุปความรู้ที่ได้จากคำตอบจากนักเรียน จากการที่ครูเดินดูและลำดับคำตอบเพื่อการนำเสนอไปทีละแนวคิด ที่สำคัญคือต้องเคารพความคิดเห็นของทุกคน และมีผู้พูด ก็ต้องมีผู้ฟัง
ช่วงเวลาของการสรุปความรู้ว่าได้เรียนรู้อะไร จึงเป็นช่วงเวลาที่แสดงให้ครูได้เห็นจริงๆ ว่าผู้เรียนเกิดความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน
ช่วงการสะท้อนหลังสอน ทั้งเจ้าของชั้นเรียน และครูคู่วิชา ตลอดจนเพื่อนครู จะมาช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในคาบเรียนถัดไปได้อย่างดี ทั้งนี้เจ้าของชั้นเรียนจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะนำประเด็นใดไปพัฒนาเป็นลำดับต้นๆ และ “เมื่อครูเปลี่ยน ห้องเรียนก็เปลี่ยน”
ช่วงหลังเที่ยง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มใหญ่แบ่งตามระดับชั้น ๑ - ๖ และกลุ่มครูประจำชั้น เพื่อตกผลึกประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังเรื่องเล่าของเพื่อน และการอ่านนิทรรศการ “ชีวิตที่เรียนรู้ของครูเพลิน” ที่เกิดจากการนำเสนอความสำเร็จในการจัดกระบวนการเรียนการสอนของครูทุกคน และ การเรียบเรียงความรู้ปฏิบัติของครูที่เคยเปิดชั้นเรียนออกมานำเสนอเป็นนิทรรศการ
โจทย์ที่ทุกกลุ่มได้รับร่วมกัน คือ สกัดความรู้เรื่องของโจทย์สถานการณ์เปิด และการประเมินผู้เรียน ซึ่งเป็นประเด็นความสนใจที่เป็นประเด็นร่วมของครูทุกคนตั้งแต่เมื่อจัดงาน “ชื่นใจ...ได้เรียนรู้” (ภาคครูเพลิน) ครั้งที่ ๒ เมื่อประมาณ ๖ เดือนที่แล้ว
มาในวันนี้ครูประจักษ์ด้วยตัวเองว่า โจทย์สถานการณ์ที่ดีต้องไม่ยาวเกินไป ไม่ยากจนผู้เรียนก้าวไปไม่ถึง รองรับความแตกต่างของผู้เรียนได้ เป็นโจทย์ปลายเปิดที่ได้ใช้ความคิด ได้คาดเดาคำตอบ และได้ใช้ความรู้อย่างกว้างขวาง
โจทย์ในลักษณะนี้จะช่วยนำพาให้ทำให้ผู้เรียนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ด้วยการค่อยๆ ร้อยเรียงจากความรู้เดิมไปหาความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจากจากลงมือทำและเป็นความรู้ที่สร้างขึ้นจากความเข้าใจของตนเอง ด้วยวิธีการของตัวเอง แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อยกระดับความรู้ของชั้นเรียนไปสู่การต่อยอดความรู้ใหม่
กลุ่มครูประจำชั้นสะท้อนว่ากิจกรรมในวันนี้ทำให้ได้เห็นกระบวนการของการเปิดชั้นเรียน เห็นภาพกระบวนการทั้งหมด เห็นพัฒนาการของครู และผู้เรียน ทำให้ได้เคาะสนิม และได้รู้ว่าบางครั้งเราก็ลืมเรื่องเหล่านี้ไปเลย และทำให้ได้เห็นวิถีการสร้างศิษย์ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ชัดเจนมาก
ในส่วนของการประเมินผู้เรียน ครูต้องแม่นยำในแผน รู้จุดมุ่งหมายว่าแต่ละกิจกรรมทำขึ้นเพื่ออะไร จะวัดและประเมินด้วยวิธีใด รวมทั้งครูเองก็ต้องประเมิน met before ของตัวเองด้วยว่ามีพอไหม ที่สำคัญก็คือครูต้อง connect กับผู้เรียนตลอดเวลา ไม่ใช่จะเน้นแต่การดำเนินแผนการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ เพราะการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เป็นหน้าที่ของครูในการทำความรู้จักกับเด็กแต่ละคน ครูจึงต้องเปิดตาเปิดใจรับฟังผู้เรียน เวลาที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน เป็นช่วงเวลาที่ครูจะได้ข้อสังเกตว่าจะพาเขาไปสู่ความเข้าใจต่อไปอย่างไรอีก และครูควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถามต่อยอดการเรียนรู้ ได้สรุปการเรียนรู้ของตนเอง
คุณครูเหน่ง – อรุโณทัย สรุปปิดท้ายรายการนี้เอาไว้ว่าอย่างน่าฟังว่า “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำหัวใจของการเรียนรู้เอาไว้ เป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์”
กระบวนการสร้างครูที่เพลินกับการพัฒนา .... ดีใจด้วย ... อย่างมากนะคะ
ขอบคุณค่ะ :)