สนธิในภาษาสันสกฤตนั้นต้องฝึกอ่านกันพอสมควร แต่แบบฝึกอ่านโดยทั่วไปมักจะไม่ค่อยเน้นสนธิ เมื่อนักเรียนไปอ่านเอกสารสันสกฤตจริงๆ จึงมักจะมีปัญหาแยกสนธิไม่ได้

ผมจึงพยายามหาตัวอย่างที่มีสนธิหลากหลายมาแนะนำ คราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของวรรณคดีสำคัญคือ ภควัทคีตา หรือ ศรีมัทภควัทคีตา อันเป็นเสี้ยวหนึ่งของวรรณคดีสำคัญ นั่นคือ มหาภารตะ ซึ่งรจนาด้วยภาษาสันสกฤตแบบแผน (classical Sanskrit)

 


श्रीपरमात्मने नमः
अथ श्रीमद्भगवद्गीता
प्रथमोऽध्यायः
โอ๓มฺ
ศฺรีปรมาตฺมเน  นมะ
อถ  ศฺรีมทฺภควทฺคีตา
ปฺรถโม’ธฺยายะ
โอม
(ข้าฯ) กราบพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ต่อไปนี้ (เป็น) ศรีมัทภควัทคีตา
ภาคที่หนึ่ง

 

แปลศัพท์ แยกสนธิ

โอมฺ  โอม (ออกเสียงสระโอยาว) ข้างบนนี้ไม่ใช่พยัญชนะ แต่เป็นสัญลักษณ์แทนเสียงโอม หากเขียนให้ตรงตามหลักสัทศาสตร์สันสกฤต จะใช้ว่า ओ३म्  คือมีเลขสามกำกับหลังเสียงสระ บอกว่าโอเสียงยาว ถอดเป็นไทยจึงใช้เลขสามข้างหลังโอ

ศฺรีปรมาตฺมเน นมะ    ขอกราบพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่  (ศฺรีปรมาตฺมเน เป็นการกที่สี่ และ นมะ เป็นนามการกที่หนึ่ง ใช้ไวยากรณ์เช่นเดียวกับคำสรรเสริญบทอื่นๆ)

อถ    ต่อไปนี้, เป็นคำเริ่มต้นเนื้อหาคัมภีร์  (และมักจะปิดท้ายเล่มด้วยคำว่า อิติ)

ศฺรีมทฺภควทฺคีตา ชื่อคัมภีร์ (นาม เอกพจน์ เพศหญิง)

ปฺรถโม’ธฺยายะ (สนธิจาก   ปฺรถมสฺ อธฺยายสฺ, ไม่มีอะไรยุ่งยาก มสฺ เปลี่ยนเป็นโม เพราะอยู่หน้าสระอะ แล้วใส่เครื่องหมายอวัครหะ, ส่วน สฺ ตัวหนังสุดเปลี่ยนเป็นวิสรรคะตามกฎ)

ปฺรถมสฺ  ที่หนึ่ง (นาม เอก ชาย)

อธฺยายสฺ  เล่ม, ตอน, ภาค (นาม เอก ชาย)

          

 

(ในวิดีโอ เริ่มว่า “อถ ปฺรถโม’ธฺยายะ” แล้วขึ้น “ธฺฤตราษฺฏฺร อุวาจ”)

 

धृतराष्ट्र उवाच

धर्मक्षेत्रे कुरुक्षेत्रे समवेता युयुत्सवः ।
मामकाः पाण्डवाश्चैव किमकुर्वत संजय ॥१-१॥

ธฺฤตราษฺฏฺร อุวาจ

ท้าวธฤตราษฎรฺ /  กล่าวแล้ว

ธรฺมเกฺษตฺเร กุรุเกฺษตฺเร สมเวตา ยุยุตฺสวะ ฯ

ในทุ่งธรรมะ / ในทุ่งกุรุ / ผู้มาชุมนุมทั้งหลาย / ผู้ปรารถนาการรบทั้งหลาย

มามกาะ ปาณฺฑวาศฺไจว กิมกุรฺวต  สํชย ฯฯ ๑.๑

ลูกหลานทั้งหลายของข้า /   เหล่าปาณฑพทั้งหลาย / และ / นั่นเอง / อะไร / ทำแล้ว / ดูก่อน สัญชัย

แปล ท้าวธฤตราษฎร์ตรัสว่า “ดูก่อน สัญชัย เมื่อบรรดาลูกหลานทั้งหลายของข้า และเหล่าปาณฑพทั้งหลายผู้ปรารถนาสงครามได้ไปชุมนุมกัน ที่ทุ่งกุรุอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกเขาได้ทำสิ่งใดเล่า

 

Large_the_blind_king_dhrtarastra

ท้าวธฤตราษฎร์ผู้ตาบอดกำลังฟังเรื่องเล่าจากสัญชัย

(จากภาพ http://en.wikipedia.org/wiki/Dhritarashtra)

 

แปลศัพท์ และแยกสนธิ

ธฺฤตราษฺฏฺร อุวาจ  < ธฺฤตราษฺฏฺรสฺ อุวาจ 

สนธิเปลี่ยนเสียงเล็กน้อย โปรดสังเกต ร ตามหลัง อุ เป็นแบบนี้มีสนธิแหงๆ เพราะ ถ้าเป็นรูปปกติ ร ตามด้วยสระ จะต้องกลายเป็นรูปอื่น ดังนั้นในที่นี้ ร มี สฺ แปะอยู่ ตามหลังด้วยสระอื่น ก็ลบ สฺ ทิ้งไป

ธฺฤตราษฺฏฺรสฺ ท้าวธฤตราษฏร์, เป็นชื่อบุคคล เพศชาย เอกพจน์ กรรตุการก/ประธาน

อุวาจ กล่าวแล้ว, เป็นกริยาอดีตกาลสมบูรณ์ ของประธานเอกพจน์ บุรุษที่สาม (ธาตุ √วจฺ แปลว่าพูด)

ธรฺมเกฺษตฺเร    ในทุ่งธรรมะ  นปุ. เอก. สัปตมี (การกที่ 7)

กุรุเกฺษตฺเร   ในทุ่งกุรุ    นปุ. เอก. สัปตมี (การกที่ 7)

สมเวตา ยุยุตฺสวะ < สมเวตาสฺ ยุยุตฺสวะ

     สนธิเล็กน้อย ลบ สฺ ทิ้งไป เพราะเสียงก้องตามมา, สฺ ท้ายกลายเป็นวิสรรคะตามปกติ

สมเวตาสฺ  ผู้ไปชุมนุม  (สมเวต, เพศชาย พหูพจน์ ประธาน)

ยุยุตฺสวสฺ   ผู้ปรารถนาสงคราม (ยุยุตฺสุ, เพศชาย พหูพจน์ ประธาน)

มามกาะ    ลูกหลานของฉัน (ชาย พหูพจน์ กรรตุการก/ประธาน) คำนี้เป็นศัพท์ขยายจาก มม ที่แปลว่า ของฉัน นั่นเอง (เติม ก หมายถึง เล็กน้อย หรือลูก แล้วยืดเสียงสระต้นคำ)

ปาณฺฑวาศฺไจว < ปาณฺฑวาสฺ จ เอว

      สนธิสองตอน, สฺ เปลี่ยนเป็น ศฺ เมื่ออยู่หน้า จ

      สนธิ จ (ca) เมื่อตามด้วย เอว (eva) กลายเป็น ไจว caiva

ปาณฺฑวาสฺ  เหล่าปานฑวะ (ปาณฑพ) เป็นรูปพหูพจน์ เพศชาย ประธาน จาก ปาณฺฑว, คำว่า ปาณฺฑวะ ก็เป็นศัพท์ขยายมาจาก ปาณฺฑุ นั่นเอง  

   แปลว่า และ

เอว แปลว่า จริงๆ, นั่นแหละ

กิมกุรฺวต  < กิมฺ อกุรฺวต

     สนธิปกติ มฺ ตามด้วย อ เป็น ม (kim + akurvat = kimakurvat)

กิมฺ อะไร (ปุ.,นปุ. กรรมการก เอกพจน์)

อกุรฺวต   ทำแล้ว (อดีตกาล บุรุษที่สาม พหูพจน์ ธาตุ √กฺฤ แปลว่า ทำ)

สํชย        ดูก่อน สัญชัย, ชาย เอกพจน์ การกที่ 8 คือคำร้องเรียก

       

         โศลกบทนี้ มีส่วนประธาน พหูพจน์ คือ สมเวตาสฺ ยุยุตฺสวสฺ มามกาะ อาจพิจารณาว่าเป็นคุณศัพท์ขยายนาม หรือเป็นเสมือนกริยาของนาม (มามกาะ) ก็ได้