มีการพูดถึงปัญหาโครงการจำนำราคาข้าวของรัฐบาล ประเด็นใหญ่ที่ดูจะเป็นข้ออ้างของผู้ไม่เห็นด้วยก็คือ เป็นการทำลายกลไกตลาด การทุจริต และใช้งบประมาณมากเกินไป จึงมีข้อเสนอให้มีการปรับวิธีการจำนำข้าวเสียใหม่ คือ การจำกัดจำนวนการรับจำนำข้าว โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนจริง ๆ
จากข้อเสนอดังกล่าวจะมองดูดี เพราะจะช่วยชาวนาที่ยากจนจริงเท่านั้น สำหรับชาวนาที่ทำนาได้ข้าวมาก ๆ ถือว่าไม่ใช่ชาวนาที่ยากจน ตามข้อเสนอนี้มีผลดีจริง ๆ อย่างที่อ้างถึงจริงหรือ ผมจะขอตั้งประเด็นที่เกิดขึ้นจากวิธีการนี้
1.ทำให้รัฐใช้งบประมาณลดลง
2.ไม่ทำลายกลไกการตลาด
3.ลดความเสียหายจากการทุจริตเพราะจำนวนข้าวที่จำนำลดลง (แต่ไม่ทำให้การทุจริตหมดไป)
4.ราคาข้าวในตลาดจะถูกลงเพราะถูกกดราคาจากพ่อค้าส่งออกและโรงสี
5.รายได้ของชาวนาที่ทำนาได้ข้าวเกินจำนวนที่รัฐกำหนดจะหายไปรายละหลายพันบาท/เกวียน เพราะถ้าคิดราคาตามกลไกตลาดราคาข้าวจะเหลือประมาณเกวียนละ7-800 บาท/ตัน หายไปเกือบครึ่งของราคาจำนำ (ยังไม่รวมถึงการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง)
6.เป้าหมายที่รัฐต้องการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้าหายไปเป็นจำนวนมาก
7.และอื่น ๆ
เมื่อมองถึงภาพรวมทั้งหมดการจำกัดปริมาณการจำนำข้าวที่หลายคนเสนอ ผู้ได้ประโยชน์จะเป็นพวกโรงสี พ่อค้าส่งออกข้าวผู้ร่ำรวยมาจากการขูดรีดชาวนามาตลอด แต่ผู้ที่เสียประโยชน์ที่สุดคือชาวนาซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของสังคมไทย