เพลงฟ้าๆ ฝนๆ เริ่มต้นด้วยเสียงรัวกลองชุดปลุกผู้ฟังให้ตื่นขึ้นกลางความเงียบ แล้วจบลงด้วยเสียงแผ่วหวานของเสียงแซคโซโฟน แล้วจึงต่อมาด้วยเสียงอ้อยสร้อยของซอด้วงที่ดังขึ้นมาจากเพลงของคีตาญชลี ที่เลือกมาเปิดเป็นลำดับถัดไป เพลงทั้งสองเพลงนอกจากจะมีลีลาดนตรีที่แตกต่างกันแล้ว วิธีใช้คำก็ยังแตกต่างกันไปด้วย 

 

ลำดับของเพลงที่เปิด เริ่มจากการให้ผู้ฟังเริ่มมีประสบการณ์จากเนื้อหาของเพลงที่ถ่ายถอดความประทับใจส่วนตนก่อน แล้วจึงค่อยๆ แผ่ขยายความรับรู้ออกไปสู่ความกรุณาที่มีต่อมวลมนุษย์ ที่ทั้งคิด และทำได้ยากกว่า

 

 

......................................................................................

 

                                                                     วงคีตาญชลี 

 

 

          พลิ้วละอองฝนพราย  พร่างพรมสายสู่ธรณี  น้อมนำความเขียวขจี  แห่งพรรณไม้ไพรพนา  หยดน้อยร้อยหยดเรียง  หล่อเลี้ยงหมู่มวลพฤกษา หยาดใสให้ชีวา พร้อมนำพาความงอกงาม 

 

          ไม่เลือกเขตคาม หรือนามใด  ไม่เลือกพันธุ์ไม้หรือความร้อนเย็น ไม่เลือกกลางวัน หรือว่าคืนเพ็ญ  ไม่เลือกยากเข็ญ หรือเลอล้นค่า

 

          แม้นใจมนุษย์ดุจฝนโปรายปราย  พร่างพรมน้ำใจสู่ทุกชีวา  หล่อเลี้ยงและให้คุณค่า  แก่มวลประชาผู้ล้าอ่อนแรง  ร่วมเรียงร้อยหยดน้อยน้ำใจ  จุดความสุขไว้ให้โชติเรืองแสง  สร้างหวังที่ลับ  ดับทุกข์ที่แฝงด้วยพลังแห่งน้ำใจ

 

          ไม่เลือกเขตคาม หรือนามใด  ไม่เลือกพันธุ์ไม้หรือความร้อนเย็น ไม่เลือกกลางวัน หรือว่าคืนเพ็ญ  ไม่เลือกยากเข็ญ หรือเลอล้นค่า

 

          แม้นใจมนุษย์ดุจฝนโปรายปราย  พร่างพรมน้ำใจสู่ทุกชีวา  หล่อเลี้ยงและให้คุณค่า  แก่มวลประชาผู้ล้าอ่อนแรง  ร่วมเรียงร้อยหยดน้อยน้ำใจ จุดความสุขไว้ให้โชติเรืองแสง  สร้างหวังที่ลับ  ดับทุกข์ที่แฝงด้วยพลังแห่งน้ำใจ

 

...................................................

 

เพลงนี้เปรียบน้ำฝนกับความฉ่ำเย็นของน้ำใจได้อย่างไพเราะ  เพลง “น้ำใจกับสายฝน” นำคติของเพลงเพื่อชีวิตมาซึมซ่านไว้ในท่วงทำนองไทยที่อ่อนหวานได้อย่างงดงามยิ่ง  

 

และชื่อที่ทายได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือ “น้ำฝนน้ำใจ”

 

เพลงสุดท้ายที่นำมาเปิดให้ฟังกันก็คือบทเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน  เพลงนี้ไม่ต้องทายชื่อเพลง  เพราะทุกคนรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยพินิจพิจารณาในมุมของการใช้คำ และการเปรียบเทียบการใช้คำกับเพลงอื่นๆ

 

บทเพลงเกี่ยวกับฝนทั้ง ๓ เพลง ล้วนเป็นคลังคำไพเราะที่ผู้แต่งคัดสรรมาแล้วอย่างดี  และคลังคำเหล่านี้ก็คือบันไดที่จะพาผู้เรียนไปสู่ความสามารถ และความสำเร็จในการแต่งกลโคลงที่เกี่ยวกับฝนที่จะเกิดขึ้นในการเรียนรู้ครั้งถัดๆ ไปได้อย่างไม่ยากเย็น