วัตถุนิยม จากสภาพการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สภาพสังคมทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน นั่นคือ "วัตถุนิยม" ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรที่มีการปรับเปลี่ยน คนในองค์กร เกิดการหันไปหา เรื่อง วัตถุนิยมมากขึ้น สาเหตุอาจเป็นเพราะ กระแสของเทคโนโลยี ยิ่งยุคนี้เป็นยุคของ Internet ไม่ต้องพูดถึงกันหรอกว่า สำหรับเด็กยุคใหม่จะไม่รู้จัก Internet ...แม้ขนาด "เจ้าฟ้าคราม" เกิดมาได้เพียงขวบกว่า ๆ เวลาจะเห็นโทรศัพท์ของย่า หนูจะทำนิ้วชี้แล้วก็ทำท่า Slide นิ้วไปบนโทรศัพท์ของย่า เนื่องมาจากหนูเห็นย่าทำ นั่นเอง...ทำให้ย่าคิดอยู่ในใจว่า...หนูเกิดมาสมกับยุคนี้เสียจริง ๆ..."เด็กยุค IT" เพราะถ้าเป็นสมัยย่า เด็กยุคนี้ ไม่รู้ ไม่ทราบหรอก จะคิด จะทำอะไรก็เป็นแบบบ้านนอก" ทุกสิ่ง ทุกอย่างในยุคนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง "วัตถุนิยม" กันไปหมด เนื่องจากผู้เขียนอยู่ฝ่ายบุคคล จึงทำให้เห็นและทราบถึงพฤติกรรมของคนทำงานรุ่นใหม่ว่า...เพิ่งจะเข้ามาทำงานใน ม. แต่เกือบทุกคนที่เข้ามาได้ไม่เท่าไหร่ สามารถออกรถเก๋งได้กันแล้ว...ซึ่งผิดกับสมัยผู้เขียนเอาเสียจริง กว่าจะออกรถยนต์กับเขาได้ ก็ปาเข้าไป ต้องทำงานให้กับหลวงประมาณเกือบ ๒๐ ปี โน่นแน่ะ...ผิดกันเสียจริงกับเด็ก ๆ รุ่นนี้...บางคนบอกว่า "มันไม่เหมือนกัน" แต่ผู้เขียนก็ยังว่า "มันไม่เหมือนกันอย่างไร?...ขึ้นอยู่กับตัวของเรามากกว่า...ว่าจะมีกำลังทรัพย์มากน้อยเพียงพอให้หรือไม่? แต่ถ้ามีแล้วเราไม่เดือดร้อนก็มีไปเถอะ แต่ถ้ามีแล้วเดือดร้อน ก็ขอไม่ทำจะดีกว่า...บางคนทำให้ผู้เขียนทราบว่า...ไปกู้เงินทำบัตรเครดิตต่าง ๆ มากมาย...เรียกว่า "เกินตัว" เสียจริง ๆ บางคนมี i -Phone 4 หรือ 5 กันแล้ว เงินเดือนเพียง ๑๕,๐๐๐ บาท (ไม่ใช่ดูถูกเงินหรอก) เพราะวิเคราะห์แล้ว มันจะพอหรือไม่กับการได้กินได้ใช้ แถมมีรถยนต์ใหม่ ๆ ด้วยแล้ว ไปกันใหญ่ ไหนจะค่าส่ง ค่าน้ำมันอีก... สุดท้ายก็มาที่กอง ให้รับรองเงินเดือนเพื่อการกู้เงิน ธนาคารไหนก็ได้ที่รับเครดิต...สุดท้ายเงินเหลือไม่พอ ก็เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่พึงจะได้เฉกเช่น "ข้าราชการ"...แต่ทราบหรือไม่ว่า เงินค่าจ้างทั้งหลายที่พวกคุณเธอได้นั้น มันเป็นเงินอนาคตทั้งนั้นที่ภาครัฐได้ให้ไปแล้ว ขึ้นอยู่กับคุณบริหารจัดการตัวเอง...(ซึ่งสังคมไทยยังไม่เคยมีระบบนี้มาใช้กับคนไทยในยุคก่อน ๆ เพียงแต่ในยุคนี้ ภาครัฐจะสอนให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักบริหารเงินค่าจ้างของตนเองให้ได้...จะได้หรือไม่นั้น ต้องคอยดูกันต่อไป)...สำหรับเงินเดือนของข้าราชการอย่าได้ไปเปรียบกับกลุ่มคนพวกนี้ ๑ เท่า ๆ นั้นเองกับเงินเดือน ยิ่งภาครัฐให้เงินค่าจ้างเพิ่มเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท (โดยเพิ่มค่าครองชีพด้วย) แทนที่จะหยุดเรื่องหนี้สิน กลับกู้เพิ่ม (ดูได้จากสถิติการให้รับรองเงินเดือนจากส่วนราชการ) ทำให้เห็นถึงการไปตามกระแส "วัตถุนิยม" ในโลกยุคนี้...ซึ่งพวกเขาอาจยังไม่เข้าใจกับสิทธิประโยชน์ของประเภทบุคลากรของภาครัฐในยุคนี้ก็เป็นได้...และนี่เองที่ทำให้เป็นปัญหาของการเกิดการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของตนเอง...แต่หาทราบไม่ว่า ภาครัฐได้ทำความแตกต่างของสิทธิและสวัสดิการของบุคลากรในแต่ละประเภทไว้แล้ว...มันต่างกันโดยมีนัยสำคัญเลยแหล่ะ... ผู้เขียนมีความเห็นว่า...พวกเราอย่าหลงเข้าไปในดงของกระแส "วัตถุนิยม" เป็นอันขาด เพราะไม่เช่นนั้น จะเกิด "ทุกข์" ต่อตนเองเข้าสักวันกับการเดินหลงทางตามกระแส "วัตถุนิยม"...เอาเป็นว่า...ถ้าตัวเรามีกำลังทรัพย์เพียงพอแล้วละก็ ขอเชิญเดินตามกระแส "วัตถุนิยม" เลยค่ะ จะทำให้ตัวเรา Hyper มาก ๆ...ขอบอก...
"วัตถุนิยม"... มา.... ทุกข์มาเยี่ยม...จริงหรือเปล่าค่ะท่าน???
วัตถุนิยม .. เสพหนักๆ เข้าก็อันตรายต่อกระเป๋าสตางค์ค่ะ