สุภาษิตจีนโบราณบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า

ถ้าอยากมีความสุขหนึ่งวัน...ให้ดื่มเหล้า
ถ้าอยากมีความสุขหนึ่งสัปดาห์...ให้ฆ่าหมู
ถ้าอยากมีความสุขหนึ่งเดือน...ให้แต่งงาน
แต่ถ้าอยากมีความสุขชั่วชีวิต...ให้เป็นชาวสวน

ได้ยินครั้งแรกเราต่างหัวเราะกันออกมาด้วยความขำเพราะมันออกจะโบราณจริงๆ เพราะสมัยนี้ไม่มีใครมาล้มหมูแล้วฉลองกันทั้งหมู่บ้านแบบเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ด้วยความอยากที่จะมีความสุขชั่วชีวิตอย่างว่า เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจึงพากันไปเยี่ยมฟาร์มเกษตรปลอดสารที่มีเพื่อนแนะนำไว้เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามรายทางของชีวิตและเพื่อความผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

Bollywood เป็นชื่อของฟาร์มเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีขนาดเล็กซึ่งมีเนื้อที่ประมาณยี่สิบไร่ ตั้งอยู่ในเขต Lim Chu Kang (ลิม ชู กัง) ซึ่งเป็นเขตที่สงวนไว้สำหรับการกสิกรรมเล็กๆ ในเมืองนี้ 

เจ้าของฟาร์มเริ่มทำโปรเจคนี้เพื่อใช้เป็นที่อยู่ พักผ่อน และกิจกรรมหลังเกษียณ แต่ก็ตัดสินใจเปิดประตูรับแขกที่มาเยี่ยมชมสวนด้วยเพื่อหารายได้อีกทางหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 ปีได้ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่รักธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งที่ ในสวนมีร้านอาหารเล็กๆ ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับลูกค้าอีกด้วย

พอเราไปถึงฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง เราจึงสั่งขนมและเครื่องดื่มที่ทำจากผลผลิตภายในสวนมาทานในระหว่างรอจนกว่าฝนจะหยุดตก เรานั่งคุยกันท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีความสุข ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้เราทุรนทุรายในระหว่างที่รอให้ถึงเวลาคือกายกับใจที่ไม่อยู่ด้วยกัน ใจก้าวกระโดดไปถึงเวลานั้นแล้ว แต่หากกายยังอยู่ที่เดิม แต่หากเรารู้ว่าเรากำลังรอแต่ทำใจกับกายของเรายังอยู่กับปัจจุบันขณะด้วยกันเราก็จะพบความผาสุกรอบตัว ยิ่งรู้ว่าเราไม่ได้รอคนเดียวในที่นั้นการรอให้ฝนหยุดตกยามบ่ายวันนั้นกลับกลายเป็นความอบอุ่นยิ่ง

ในวันธรรมดาเราอาจยุ่งอยู่กับงานที่ทำ กับการเดินทางไปทำงาน จากที่ทำงานกลับบ้าน บางครั้งเราก็วุ่นเกินกว่าจะคิดถึงชีวิตที่รื่นรมย์ด้วยซ้ำ แต่ในวันหยุดเช่นนี้เราให้เวลากับความสุขง่ายๆ แม้เพียงการนั่งดูสายฝนโปรย จิบชาตะไคร้อันหอมกรุ่น นั่งคุยกันและชื่มชมสรรพสิ่งรอบข้าง 

..

ชาตะไคร้อุ่นๆ หอมๆ ยามฝนพรำ...



..

รอบๆ ร้านอาหารมีเศษตะไคร้หอมโปรยอยู่ตามพื้นเป็นระยะๆ คาดว่าเพื่อใช้ไล่ยุง

เจ้าของสวนออกมานั่งคุยกับเราอย่างเป็นมิตรอยู่พักหนึ่ง จากการพูดคุยเธอดูเป็นคนมองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นมากในยามที่พูดถึงสวนที่เธอสร้างมากับมือด้วยความตั้งใจ ทั้งสองคุณลักษณะที่สำคัญนี้จึงทำให้เธอดูเป็นคนมีความสุขกับชีวิตมากทีเดียว เพราะคงไม่มีใครกระตือรือร้นตื่นแต่เช้า ทานอาหารอย่างรวดเร็ว ออกไปทำงานที่ตนเกลียด หรือพูดถึงสิ่งที่ตนไม่ชอบด้วยดวงตาเป็นประกายสดใสเช่นนี้

เธอเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติสิงคโปร์และได้ทำงานในแวดวงกีฬามาจนถึงเวลาเกษียณและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ปัจจุบันหันมาใช้ชีวิตอย่างสงบที่นี่ เธอบอกว่าสวนนี้คือความฝันของเธอและสามีและทั้งสองก็มีความสุขที่ได้ทำความฝันให้เป็นจริงและยังได้เผื่อแผ่กับคนอื่นด้วย 

ในเมืองที่ที่ดินมีเพียงน้อยนิด ไม่มีการกสิกรรมใดที่ขึ้นชื่อ ผู้คนใช้ชีวิตอย่างคนในเมืองแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาและเธอก็ยังสามารถสร้างสวนปลอดสารเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นโอเอซีสของหมู่แมลงได้อย่างน่าชื่นชมและทวนกระแสยิ่งนัก

เมื่อฝนหยุดเราจึงเดินชมสวนอย่างรวดเร็วเพราะถึงเวลาใกล้ค่ำพอดี พื่นที่เล็กๆ ในสวนถูกแบ่งออกเป็นโซนเล็กๆ ถึงเกือบสิบโซน แต่ละโซนมีการปลูกพืชต่างกันไปเช่น สวนบัว โซนดอกไม้หอม โซนดอกไม้สำหรับผีเสื้อ โซนปลูกผัก โซนปลูกสมุนไพร โซนปลูกกล้วย โซนปลูกมันสำปะหลัง โซนป่าไผ่ สระน้ำ และที่อยู่อาศัยและร้านอาหาร ภายในสวนไม่มีการใช้สารเคมีใดจึงมีเหล่านกและแมลงมาอาศัยอยู่มากมาย

สวนเล็กๆ ที่ทำให้เจ้าของสวนมีความสุขมากมายสมกับสุภาษิตข้างต้น คนที่ไปแวะเยี่ยมเยียนก็พลอยได้รับความสุขที่แบ่งปัน 

เราจะเลือกมีความสุขแบบไหนดีคะ...มีความสุขหนึ่งวัน...หนึ่งสัปดาห์...หนึ่งเดือน...หรือชั่วชีวิตดี....เรามีคำตอบสำหรับเราแล้วค่ะ

นำภาพความสุขที่พอจะเก็บได้ก่อนค่ำมาฝากค่ะ 

บรรยากาศรอบสวนที่ชุ่มฉ่ำหลังฝน...


..


..

..

..

สวนบัว...บัวเกิดจากน้ำ แต่ไม่ติดน้ำ

..

ไม้ดอก ไม้ประดับโดยรอบ

..

..

..

..

นกกินปลีอกเหลืองตัวผู้ (วัยเด็ก) กำลังดูดกินน้ำหวานจากดอกมะเฟืองอย่างเอร็ดอร่อย เราแซวมันว่าช่างเข้าใจเลือกมากินของดีที่สวนปลอดสารเพื่อสุขภาพเสียด้วย


..

..

..

..

นกกินปลีตัวเมียก็กำลังหากินน้ำหวานจากดอกไม้แถบนั้น

..

ทั่วทั้งสวนมีเจ้าตัวนี้เต็มไปหมด..

 

Yukie Nishimura - That Day...

http://www.youtube.com/watch?v=-09mq832rZc&feature=related