จากประสบการณ์ตรงในตลาดพระ ทั้งด้านระบบตลาด ระบบร้านค้า ระดับความคิดของคนในระบบพระเครื่อง และประเภทของพระเครื่อง
ทำให้ผมได้เรียนรู้มาหลายรูปแบบ อย่างเป็นลำดับขั้นมาตลอด
เท่าที่ประเมินจากการเดินตลาดพระ จากหลายๆท่านที่ส่งรูปมาให้ดู และหรือ นำพระมาให้ดูโดยตรงที่บ้าน หรือ ที่ตลาดพระ ได้พบระดับพระเก๊ กระจายตัวในกลุ่มนักสะสม มี 3 ระดับด้วยกันคือ
- พระเก๊ตาเปล่า ที่มีย่อยๆอีกหลายระดับ ทั้งเนื้อและพิมพ์ผิดไกล หรือใกล้ๆ
- พระเก๊ดูง่าย ที่มีการทำเลียนแบบพระแท้ได้ดีในบางเรื่อง แต่ยังไม่ครบถ้วน ทั้งเนื้อและพิมพ์
- พระเก๊ดูยาก ที่มีการพัฒนาฝีมือมาก เป็นพระเก๊ที่ลงทุนสูง ราคาแพง

เก๊ดูง่าย

เก๊ตาเปล่า

เก๊ดูยาก
พระเก๊ทั้งสามแบบ จะมีการกระจายตัวอยู่ในร้านค้าทั้ง 4 ระดับ คือ
- ระดับแผงย่อยๆ ที่ส่วนใหญ่จะเก๊ตาเปล่า
- ระดับแผงใหญ่ จะมีพระเก๊ดูง่ายเป็นหลัก
- ระดับร้านค้าย่อย จะมีพระเก๊ดูง่ายไปจนถึงพระเก๊ดูยากปนกัน พระแท้ๆมักจะเก็บแยกไว้ต่างหาก เฉพาะลูกค้าพิเศษเท่านั้น
- ระดับร้านค้าใหญ่ จะคล้ายๆกับร้านค้าย่อย แต่จะมีโอกาสเจอพระแท้มากหน่อย แต่เขาจะไม่ให้ดู ถ้าท่านไม่แสดงตัวว่าเป็นลูกค้ามีระดับ และมีกำลังซื้อจริงๆ
สำหรับพระแท้นั้น ก็จะมี 3 แบบตั้งแต่
- พระแท้ดูยาก
- พระแท้ดูง่าย แต่ไม่สวย
- พระแท้ดูง่าย และสวย เป็นที่นิยมของบุคคลทั่วไป

พระแท้ดูยาก

พระแท้ดูง่าย

พระแท้ดูง่าย สวย และเป็นที่นิยม
การกระจายตัวของพระแท้ในปัจจุบัน ก็แบ่งตามระดับนักสะสม กล่าวคือ
- พระแท้สวย ดูง่าย มักจะอยู่ในมือเซียนใหญ่ และคนมีเงิน
- พระแท้ดูง่าย ไม่ค่อยสวย จะอยู่ทั่วไปในร้านค้าทุกระดับ
- พระแท้ดูยากจะอยู่กับร้านค้าระดับกลาง จนถึงระดับล่าง
แต่ก็น่าแปลกใจว่า "พระเก๊ตาเปล่า" สังกัด “วัดดวง หลวงพ่อเสี่ยงทาย กรุท่าพระจันทร์” ก็ยังเป็นพระยอดนิยมของบรรดานักส่องมือใหม่
ทั้งๆที่ผมพยายามเขียนหลักการขึ้นไปให้เรียน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจ
ผมจึงลองโทรสอบถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
หลายๆท่านตอบว่า
- พระแท้หายาก ก็เลยหันมาเล่นพระเก๊
- พระเก๊ หาง่ายขายง่าย ได้กำไรเล็กน้อยก็พอใจ
- การที่จะขายพระเก๊ได้ต้อง “แกล้งโง่” ทำเป็นไม่รู้ว่าพระองค์นั้นเก๊
- ใครบอกอะไรก็ต้องทำเป็น “ไม่ได้ยิน” เพื่อความมั่นใจของตัวเองในการขายพระเก๊ของตน
ฟังแล้วก็น่าเห็นใจมากเลยครับ
และเข้าใจแล้วว่า ทำไมผมพูดกับคนกลุ่มนี้ไม่รู้เรื่อง
ผมจึงต้องหันกลับมาจำแนกนักส่องพระได้อีก 3 แบบ คือ
- นักส่องหาพระแท้
- นักส่องหาพระไปขาย เก๊แท้ไม่สำคัญ ขอให้ขายได้เป็นพอ
- นักส่องไปเรื่อยๆ แบบอยากรู้ ไม่ซื้อ ไม่ขาย บางทีก็หยิบไปเรื่อยๆแบบไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความรู้
ผมจึงเข้าใจแล้วว่า วันนี้ ยังมีคน ส่งพระเก๊ตาเปล่ามาให้ดูแบบเดิมๆ
เหมือนเดิม ยังไม่คิดจะขยับไปหา "พระเก๊ดูง่าย" หรือ "พระเก๊ฝีมือจัด" ที่จะหลุดไปจาก "วงจรพระเก๊" ไปสู่ "วงจรพระแท้"
ก็เพราะเขาคิดแค่นี้ ผมคิดมากไปเอง
แปลกครับ ต้องดูเป็นเท่านั้น จึงจะรู้ว่าแท้ ไม่แท้
ท่านบอกว่าสะสมแค่พระใหม่ๆ ที่ดูยากกว่าพระเก่าๆอีก เพราะปลอมง่ายกว่ากันเยอะเลย
ท่านล้อผมเล่นแล้วครับ
มันตาละปัดเลยครับ
ผมขออนุญาตไม่เชื่อครับ
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้ครับ ผมกำลังศึกษาจากข้อมูลความรู้ที่อาจารย์กำลังถ่ายทอดให้ ก็ทำให้เริ่มเข้าใจในเรื่องธรรมชาติของเนื้อพระครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
เริ่มจากพระใหม่ๆก่อนจะพลาดน้อยครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ช่วยดูพระกำแพงให้หน่อยครับ ขอบคูณครับ
ด้านหลัง
ภาพเล็ก ไม่ซูม เท่าที่เห็น เนื้อใหม่ๆ ไม่ถึงยุค และพยายามแต่งคราบให้เก่าขัดแย้งกันอย่างแรง ไม่น่าลุ้นเลยครับ
ขอใช้คำว่า "เก๊ตาเปล่า" ครับ
ขอคำแนะนำด้วยคับ ไม่แน่ใจว่าเป็นวัดระฆังหรือของวังหน้า
ใส่ทีล่ะหลายๆรูปไม่เป็นคับ
ไม่แน่ใจว่าเก๊ป่าวมีคนเค้าบอกมาเลยไม่มั่นใจพึ่งจะหัดดูพระ
น่าจะของเล่นนะครับ อยากเรียนวิธีดู สอนให้ฟรี ถ้าตั้งใจเรียน วันเดียวก็เป็นครับ
ขอบคุณกับความรู้ครับ หลังจากได้อ่านมาหลายกระทุ้แล้ว
ทำให้ผมอยาก ส่องหาแต่พระแท้ บ้าง
ดูปูนดิบ ปูนสุก และตั้งอิ้ว เท่านั้นเองครับ ก็ได้พระแท้แล้วครับ
เป็นวิทยาทานได้ดีมากเลยครับ ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆ ครับ
ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ
เพิ่มพูนความรู้ได้มากเลยครับ ขอบคุณอาจารย์ด้วยสำหรับการเผยแผ่วิชา
อยากถามอาจารย์ว่า มีราขาวๆ คล้ายแป้งคลุมพระเต็มไปหมด ไม่กล้าล้าง บางองค์ก็เป็นราดำ บางองค์ก็เป็นเหมือนน้ำมันดำๆ จะมีผลอะไรกับพระหรือปล่าวค่ะ พระทั้งหมดเป็นของย่าค่ะ เปิดกรุย่าตอนท่านเสีย เลยนำมาเก็บไว้เอง
แท้ไม่แท้ แต่ทั้งหมดเป็นสมบัติย่า ไม่ซีเรียส แต่กลัวว่าราที่ขึ้นจะทำอะไรกับตัวองค์พระ ฝากอาจารย์ดูด้วยนะค่ะ
อาจารย์ จะเปิดสอนช่วงไหนครับ หากผมว่างจะสมัครเรียนด้วยครับ