ปู่ยิ้มนิด ๆ ก่อนตอบ “กลิ่นของมันก็คือ... กลิ่นแห่งความหายนะ! ยังไงหล่ะ”

คุณปู่ท่านดูสูงอายุมาก แล้วแต่ลักษณะภายนอกที่แข็งแรงเลยดูขัดแย้งกับปัจฉิมวัยของท่านมากทีเดียว วันนี้การจราจรไม่หนาแน่น ท่านขับรถยนต์สบาย ๆ ไม่เร็วนัก หลานชายนั่งด้านหน้าคู่กับท่านส่วนหลานสาวนั่งอยู่ด้านหลัง

            ขับรถยนต์มาไม่นานนักคุณปู่ก็จอด...

           “คุณปู่มาจอดที่โรงงานกำจัดขยะทำไมคะ” หลานสาวแสนสวยถามขึ้นทันทีที่รถยนต์จอดสนิท

           “ก็นี่ไงหละ สถานที่ท่องเที่ยวของเราในวันนี้” คุณปู่พูดขึ้นโดยไม่ได้หันหน้าไปมองหลานสาว

           “คุณปู่ชอบล้อเล่นเรื่อยเลย” หลานสาวยังคงไม่ยอมรับกับคำตอบของคุณปู่

           คุณปู่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนหันไปถามหลานชาย

          “หลานเห็นขยะตรงหน้านั่นไหม...รู้สึกยังไง” คุณปู่ถามขึ้นพร้อมชี้มือไปยังภูเขาขยะขนาดมหึมาที่กองอยู่ตรงหน้า

           “รู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์...เป็นสิ่งที่ไม่มีค่าครับ” หลานชายพูดขึ้นเมื่อหันมองตามมือของท่านที่ชี้ไปยังกองขยะที่อยู่ตรงหน้า

          “ใช่แล้วหละ...ขยะพวกนี้เป็นขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เป็นขยะที่มีพิษ ไม่มีประโยชน์และยังมีโทษอีกต่างหาก”

           “มันเหม็นด้วยคะคุณปู่” หลานสาวเสริมขึ้นและก็ทำท่าทางอย่างที่พูดจริง ๆ

           “ใช่แล้วจ๊ะหลาน มันทั้งเน่าทั้งเหม็นทั้งน่าสะอิดสะเอียน แต่ขยะอยู่ ๆ มันเกิดขึ้นมาเองได้เหรอ?” ปู่ย้อนถามยิ้ม ๆ 

           หลานชายกับหลานสาวส่ายหน้า “ไม่ครับ/คะ”

           “มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เป็นผู้สร้างขยะขึ้นมา ลองคิดดูซิว่าในแต่ละวันทั่วโลก จำนวนขยะที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้มันจะมีมากมายมหาศาลขนาดไหน ที่เห็นตรงหน้านี้เฉพาะของเมืองเราเท่านั้นมันยังมากมายขนาดนี้” หลานทั้งสองทอดสายตามองกองขยะมหึมาที่อยู่ตรงหน้า หรือจะเรียกว่า ‘ภูเขาขยะ’ น่าจะเหมาะสมกว่า

           “หลานทั้งสอง... รู้ไหมว่าในความเป็นจริงแล้วคน ๆ หนึ่งสามารถสร้างขยะที่ไร้ค่าได้มากมายกว่านี้หลายเท่า โดยที่เราไม่รู้ตัว”

          หลานทั้งสองหันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า ในขณะที่คุณปู่เอานิ้วชี้ไปตรงหัวของท่านเอง

           “ขยะทางความคิด! นี่ยังไงหละ” ท่านตอบ

            “ขยะทางความคิด!” หลานทั้งสองอุทานขึ้นพร้อมกัน

            “ใช่แล้วหลาน คนส่วนใหญ่จะปล่อยให้ความคิดที่เป็นขยะผุดขึ้นมาในหัวสมองทุกวินาที และที่สำคัญไม่มีโรงงานที่จะช่วยกรองขยะเหมือนโรงงานรีไซเคิลหรือโรงงานกำจัดขยะทั่วไป จึงนำพาให้ความคิดขยะเหล่านั้นคลุกเคล้าเกลือกกลั้วไปกับความคิดที่ดีมีประโยชน์ที่มีอยู่เป็นส่วนน้อย ในท้ายที่สุดก็จะกลายไปเป็นขยะที่ไร้ประโยชน์เหมือนกันหมด ความคิดขยะเหล่านี้มีแรงเหวี่ยงมหาศาลที่พร้อมจะทำให้เราสมยอมและตกเป็นทาสของมันอยู่ตลอดเวลา” คุณปู่หยุดเว้นระยะเมื่อเห็นหลานทั้งสองกำลังตั้งใจฟังจึงพูดต่อ

           “ขยะทางความคิดของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่ากลัวและเหม็นเน่ายิ่งกว่าขยะที่กองอยู่ตรงหน้านี้มากมายหลายเท่านัก และยังสามารถสร้างมลพิษต่อโลกได้อย่างมากมายมหาศาล!” ท่านอธิบาย

             “ผมยังไม่เข้าใจครับ” หลานชายสารภาพตามตรงเพราะยังงงและไม่เข้าใจในความหมายที่ท่านพูด

            คุณปู่ยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี “ขยะที่หมักหมมสั่งสมมาหลายวันกับขยะที่หมักหมมแค่วันเดียว อันไหนมันส่งกลิ่นเหม็นมากกว่ากัน” ท่านไม่ตอบคำถามของหลานชายตรง ๆ

             “แหง...ก็ต้องหลายวันอยู่แล้วคะคุณปู่”หลานสาวพูดขึ้นในขณะที่หลานชายพยักหน้าเห็นด้วย

             “ขยะเหล่านี้ที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าถูกนำมากำจัดทำลายไปในแต่ละวัน เรายังรู้สึกเหม็นและขยะแขยงขนาดนี้ แต่ในหัวสมองของคนเราถูกผลิตความคิดที่เป็นขยะซ้ำแล้วซ้ำเล่าหมักหมมมานานนับหลายปี คิดออกไหมว่ามันจะมีกลิ่นเหม็นขนาดไหน”

            หลานทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง “นึกไม่ออกครับ/คะ”

            “แต่หนูคิดว่ามันคงจะน่าสะอิดสะเอียนกว่านี้มากมายหลายเท่า”หลานสาวทำท่าจะอาเจียนออกมาจริง ๆ

            ปู่ยิ้มนิด ๆ “กลิ่นของมันก็คือ... กลิ่นแห่งความหายนะ! ยังไงหล่ะ”

            “กลิ่นแห่งความหายนะ!” หลานทั้งสองอุทานขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง

            “หลานทั้งสองจำไว้นะ ตราบใดที่มนุษย์เรายังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ความคิดไหนเป็นขยะ ความคิดไหนเป็นเพชร ตราบนั้นทั้งขยะและเพชรก็จะเกือกกลั้วถูกคลุกเคล้าเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออกว่าอันไหนขยะอันไหนเป็นเพชร ในท้ายที่สุดเพชรก็จะถูกขยะเหล่านั้นบดบังไม่ให้เปล่งรัศมีจนกว่า...” หยุดเว้นระยะ

            “เราจะสามารถสลัดขยะทางความคิดเหล่านั้นให้หมดไป...เมื่อทำได้ตอนนั้นเพชรก็จะกลับมาเจิดจรัสอีกครั้ง” ปู่หยุดพักนิดนึงก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

             “หลานทั้งสองโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่มีโรงงานรีไซเคิลและโรงงานคัดแยกขยะรวมถึงโรงงานกำจัดขยะอยู่ในตัว เป็นแต่เพียงว่าในขณะนี้อาจจะเป็นช่วงของวันหยุดเทศกาลที่ค่อนข้างยาวนานไปหน่อย...เลยทำให้โรงงานหยุดพักชั่วคราว” ปู่หยุดยิ้มให้หลานทั้งสอง...ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า

             “แต่อย่าหยุดพักนานนักหละ เดี๋ยวขยะพวกนั้นจะหมักหมมและเละจนแยกไม่ออก และที่สำคัญโรงงานกับเครื่องจักรอาจจะถูกสนิมกัดกินจนชำรุดหรือเสียหาย เลวร้ายอาจจะถึงขั้นที่ต้องปิดโรงงานไปเลยก็ได้ ต้องระวังให้ดีอย่าประมาท!” ท่านย้ำในประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

‘จำไว้นะหลานทั้งสอง'

ความคิด...ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะค่อย ๆ กลายเป็นการกระทำ...

การกระทำ...ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะค่อย ๆ กลายเป็นนิสัย...

นิสัย...ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะค่อย ๆ กลายเป็นอุปนิสัย...

อุปนิสัย...ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะค่อย ๆ กลายมามีอิทธิพลกำหนดวิถีชีวิตทั้งหมดของเรา!’

 

********************************************************************************************************************