บ้าน : พื้นที่ความสุข (Happy Ba) ..ผมมักชอบเล่าเรื่องเก่าๆ แถวบ้านเกิดให้เจ้าลูกชายฟัง-


 

(1)

ผมมักชอบเล่าเรื่องเก่าๆ แถวบ้านเกิดให้เจ้าลูกชายสองคนฟังเสมอ
คนโตชอบฟัง และถามทัก รวมถึงสนทนายืดยาว -
ส่วนเจ้านักเลงลุกทุ่ง  มักเก็บอาการด้วยการนั่งฟังและนอนฟังอย่างเงียบๆ
แถมซ่อนรอยยิ้มเล็กๆ ไว้ที่ดวงตาของเขาเอง

 

(2)

การส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก
ทำให้ลูกๆ ได้สัมผัสกับความเป็นจริงในสิ่งที่ผมเล่า

ถึงแม้ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวจะเปลี่ยนรูปรอยไปบ้าง
หากแต่เพียงลูกๆ  ได้พาตัวเองกลับไปเหยียบยืนอยู่บนสถานที่จริง
พร้อมๆ กับการหลับตาและนิ่งคิด-ปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ อย่างสุขสงบ
ผมเชื่อเหลือเกินว่า พวกเขาจะมองเห็นภาพที่ผมเล่า...
มองเห็นและสัมผัสได้
ราวกับพวกเขาอยู่ในห้วงเวลาและสถานการณ์เดียวกับผมเมื่อหลายปีก่อน

 

 

(3)

เรื่องราวของสระน้ำในทุ่งนาก็เช่นกัน
ทุกครั้งคราวของการกลับไปบ้าน
ไม่ว่าจะปิดเทอมเล็ก ปิดเทอมใหญ่
หรือแม้แต่เสาร์-อาทิตย์
เมื่อกลับไป พวกเขามักรบเร้าให้ “ปู่” พาไปเล่นน้ำเสมอๆ

สระน้ำที่ว่านั้น
ประดุจแผ่นกระดาษแผ่นใหญ่...ไร้อาณาเขต
ลูกๆ สามารถละเลงจินตนาการ ความคิดฝันได้อย่างเต็มพิกัด
กระโดดตูมตามหลากกระบวนท่า..
กอดรัด ฟัดเหวี่ยง รุก-รับ กันอย่างมีชั้นมีเชิง...
ใครแพ้ ถูกลงโทษจับเป็นม้าก้านกล้วยตะลุยท้องน้ำ

(4)

ผมบอกเล่าให้เขาฟังเรื่อยมาว่า-
นานและนานมากโข
สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก -เด็กแรกหนุ่ม
ท้องนาของเรามีสระใหญ่โต
ผมเคยได้รับหน้าที่ให้อาหารปลานิลอยู่เนืองนิจ
บ้างเป็นขี้วัว ขี้ควาย...
บ้างเป็นข้าวแห้ง ข้าวดิบ ฯลฯ

ภายในสระน้ำมีผักบุ้งเลื้อยรอบขอบสระ
บ่อยครั้งลงลุยเก็บมากินกับส้มตำสดๆ
หรือไม่ก็ลวก-นึ่งกินกับปลานึ่ง ปลาเผา

ภายในสระน้ำมีต้นข้าวหลายต้นที่พ่อกับแม่ปักดำไว้
ต้นของมันสูงยาว-รวงข้าวอัดแน่นสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง
หากแต่ก็มิได้เก็บเกี่ยวเสียเท่าไหร่
เพราะในที่สุดลำต้นก็หักงอลงใต้ผิวน้ำ


 

(5)

ผมเล่าให้พวกเขาฟังว่า-
คันดินอันเป็นสันคูของสระ
“แม่ย่า”  มักปรับผิวดินเป็นแปลงผักหลากชนิด
ผมรับบทบาทการรดน้ำโดยปริยาย
เย็นย่ำหลังเลิกเรียน คือห้วงเวลาแสนสนุก
หากแต่รุ่งเช้าในสายลมหนาวนั้น
ผมอิดออดกับการตื่นมารดน้ำพืชผักเป็นที่สุด

และนั่นยังรวมถึงการขนขี้วัวขี้ควายไปราดรดพืชผัก
ด้วยหวังใจให้มันเติบใหญ่ -
เก็บกำคืนกลับมาสู่ปาก สู่ท้อง

 

(6)

ฯลฯ

 

 

(7)

ครับ-
ผมมักชอบเล่าเรื่องเก่าๆ แถวบ้านเกิดให้เจ้าลูกชายสองคนฟังเสมอ
คนโตชอบฟัง และถามทัก รวมถึงสนทนายืดยาว -
ส่วนเจ้านักเลงลุกทุ่ง  มักเก็บอาการด้วยการนั่งฟังและนอนฟังอย่างเงียบๆ
แถมซ่อนรอยยิ้มเล็กๆ ไว้ที่ดวงตาของเขาเอง

 

...

หมายเหตุ

เขียนจากแรงบันดาลใจในยามไกลบ้าน
ไกลจากคนของความรัก
และการได้รับข่าวสารการกลับบ้านของลูกๆ
รวมถึงเสียงเขียดที่กำลังร้องระงมอยู่ใกล้ๆ ที่พักของค่ำคืนนี้

อุดรธานี-

 

หมายเลขบันทึก: 502306เขียนเมื่อ 15 กันยายน 2012 00:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 ตุลาคม 2012 11:11 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (17)

Happy Ba อีกครั้งนะครับ คุณแผ่นดิน

พื้นที่แห่งความสุข ... ยังคงเป็นได้ในทุกที่จริง ๆ ;)...

สวัสดีค่ะ Happy Ba อ่านแล้วมีความสุขเหมือนท่องท้องนาไปด้วยกัน คิดถึงเจ้าแผ่นดิน และแดนไทนะคะ

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วมีความสุข คิดถึงบ้าน...ในอดีต ที่ความเป็นชนบทค่อยๆหายไป ตึกรามบ้านช่องรูปทรงโบราณเหลือน้อยลงๆ....

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

คุณแผ่นดินหายเงียบไปนานมากๆ

สองหนุ่มโตขึ้นหลายๆ เด้อค่า

พี่ใหญ่หล่อจริง จุกน้อยก็อวบถูกใจ :)

แค่ได้อ่าน ได้เห็นภาพ สุขีนำ ขอบคุณค่ะ

ครับ อ.วัส Wasawat Deemarn

Blank

ความสุข เกิดได้ใทุกที่...จริงๆ ครับ
เพียงได้ยินเสียงของตัวเอง
ก็ง่ายต่อการค้นพบและอยู่กับความสุขที่ว่านั้น

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ พี่ตันติราพันธ์

Blank

สำหรับผมแล้ว..ท้องทุ่ง คือเบ้าหลอมที่บริสุทธิ์มาก
วันนี้ หลายอย่างเปลี่ยนผ่าน เลือนหาย บางอย่างเลือนลาง
ขณะที่บางอย่างแจ่มชัด
หากแต่นึกถึงคราใด  หัวใจก็มีความสุข
หัวใจก็มีพลังอย่ามหาศาล..
คล้ายกับชีวิตมีพื้นที่อันสุข สงบ และเรียบง่ายของมันเอง

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีครับ พี่ลำดวน

Blank

เพราะตระหนักว่า ไม่มีอะไรทัดทานกาลเวลาได้
เปลี่ยนรูปร่างไปตามกระแสธารกาลเวลา
ความทรงจำเท่านั้นครับที่จะบอกผ่าน สื่อสาร
และประทับคุณค่าในจิตใจของเรา...

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีครับBoo

Blank

ด้วยภารกิจที่เหมือนและต่าง
นำพาการสื่อสารที่ขาดห้วง..
พื้นที่แห่งการพบพานเช่นนี้กลับยังไม่เปลี่ยนแปลง
ทุกครั้งคราวกับมาเยือน..
เห็นความเป็นมิตรภาพจากมิ่งมิตร หนักแน่น คงมั่น..
...

ครับเด็กหนุ่มสองคน..
โตไปพร้อมๆ กับเรื่องราวของเมืองใหญ่และหมู่บ้าน-

 

ที่นี่ ดึกมากแล้ว เอ ไม่ใช่ ใกล้เช้าแล้ว ตีสองเศษค่ะ

จะอ่านโดยไม่พูดคุย คงไม่ได้กับบันทึกแห่งความสุขนี้

 

สำหรับบ้านเกิด เรื่องราวยังแจ่มชัดเสมอ

 

คนหนึ่งช่างซักถาม อีกคนนอนฟังนั่งฟังพร้อมรอยยิ้มในดวงตา

..คนเล่า..เล่า..

 

คงยิ้มอยู่ในหัวใจ

สวัสดีครับ  พี่ภูสุภา

Blank
 
ครับ- ผมเชื่อว่าหลายชีวิตเติบโตมาจากเรื่องเล่าในครัวเรือนของตนเอง
มันเป็นการเติบโตจากภายใน  ไม่ใช่เติบโตด้วยระบบภายนอก  และนั่นคือทุนอันยิ่งใหญ่ของชีวิต
 
 
...สำหรับบ้านเกิด เรื่องราวยังแจ่มชัดเสมอ
 
ขอบพระคุณครับ

พื้นที่แห่งความสุข

ชอบคำนี้ครับ ฟังดูแล้วนึกถึงบ้าน

และความหลัง

สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ เปียสนิท

Blank

ผมตระหนักเสมอว่า คนเราเติบโตมาจากอดีต...
การบำบัดเยียวยา เสริมพลังชีวิตตัวเอง
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจับทุนเดิมจากรากเหง้ามาเป็นตัวกล่อมเกลา -ขับเคลื่อน

พื้นที่ความสุข...อยู่ในทุกที่ของชีวิต

ขอบพระคุณครับ

 

สวัสดี Happy Ba ค่ะอาจารย์ :)

"...คนโตชอบฟัง และถามทัก รวมถึงสนทนายืดยาว -
ส่วนเจ้านักเลงลุกทุ่ง  มักเก็บอาการด้วยการนั่งฟังและนอนฟังอย่างเงียบๆ
แถมซ่อนรอยยิ้มเล็กๆ ไว้ที่ดวงตาของเขาเอง"

แปลกนะคะ เด็กๆมักชอบฟังเรื่องราวเก่าๆ

หลานสาวสองคน ชอบมานั่งให้ป้าเล่าเรื่องราวเก่าๆให้ฟังเช่นกันค่ะ

หลานคนเล็กชอบสนทนา ทักถามข้ามคืนข้ามวัน :))

ตั้งแต่เรียนอนุบาล จนจบมัธยมก็ยังนั่งฟังได้อย่างยาวนานเป็นชั่วโมง

มีความสุขทุกครั้งทั้งคนเล่า คนฟัง :)

ขอบคุณเรื่องเล่าบนพื้นที่แห่งความสุข...

ทุกๆร่องรอยกระแสธารแห่งกาลเวลานะคะ

 

จะคลิกจัดเก็บ ก็สะดุดข้อคิดอีกหนึ่งชุด...

"...การบำบัดเยียวยา เสริมพลังชีวิตตัวเอง
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจับทุนเดิมจากรากเหง้ามาเป็นตัวกล่อมเกลา -ขับเคลื่อน"

ไม่น่าเชื่อว่า ที่สุด...

ชุดคำตอบสุดท้าย(สำหรับตนเอง)

จะกลายเป็น... บ้าน ที่กลายเป็นต้นทุนสำคัญยิ่งที่จะพาเราขับเคลื่อน

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

   (หนองน้ำหน้าบ้าน ตำนานให้เล่าขานสืบสานความสุขอีกหนึ่ง)

                  

             

 

คลองและคันนาที่ต้นไม้ปักหลักอยู่นี้(แต่เดิมสูงมาก)คือหนทางที่ป้า...พาจักรยานตีลังกาลงในชุดเรียน :)

เวลามีกิจกรรมที่โรงเรียน จนต้องกลับค่ำมืด มิอาจเห็นรอยเชื่อมด้วยไม้กระดานบนคันแทนานั้น :))

 

     

เอ้า... เปลือยความสุข ซะยาวเลยนิ :))

 

ตอนเด็ก ๆ พ่อกับแม่เคยส่งเราไปอยู่บ้านนอกที่ขอนแก่น เวลาปิดเทอม แต่พ่อกับแม่ไมได้ไปด้วยจำได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก มันเก็บไว้ในความทรงจำ แม้จะจำเนื้อหาเรื่องราวไม่ได้อย่างละเอียด แต่ว่าแม้แต่บัดนี้มันยังไหลรินอยู่เงียบ เวลานึกถึงช่วงนั้น ก็เลยเชื่อว่า เมื่อลูกของคุณโตขึ้น เขาจะมีความทรงจำที่ดี ความทรงจำที่เป็นความสุข นึกถึงแล้วอมยิ้ม เป็นน้ำหล่อเลี้ยงเขาอยู่ได้เช่นกัน ดีใจกับลูกของคุณด้วยนะคะ ที่ได้มีโอกาสดีดีเช่นนี้ เพราะเชื่อว่า เด็กอีกมากมายไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้

ดีครับพี่นัส

การเขียนยากที่จะสรรหามาเขียน แต่วันนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยากกว่าการเขียนที่เราเฝ้าฝันอยากจะมี มันคือการคิด ความคิดเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งกว่าการเขียนที่เรามองว่ายากอีก

สวัสดีครับคุณแผ่นดิน

            เรื่องราวที่ได้แรง ( บันดาลใจ ) และกระตุ้นต่อม ( ความคิด ) เช่นนี้  ได้จากคุณแผ่นดินไม่เคยผิดหวังครับ  ได้รู้สึกไปพร้อม ๆ กับภาพที่ไหลกลับเข้ามาในความคิด    และอยากกลับไปทุกเมื่อเชื่อวัน

ระลึกถึงอดีตตามไปด้วยกับเด็กๆค่ะ

สนุกตามประสา คนบ้านเรานะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี