ขอเขียนย้ำกับตนเอง เรื่องความทุกข์จากความต้องการเจ้าค่ะ
เห็นพี่ที่ทำงานแล้วเหมือนท่านมาสอนทำให้ใจหนูรู้สึก “หวาดกลัว”
เป็นภาวะที่ย้ำกับตนเองว่า “ดี”
แต่อย่าเผลอ เพราะยังเป็นปุถุชนอยู่ ยังมีโอกาสพลาดได้ พลาดมาก็ยังลงนรก
หนูถามตนเองทุกวันนี้
“โจทย์เรื่องมีคู่เพื่อบดบังความทุกข์ในใจ หนูห่างออกจากเรื่องราวเหล่านี้มายืน ณ จุด ๆ นี้ได้อย่างไร”
กล้าพูดอย่างเต็มปากว่า ถ้าวันนั้นไม่ได้ครู หนูก็คงเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวโป้ ๆ ชอบโชว์วับ ๆ แวม ๆ ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีอะไรให้โชว์ แล้วก็ทำหน้าว่า
“ฉันนี่แหละสวย แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความเศร้า เหงาและอิจฉา”
เพราะความช่วยเหลือของครู ที่ค่อย ๆ พาเที่ยว พาเรียนรู้ตนเอง พาให้ออกจากความทุกข์ พาให้เผชิญทุกข์
หันมองความจริงว่า จริง ๆ แล้ว หนูไม่ได้รักใคร และที่คิดว่าดูแลคนอื่นนั้นไม่ใช่ หนูกำลังทำร้าย
ตอนแรกไม่รู้หลัง ๆ หันเข้าไปเห็น จนกิเลสกรีดร้อง เหมือนโดนผ่าตัดใหญ่
แล้วค่อย ๆ ยอมรับ แล้วค่อย ๆ เอามันออก บางทีมันออกไปตอนไหน หายไปตอนไหนก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าแปลก ๆ ไป เป็นเบา ๆ
แต่บางทีหนักเข้าไปอีกในความซับซ้อนของจิตหนู แค่เปลี่ยนจากคนอื่นมาเป็นครู แล้วก็เป็นกิเลสตัวเดียวกัน
แต่ครูก็อดทน ให้หนูค่อย ๆ ได้แก้ไข เรียนรู้กับตนเองเพื่อที่จะละความชั่วออกจากใจจริง ๆ
แค่คิดว่าที่ผ่านมาไม่เชื่อครู
“หนูคงตกนรกทั้งที่มีลมหายใจ”
จนทุกวันนี้หนูรู้แล้วว่า “ครูนี่แหละ จะพาหนูก้าวข้ามความทุกข์ พาหนูชำระสิ่งสกปรกออกจากใจ”
อาการหนูก็เลยคล้าย กอดครูไว้เสียแน่น ใครว่าอย่างไรก็ขอทำอย่างนี้ไปก่อน
ปัญญาไม่เกิดแต่ขอก้าวเดินแบบมีครู ก้าวเดินแบบที่มีผู้นำหน้า
หนูรู้ค่ะว่า “ครูเหนื่อย”
ครูช่วยหนูมามากทั้ง ๆ ที่หนูก็ไม่ต่างจาก วัวน้อย ของหลวงปู่สรวงที่ พอเผลอก็ยังขวิดท่าน ขวิดเสร็จก็มาชะโงกดูว่า
“ท่านเป็นอะไรไหม อย่างเป็นห่วง” (ทีตอนทำมันไม่คิด) เวลาโง่เป็นแบบนี้จริง ๆค่ะ
ทุกวันนี้หนูหลอกตนเองน้อยลง พลาดก็ยอมรับไม่โกหก รู้แล้วก็ลุยแก้ไขอย่างวันนี้ที่พลาดเรื่องการจัดการกับเด็ก ๆ
หนูปลอบใจตนเอง ยังไงก็ก้าวไปนะ
พระคุณครูมีล้นพ้น เห็นไหมเจ้าค่ะ
ใจว้าวุ่นกับการแก้ไขปัญหาไม่ออก แต่เพียงตั้งใจ นั่งลงเย็บผ้าถวายครูปัญญาก็มาทันที
นี่คงเป็นอานิสงส์ที่ใจน้อมบูชาครู
พระคุณครูไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณอย่างแท้จริง