วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมาที่บ้าน จัดแจงเก็บของ รีดผ้าที่ซักเรียบร้อยเมื่อวาน แล้วก็นั่งเขียนบันทึกที่ล้าช้าศีลข้อ 4 และข้อ 1 บกพร่อง ใจก็นึกทบทวนถึงภาพต่าง ๆที่ครูและพี่ ๆนำขึ้นใน Line หนูรู้สึกว่า ทุกท่านเบิกบานมีความสุข แต่ลึกลงไปในใจหนูรู้สึกว่าครูใช้พลังงานมากเจ้าค่ะ และก็เมตตาผู้คนอย่างไม่มีประมาณ เสร็จเรียบร้อย หนูออกมาทำงาน วันนี้เร่งรีบเดินเอกสารเงินกู้ สรุปแล้วได้น้อยกว่าที่ตั้งใจ วูบสงสารพี่สาวที่รอคอยยอดเงินเจ้าค่ะ เห็นข้อบกพร่องที่หนูไม่ทำซีเลื่อนขั้นเลื่อนระดับ ทั้งๆที่เป็นช่องทางหนึ่งที่เพิ่มรายได้ให้ครอบตัวแล้วก็ย้ำกับตนเองได้แล้วล่าช้ามาเป็นปี ยังไงซะก็คือ ปัจจัยที่จะจุนเจือครอบครัวและได้ทำบุญ ตอนแรกหนูยังคิดหาทางออกเรื่องหนังสือสรุปงานไม่ได้เจ้าค่ะ พอเขียนจดหมายถึงครูงานจึงทะลักออกมาจากความบีบคั้นข้างใน ระลึกถึงผู้อ่านหนูปล่อยพิษอีกแล้ว มาได้ทางออกตอนกลับมาบ้านตอนเที่ยงใจว้าวุ่น จึงนั่งลงตัดผ้าเย็บผ้าคลุมหมอนถวายครู การจดจ่อกับการทำงานถวายครูทำให้หนูมีจิตจดจ่อ ปิ้งกับตนเองขึ้นมาว่า หนังสือไม่ได้มีแค่เป็นกระดาษ หนูสามารถทำในรูปแบบ pdf ส่งให้ทุกคนก่อน แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็เป็นทางออกที่ดี และพี่ ๆ ก็เห็นดีด้วย เพราะหากทำหนังสืออกมาแล้วแก้ไขได้ยาก แต่ถ้าเป็น pdf ก็เหมือนมีคนช่วย ตรวจพิสูจน์งานเพิ่มขึ้นด้วย ยอมรับข้อบกพร่องแล้วแก้ไข เพราะครูช่วยชีวิตไว้จริง ๆ เจ้าค่ะที่ให้ปัญญาในการแก้ไขปัญหากับหนู แม้จะเหนื่อยหน่อย แต่ก็เป็นอะไรที่ ”ใช่เลยเจ้าค่ะ” กับทางออกที่นุ่มนวลสมเหตุสมผล
ทำงานถวายครูเสร็จเก็บข้าวของแล้วก็มาที่ทำงาน เจอระลอกสอง ทราบข่าวพี่ที่ทำงานไล่เลี่ยกันกับหนูที่ท่านพึ่งแต่งงานใหม่แบบเงียบ ๆ ท่านเลี้ยงขนมจีนทั้งที่ทำงานวันนี้เจ้าค่ะ พึ่งทราบว่า “ท่านท้อง”
ใจหนูรู้สึกสะเทือน ตั้งแต่การแต่งงานครั้งที่สองของท่านแล้วเจ้าค่ะครู ยิ่งหลังวันแต่งงานสองอาทิตย์ท่านแจ้งข่าวว่าท้อง หนูยอมรับว่า “สะอึก”
หนูเห็นภาพสะท้อนกับตนเองถึงกงเกวียนกรรมเกวียนอะไรบางอย่างที่ท่านทำไว้กับแม่สามีเก่า แต่ก็เป็นเพียงการปรุงแต่งในหนูเอง แล้วก็กลับมาย้อนกับตนเองว่า
“ถ้าหนูไม่เจอครู ไม่รู้จักเพียรอดทน ภาวนา หนูก็จะเจอแบบนี้”
เจ็บเพราะความต้องการ ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ซ้ำแล้วซ้ำอีก แก้ไขปัญหาแบบใช้สมอง ยิ่งแก้ยิ่งซับซ้อน ยิ่งเต็มไปด้วยข้อสงสัย ยิ่งอยากให้ชีวิต ออกมาดูดี สมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ สุดท้ายเรานี่เองกลับมาติดกับดักของตนเอง
หนูถามตนเองว่า “ยังมีไหมความอยากดูดี ลึก ๆ เข้าไปมันก็มีเจ้าค่ะครู แต่ก็บางลง”
นึกย้อนถึงตอนที่ครูบอกให้หนูเห็นว่า
“หนูพอๆกับน้องทุ่ง หนูแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะเรียนมาก็สูง ส่วนน้องร่างกายเขาต้องรับยารักษาอาการทางประสาทตั้งแต่เด็กเลยทำให้พัฒนาการช้า”
ลึกๆก็รู้สึกเจ็บๆเจ้าค่ะ แต่ก็ยอมรับว่าจริง “บางทีก็มีอาการแบบเอ๋อ พอกัน”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนถูกคำพูดแบบนี้กระทบเข้าหนูคงทุกข์มากแบบยอมรับไม่ได้ แต่ครานี้ ดูเหมือนกับยอมรับว่า บางขณะมีอาการ เอ๋อ จริง ๆ เจ้าค่ะ กับบทเรียนนี้ที่พี่ที่ทำงาน เรื่องจริงลึกๆเป็นอย่างไร ก็ดูเหมือนหนูไม่ปรารถนารู้ แต่มานึกย้อนกับตนเองถ้าไม่ภาวนา หนูก็คงเป็นอีกคนหนึ่ง ที่วิ่งวุ่นในวังวนของการต้องการครอบครองใครสักคนมาเป็นคู่เพื่อหลอกตนเอง บดบังความทุกข์ความเหงาไปวันๆ แล้วก็หลอกตนเองว่า ฉันนี่แหละเริ่ด
นึกย้อนมาตรงนี้ก็ได้เข้าใจว่า “หนูเปลี่ยนไปขนาดไหนกับ ติ๋วคนเก่า”
ระหว่างทางก็จะโทรสอบถามอาจารย์เอ๋เรื่อย ๆ ว่าถึงไหนแล้วเจ้าค่ะ พอน้องภัสโทรมาจึงประสานให้ไปรับกุญแจกับน้องทุ่ง สักพักน้องภัสก็โทรมาบอกว่า “วันนี้น้องกิ่งกับน้องตาลจะมานอนวัด” พอมาถึงวัดส่ง SMS บอกครู เข้ามาข้างใน หนูไม่ได้ใคร่ครวญอะไรเจ้าค่ะพอได้เวลาทำวัตรกำลังเดินออกมา สอบถามน้อง ๆ ว่ายังไม่ได้บอกแม่ครู จึงส่ง SMS แจ้งครู ครานี้ครูโทรกลับมา หนูเริ่มรู้สึกว่า
“ครูส่งสัญญาณให้แก้ไข จึงทบทวนกับตนเองใหม่เลยส่ง SMS ไปขอโอกาสครูไปส่งเด็ก ๆกลับบ้าน”
ด้วยความไม่รู้จักการพิจารณาให้รอบครอบของหนู ทำให้ครูเหนื่อยเพิ่ม เป็นสิ่งที่หนูไม่ปรารถนา รู้ว่าทำผิดจึงขอโอกาสแก้ไขเจ้าค่ะ จึงแวะไปส่งเด็ก ๆกับผู้ปกครอง แจ้งว่า
“วันนี้แม่ครูไม่ได้เข้ามาไม่ค่อยสะดวก ไว้วันที่แม่ครูมาก่อนแล้วค่อยเข้ามา”
ซึ่งแต่ละคนก็รับทราบ รู้สึกเสียใจค่ะ แต่ยอมรับและพยายามแก้ไข หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน ได้เห็นข้อบกพร่องของตนเอง แต่ก็จะพยายามเจ้าค่ะ เส้นทางนี้หนูก้าวห่างจากความทุกข์มาได้ก็เพราะเชื่อครู และจะพยายามทำให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ
กลับเข้ามาทำวัตรเย็นเสร็จแล้วก็เข้ามารอในกุฏิ พออาจารย์เอ๋มาถึงจึงชาวน้องภัสออกมารับ พอเห็นพระอาจารย์เดินจากห้องพักไปทางประตูศาลา 4 ซึ่งพี่สันทัตก็เดินไปหนูน้องภัสและอาจารย์เอ๋ก็เข้ามาสำนักแม่ชี้ น้องภัสช่วยอาจารย์กางกลด แล้วก็สอบถามกันอยู่ สักพักครูโทรมาสอบถามเรื่องที่พักของพี่สันทัต หนูตกใจพอทราบว่า
“ท่านไม่เจอกับพระอาจารย์”
รู้สึกว่า หนูพลาดจึงรบกวนอาจารย์เอ๋ช่วยติดต่อพี่เขา แต่ก็ไม่มีการตอบรับ สักพักโทรไปอีก ทราบว่า เจอกับพระอาจารย์แล้ว และท่านพักที่ศาลา 3 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หนูยังต้องเรียนรู้เรื่องความเอาใจใส่มากกว่านี้เจ้าค่ะ
พอทุกอย่างเรียบร้อยจึงเข้ามานั่งขียนบันทึกถึงครูเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ