การแจกกริยา ปัจจุบันกาล จากธาตุหมวดที่ 1 (ต่อ)
ในบทที่ 3 เรากล่าวถึงการสร้างกริยาจากธาตุเป็นเค้า จากเค้าเป็นกริยาสมบูรณ์ (finite verb) แต่การสร้างกริยาเป็นเค้านั้นแม้จะมีขั้นตอนสั้นๆ แต่มีเงื่อนไขมาก กล่าวคือ ธาตุที่ประสมด้วยสระอื่น ธาตุที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นและสะกดด้วยพยัญชนะตัวเดียว ธาตุที่ลงท้ายด้วยสระ และธาตุที่มีการสร้างเค้าด้วยวิธีพิเศษ (irregular verb) จะมีความขั้นตอนเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
1. ธาตุที่ลงท้ายด้วยสระอื่น (นอกเหนือจากสระอะ ที่เราเรียนมาแล้ว)
ธาตุเหล่านี้จะต้องทำคุณเช่นเดียวกับธาตุที่เรียนมาแล้ว แต่ทำคุณแล้ว จะได้สระที่ไม่เหมือนเดิม (ไม่เหมือนกันกริยาในบทที่ 3 เช่น √นมฺ ทำคุณแล้ว ก็ได้ นมฺ เหมือนเดิม เพราะ สระอะ ขั้นคุณก็คือ อะ) จะยกตัวอย่างกริยาที่ไม่ใช่สระ ดังนี้
√ภู > โภ
√นี > เน
√ชิ > เช
√ทฺรุ > โทฺร (เขียน ทฺโร ก็ได้)
√สฺมฺฤ > สฺมรฺ
√จิตฺ > เจตฺ
√พุธฺ > โพธฺ
√วฺฤษฺ > วรฺษฺ
ขั้นตอนต่อไป ก็คือ เติมปัจจัย อะ ตามมา ก็ได้ขั้นตอนดังนี้
ภู > โภ + อะ = …. อ้าว ยังทำไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เรียนสนธิตรงนั้น
งั้นพักตรงนี้ ไปเรียนสนธิตรงนี้กันก่อน...
2. การสนธิ ระหว่าง สระเดี่ยวข้างหน้า และมี อะ ตามมา มีหลักดังนี้
1) เอ + อะ = อย (ยุบ เอ และ อ มาเป็น อย เลย)
2) โอ + อะ = อว
3) อรฺ + อะ = อร
แบบฝึกหัดทำสนธิ
1. นคเร อคตา
2. โภ อศฺวาสฺ
3. ปาเร อจลา
4. นาโค อารณฺยกสฺ
เอาล่ะ ทีนี้ เราก็ย้อนไปที่สนธิตรงนั้นกัน
√ภู > โภ + อะ = ภว เป็นเค้ากริยา, จากนั้นก็เติมปัจจัยบอกบุรุษ เช่น + ติ ก็ได้ ภวติ (เขาเป็น/อยู่/คือ)
√นี > เน + อะ = นย, จากนั้นเติมปัจจัยบอกบุรุษ เช่น นยติ
√สฺมฺฤ > สฺมรฺ + อะ = สฺมร, จากนั้นก็เติมปัจจัยบอกบุรุษ เช่น สฺมรามิ (ตามเกณฑ์เดิม บุรุษที่ 1 ให้ยืดอะที่เค้าเป็นอาก่อนเติม มิ วสฺ มสฺ)
3. ธาตุบางตัวเมื่อทำเป็นเค้า ให้เปลี่ยนเป็นรูปสำเร็จเลย (ไม่ต้องเติมปัจจัย อะ ของหมวดธาตุอีกแล้ว) พวกนี้ต้องจำ และน่าจะจำได้ เพราะใช้บ่อย (ทำนอง go went gone ในภาษาอังกฤษน่ะ) มีธาตุอะไรบ้าง ดูข้างล่างครับ
√คมฺ เมื่อเป็นเค้า ใช้ คจฺฉ เติมปัจจัยบอกบุรุษ เป็น คจฺฉติ คจฺฉสิ คจฺฉามิ ฯลฯ
√ยมฺ ใช ยจฺฉ เติมปัจจัยบอกบุรุษ เป็น ยจฺฉติ ยจฺฉสิ ยจฺฉามิ ฯลฯ
4. ธาตุที่ลงท้ายด้วยสระอา จะสร้างเค้าด้วยวิธีพิเศษ แต่อธิบายตรงนี้จะวุ่นวาย (คงจะเล่าอีกสัก 10-20 บท) ให้ใช้รูปสำเร็จไปก่อน ดังนี้
√ปา > ปิพ เติมปัจจัยบอกบุรุษ ได้รูปกริยาเป็น ปิพติ, ปิพสิ ปิพามิ
√สฺถา > ติษฺฐ เติมปัจจัยบอกบุรุษ ได้รูปกริยาเป็น ติษฺฐติ ติษฺฐสิ ติษฺฐามิ
√ฆฺรา > ชิฆฺร เติมปัจจัยบอกบุรุษ ได้รูปกริยาเป็น ชิฆฺรติ ชิฆฺรสิ ชิฆฺรามิ
ดูเหมือนจะเยอะ แต่ไม่เยอะ
ศัพท์
มาดูธาตุหมวด 1 ในบทนี้ครับ
√คมฺ ไป
√ชิ ชนะ
√ทฺรุ วิ่ง
√นี นำไป, นำทาง
√ฆฺรา ดม
√ปา ดื่ม
√พุธฺ ตื่น
√ภู เป็น, อยู่, คือ
√ยมฺ ให้
√วฺฤษฺ โปรย, โปรยฝน
√สฺมฺฤ จำ, นึกถึง
√สฺถา ยืน, ตั้ง
แบบฝึกหัดสร้างกริยา
1. สร้างเค้ากริยาทุกตัว และแจกรูปกริยาตามบุรุษในวงเล็บ (บุรุษที่, พจน์)
(ตรวจสอบก่อนว่า ธาตุัตัวไหนใช้วิธีปกติ ธาตุตัวไหนใช้เค้ากริยาสำเร็จ)
เช่น √คมฺ (ป2, เอก.) = คม, คมสิ
1) √คมฺ (ป1, เอก.)
2) √ยมฺ (ป3, พหุ.)
3) √ปา (ป1, ทวิ.)
4) √ชิ (ป2, พหุ.)
5) √วฺฤษฺ (ป3, ทวิ.)
6) √สฺถา (ป1, พหุ.)
7) √ภู (ป3, เอก.)
8) √สฺมฺฤ (ป2, เอก.)
9) √ทฺรุ (ป3, พหุ.)
10) √นี (ป1, เอก.)
11) √ฆฺรา (ป3, เอก.)
สนธิตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจคะ ลองส่งสองข้อก่อน
แบบฝึกหัดทำสนธิ
นคเร อคตา = นครยคตา
โภ อศฺวาสฺ = ภวศฺวาสฺ
ถูกไหมคะ
ถูกครับ
ปาเร อจลา = ปารยจลา
นาโค อารณฺยกสฺ = นาควรณฺยกสฺ
ขอบคุณครับ อาจารย์
เอื้องแซะ
พอดีช่วงนี้มีเวลา ก็เลยเขียนบ่อยหน่อยครับ
นักเรียนก็ขยัน ก็เลยมีกำลังใจสอน ;)
นักเรียนบ้าพลังคะ .. ฮ่าๆ
1) √คมฺ (ป1, เอก.) = คม - คมามิ ( ฉันไป )
ข้ามมาส่งข้อสามก่อนนะคะ ข้อสองกลัวผิด อิอิ
3) √ปา (ป1, ทวิ.) ปิพฺ - ปิพาวสฺ (เราทั้งสองคนดื่ม)
ประมาณนี้หรือเปล่าคะ
ข้อหนึ่ง คจฺฉามิ คะ หนูลืมไป
ปาเร อจลา = ปารยจลา. ถูกแล้ว
นาโค อารณฺยกสฺ = นาควรณฺยกสฺ, อันนี้หลอกให้คิด แต่ยังไม่ได้สอน ;)
คำตอบคือ นาคารณฺยกะ. (โค ตามด้วย อ เป็น คว, ตามด้วย อา เป็น ควา)
สฺ ท้ายให้ระวัง ลืมทุกที
√คมฺ ตอบผิด
√ปา. ตอบถูก
กลับไปอ่านบทเรียนอีกรอบ
ต่อไปนี้ จะต้องละเอียดมากขึ้น อ่านปั๊บแล้วตอบไม่ได้ ต้องค่อยๆ คิด
และไม่แนะนำให้อ่านจากหน้าจอ ควรพรินต์ลงกระดาษ
เพราะอ่านจากหน้าจอ อาจจะอ่านได้ไม่ครบถ้วน
อ้าว ให้ผิดไปแล้ว... แก้เป็นถูกก็ได้...
1) √คมฺ (ป1, เอก.) = คจฺฉ - คจฺฉามิ ( ฉันไป )
2) √ยมฺ (ป3, พหุ.) = ยจฺฉ - ยจฺฉนฺติ (เขาทั้งหลายให้)
3) √ปา (ป1, ทวิ.) = ปิพฺ - ปิพาวสฺ (เราทั้งสองคนดื่ม)
4) √ชิ (ป2, พหุ.) = เช - ชย - ชยถ ( ท่านทั้งหลายชนะ )
5) √วฺฤษฺ (ป3, ทวิ.) = วรฺษฺ - วรฺษ - วรฺษตสฺ (เขาทั้งสองโปรย)
6) √สฺถา (ป1, พหุ.) = ติษฐ - ติษฐามสฺ ( เราทั้งหมดยืน )
7) √ภู (ป3, เอก.) = โภ - ภว - ภวติ ( เขาเป็น )
8) √สฺมฺฤ (ป2, เอก.) = สฺมรฺ - สฺมร - สฺมรสิ ( ท่านนึกถึง )
9) √ทฺรุ (ป3, พหุ.) = ทฺโร - ทฺรว - ทฺรวนฺติ (เขาทั้งหลายวิ่งไป )
10) √นี (ป1, เอก.) = เน - นย - นยามิ (ฉันนำทาง )
11) √ฆฺรา (ป3, เอก.) = ชิฆฺร - ชิฆฺรติ (เขาดม)
แหะๆ เสียวจัง ^_^
**สฺ ท้ายให้ระวัง ลืมทุกที**
1) √คมฺ (ป1, เอก.) = คจฺฉ - คจฺฉามิ ( ฉันไป ) (ต่อไปนี้ เราก็แปล พุทฺธํ ศรณํ คจฺฉามิ ได้แล้ว)
2) √ยมฺ (ป3, พหุ.) = ยจฺฉ - ยจฺฉนฺติ (เขาทั้งหลายให้)
3) √ปา (ป1, ทวิ.) = ปิพฺ - ปิพาวสฺ ปิพาวะ (เราทั้งสองคนดื่ม)
4) √ชิ (ป2, พหุ.) = เช - ชย - ชยถ ( ท่านทั้งหลายชนะ )
5) √วฺฤษฺ (ป3, ทวิ.) = วรฺษฺ - วรฺษ - วรฺษตสฺ วรฺษตะ (เขาทั้งสองโปรย)
6) √สฺถา (ป1, พหุ.) = ติษฐ ติษฺฐ- ติษฐามสฺ ติษฺฐามะ (เราทั้งหมดยืน)
7) √ภู (ป3, เอก.) = โภ - ภว - ภวติ (เขาเป็น)
8) √สฺมฺฤ (ป2, เอก.) = สฺมรฺ - สฺมร - สฺมรสิ ( ท่านนึกถึง )
9) √ทฺรุ (ป3, พหุ.) = ทฺโร - ทฺรว - ทฺรวนฺติ (เขาทั้งหลายวิ่งไป )
10) √นี (ป1, เอก.) = เน - นย - นยามิ (ฉันนำทาง )
11) √ฆฺรา (ป3, เอก.) = ชิฆฺร - ชิฆฺรติ (เขาดม)
จริงๆ ก็ถูกหมด แต่ผิดเล็กๆ น้อยๆ ตรงจุดข้างใต้
กับ สฺ เปลี่ยนเป็น นะ เสมอ เมื่ออยู่ท้ายประโยค และหน้าพยัญชนะบางตัว
ต่อไปนี้สนธิจะมีหลากหลาย นักเรียนต้องมีตาสับปะรดมากขึ้น
เป็นการมองหลายมิติ หลายมุม เหมือนเล่นหมากรุกเลย อิๆๆ
และจะยุ่งยากมากขึ้นเมื่อต้องแปลสันสกฤตเป็นไทยครับ
ระหว่างนี้ให้ฝึกเขียนสันสกฤต แ้ล้วส่งมาดู เหมือนเคยนะครับ
ตอนนี้เริ่มสนุกมากขึ้น เพราะเริ่มเจอศัพท์บางตัวที่เคยพบเห็นมาบ้างแล้ว เลยรู้ว่าอ๋อ .. มันอย่างนี้นี่เอง
สันสกฤตเป็นภาษาที่มีความละเอียด และซับซ้อน ทุกอย่างแลดูเป็นขั้นเป็นตอนคล้ายกับระบบคณิตศาสตร์อะไรอย่างนี้เลยนะคะอาจารย์
อาจารย์ทราบไหมคะว่าทำไมเขาถึงคิดอะไรขึ้นมาให้มันซับซ้อนขนาดนี้ กับระบบไวยากรณ์
แล้วถ้าต่อไปหนูจะหาธาตุมาแปลเอง จะหายังไงอะคะ ในดิกชันนารีออนไลมันจะแยก หรือแสดงคำพวกนี้ไว้อย่างไร
หนูจะจดเรื่องธาตุที่อาจารย์ให้มาลงกระดาษ พร้อมเรียงเรื่องสนธิไปตามลำดับ เหมือนที่อาจารย์แทรกไว้ตามบทเรียนต่างๆ หรือหนูควรจะจด สนธิรวมกันไว้ในแผ่นเดียวเลยดีคะ เรียนกับอาจารย์ดีและง่ายกว่าในหนังสือเยอะเลย อิอิ
ไวยากรณ์ภาษาสันสกฤตมีกติกามาก (เช่นเดียวกับภาษาอื่นๆ เช่น กรีก ละติน ฮิตไทต์ โตคาเรียน ฯลฯ) เข้าใจว่าเป็นเพราะมีการใช้อย่างกว้างขวาง และยาวนาน จึงสะสมเนื้อหาไว้มาก สันสกฤตมีธาตุประมาณสองพันตัว(พบทั่วไปราว 800) แต่นำมาสร้างคำได้ไม่รู้จบ การใช้งานที่กว้างขวางและยาวนาน น่าจะมีส่วนให้เกิดระบบที่ชัดเจนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จากภาษา เราอาจย้อนไปหาอารยธรรมของเขาได้ว่าเป็นอย่างไร
ดูอย่างคัมภีร์ฤคเวท ก็ได้ ว่าเมื่อก่อนคริสต์กาล ภาษาร้อยกรองมีความงดงามแค่ไหน นั่นแหละว่ามีภูมิหลังที่เก่าย้อนลงไปอีกมาก... เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ควบคู่กับเรียนไวยากรณ์ จะไ้ด้เข้าใจที่มา ที่ไปมากขึ้น (เช่น วิทฺ เวท เวทฺย ไวทฺย เวทางฺค ฯลฯ แต่ละศัพท์บอกประวัติศาสตร์ได้)
จดไปตามบทเรียนก่อน แล้วแยกทำโน้ตเฉพาะเรื่องเอาไว้สั้นๆ ดีกว่า สนธิสระมีน้อย จริงๆ หน้าเดียวก็จบ แต่สนธิพยัญชนะมีเยอะครับ ;)
เห็นอาจารย์บอกว่าภาษากรีกก็มีบางอย่างคล้ายกับสันสกฤต
ถ้าอย่างนั้นมันน่าจะหมายความได้ว่าพวกอารยันเดิมที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่แถบเอเซียกลาง แถวๆทะเลสาบแคสเปียน รัสเซียโน้น อยู่รวมกันหลายกลุ่มก่อนจะอพยพไปเป็นกรีก โรมัน เซลต์ เยอรมัน อารยันอิหร่าน(เปอร์เซีย) และอินเดียปัจจุบัน งั้นภาษาพวกนี้ก็มาจากตระกูลเดียวกัน เลยมีพื้นฐานไวยากรณ์บางอย่างคล้ายกันเหรอคะ
พวกภาษากรีก ละตินอะไรอย่างนี้หนูไม่ค่อยรู้ แต่ที่เห็นได้ชัดเจนและใกล้ตัวมากคือ ภาษาอเวสตะ ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ นี่ใกล้เคียงพระเวทมากจริงๆ เผลอๆใช้พระเจ้าองค์เดียวกันอีก
โอ้ย .. มันคะ พอพูดเรื่องพวกนี้ เรียนกับอาจารย์นี่ได้ความรู้จริงๆ
ไม่ต้องหมายความครับ เป็นอย่างนั้นจริงๆ ;)
กลุ่มนี้เรียกว่า กลุ่มอินเดีย-ยุโรป แต่กลุ่มเดิมที่ยังเป็นก้อนเดียวกัน สมมุติชื่อว่า โปรโตอินเดีย-ยุโรป แบ่งคร่าวๆ เป็นสองพวก คือ พวก satem กับ centum (เอาคำว่า 100 มาเป็นตัวแบ่ง ทางอินเดียว่า ศต ทางยุโรปว่า centi ทำนองนั้น)
หากแบ่งละเอียด อินเดีย-ยุโรป ก็แบ่งเป็นหลายพวก สันสกฤตอยู่ในกลุ่มอินเดีย-อิหร่าน(เปอร์เซีย) อะเวสตะกับฤคเวท จึงคล้ายกันมากกก
ว่ากันว่า บทสวดหลายบทเทียบเคียงกันได้เลย แต่เปลี่ยนเสียงนิดหน่อย อย่างนี้หมายความว่าอะไร...
เขาว่ากริยาของกรีก มีการสร้างรูปคล้ายสันสกฤตมากครับ แต่ผมยังไม่ได้เรียนกรีกจริงๆ จังๆ เลยเล่าได้ไม่ถนัด แต่พอแนะได้นิดๆ หน่อยๆ
ภาษากรีก/ละตินนั้น หาเรียนได้ง่าย ในเว็บมีมากมาย หนังสือก็เยอะ เครื่องมือแบบโปรแกรมแจกรูปศัพท์อัตโนมัติ หรือบทหัดอ่านที่วิเคราะห์ไวยากรณ์ชนิดคำต่อคำก็มีครับ
สวัสดีครับ ด.ช.
ขจิต ฝอยทอง
นักเรียนใหม่ มาช้าด้วย อิๆๆ
นี่หมายความว่า ก็รวมภาษาเยอรมันเข้าไปด้วยเหรอค่ะอาจารย์ เรื่องรายละเอียดหนูไม่ค่อยจะทราบ รู้แต่ว่าฮิตเลอร์คิดว่าตัวเองก็เป็นอารยันเหมือนกัน มีเพื่อนเรียนภาษาเยอรมันแต่ก็ไม่ได้ไปสนใจถามว่าไวยากรณ์อะไรเป็นอย่างไร
หนูอยากจะทราบรายละเอียดคร่าวๆที่อาจารย์บอกว่าพวกอินเดีย-ยุโรป แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม อยากทราบว่ามีกลุ่มไหนบ้าง ชื่ออะไร แล้วปัจจุบันเป็นแถบประเทศอะไรทำนองนี้อะคะ ถ้าไม่รบกวนอาจารย์จนเกินไปนะค่ะ อิอิ