ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา... การได้เรียนรู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างจากการได้อ่าน แล้วเกิดความประทับใจในตัวตนของผู้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยเยาว์ที่ขลุกอยู่กับแม่ พ่อ น้อง พี่ ครอบครัว เครือญาติ และชุมชนที่ตัวเองอยู่อาศัย

เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาแล้วง่ายต่อการทำความเข้าใจในบริบทของชีวิตและสังคมรอบตัว บุคคลที่มีลมหายใจ...ถ่ายทอดเรื่องราว ดังลมหายใจ ได้ซาบซึ้งในทุก ๆ ตอนที่เขียน

ความตอนหนึ่ง ที่ได้อ่าน และเมื่อนึกถึงครั้งคราใดแล้ว.... เกิดความปิติเหมือนหนึ่งได้ซึมซับพลังรักแห่งจักรวาลนี้ไว้กับตัวเอง

“แม่กับผมเดินกลับบ้าน และปล่อยให้พ่อนั่งเฝ้าหนองน้ำต่อไปสักระยะหนึ่งตามความต้องการ

ขากลับผมเดินส่องไฟฉายให้แม่... ไม่รู้สึกง่วง ไม่หนาว และรู้สึกอุ่นใจที่ได้เดินเป็นเพื่อนแม่ในยามค่ำคืนเหน็บหนาวอย่างนี้”

และวันนี้ ฝันที่เคยวาดไว้ว่า...หากได้เห็น ได้พบ บุคคลที่เขียนเรื่องราวชีวิต ที่บรรจงถ่ายทอดไว้ให้สังคมได้รับรู้ถึงความหมายของคำว่า ครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อมรอบตัว และที่สำคัญที่สุด คือ พลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่ถ่ายทอดให้แก่กันในครอบครัวอย่างไม่รู้หมดรู้สิ้น

วันเวลาแห่งการรอคอย และความฝันที่เป็นจริง

การได้พบชีวิตและลมหายใจของอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เหตุเพราะความประหม่าในที....การแพนกล้องหาชายในฝัน : บุคคลต้นแบบ ที่นัดไว้ ณ สนามบิน จึงเป็นมุมที่สร้างอารมณ์ขันให้กับอาจารย์ และเกิดเป็นความรู้สึกประทับใจระหว่างกันในครั้งแรกที่ได้เจอ

อาจารย์มองดูติดดินเอามาก ๆ ทำให้ลดความประหม่าไปได้ อารมณ์และความรู้สึกคุ้นเคยดังญาติ จึงเข้ามาแทนที่…

การได้เดินเคียงข้างไปกับอาจารย์ แม้นจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็รู้สึกถึงพลังแห่งความรักและความเมตตาที่อาจารย์มีให้

การได้พบบุคคลต้นแบบของชีวิต ที่เราอยากลอกเลียนแบบ...ในการทำคุณงามความดีต่อสังคม

แม้นว่า..เราจะไม่สามารถทำได้เท่าหรือใกล้เคียง แต่อย่างน้อยใจของเราก็อิ่มเอมไปด้วยความรู้สึกนึกคิดที่ดี

เมื่อมีโอกาสได้ทำดีให้กับสังคม ชุมชน ประเทศชาติ ด้วยการทำดีเล็ก ๆ ตามกำลังความสามารถที่ตัวมี แม้นจะไม่ใหญ่โตหากแต่ว่า....มันใหญ่โตในความรู้สึกของเราเสมอ

เพราะห้วงคิดห้วงคำนึงของเรานั้น..... เราได้เดินตามบุคคลต้นแบบในใจเรา

ถือเป็นสิ่งมงคลในชีวิตประการหนึ่ง

ขอบพระคุณหนังสือทำมือที่อาจารย์มอบไว้ให้ขีดเขียนสิ่งดีงามในชีวิตครับ

ด้วยความเคารพรัก