คุณแสงแห่งความดีให้เกียรติผมมากจริงๆ อันที่จริงวันที่คุณแสงแห่งความดีกรุณาพาเจ้าหนูน้อยดวงใจไปที่โรงแรมเพื่อได้ทำความรู้จักกันและขออาสาพาไปหาข้าวกินหรือเข้าไปในตัวเมืองนั้น ผมเชื่อคุณแสงแห่งความดีเสียก็ดี เพราะคณะที่รอไปกินข้าวด้วยกันในตอนเย็นหลังจากแยกจากคุณแสงแห่งความดีแล้วก็รอกันให้พร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อไปด้วยกันนั้น พอไปกันเข้าจริงๆก็หลงทางจนหากันไม่เจอ ทั้งไม่เจอร้านอาหารที่จะไปเจอกัน และนึกไม่ออกว่าแต่ละกลุ่มพลัดกันไปอยู่ตรงไหน ที่สุด หลังจากหากันเป็นชั่วโมง ก็ต้องแยกย้ายต่างคนต่างหากินไปตามสะดวก แล้วก็หาทางกลับที่พักกันเอง
หลายท่านไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เจอกันง่ายนัก โดยเฉพาะท่านผู้เชี่ยวชาญที่มาเป็นประธานเปิดการประชุมในครั้งนั้น ก็เป็นพี่ที่เคารพและไม่ได้เจอกันเป็นสิบปี ว่าจะได้มีจังหวะช่วงกินข้าวนั่งสันถวะกันสักหน่อย ก็มีอันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาด ตอนนั้นเชื่อคุณแสงแห่งความดีซึ่งเป็นเจ้าถิ่นเสียก็ดี แต่ตอนนั้นเห็นเจ้าหนูดวงใจเธอยังแปลกที่และแปลกตากับผู้คนจนเกาะพ่อแจอยู่ ก็เลยไม่กล้ารบกวนคุณแสงแห่งความดีน่ะสิ อันที่จริงลองทำอย่างที่อาจารย์ ดร.ขจิตเคยทำ คือ โดดตีลังกา หรือคุกเข่าเดินเป็นช้างให้เธอขี่หลังสักหน่อยหนึ่ง ก็น่าจะผูกมิตรกันได้แล้วก็สามารถไปกินข้าวด้วยกัน