๘ กันยายน ๒๕๕๕ แม้จะสาย ใกล้เที่ยงแล้ว.. แต่ด้วยอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง...ส่งผลให้บรรยากาศกลางดงดอกสาบแมวที่สวน “ สามสัก “ ชายเขาลับงาแห่งเมืองชากังราว .. ครึ้ม .เย็นด้วยสายลมโบยโบก..เป็นระยะ...

        ท่ามกลางผืนสีม่วงครามของดอกสาบแมวแห่งนี้ ..มากมายด้วยแมงมุมปู(Flower Crab Spider) ได้ซ่อนตัวใต้ฐานกลีบดอก...รอผึ้งและผีเสื้อ ที่ถูกหลอนให้หลงระเริงในความงามและความหวาน .มาเป็นอาหารอันโอชะ..ด้วยความสงบ/อดทน..

                         

        

           ในที่สุด ก็มีผึ้งหลวงวัยฉกรรจ์..บินเข้ามาให้คมเขึ้ยวฝังแทรกซอกคอ .เป็นอาหารมื้อเที่ยง..เข้าจนได้


     


     แมงมุมชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (Thomisus Labefactus KARSCH ๑๘๘๑)..เป็นตัวห้ำ(Predator) ที่ช่วยในการกำจัดแมลงศัตรูพืชบางชนิดให้กับเกษตรกร เช่น แมลงวันทอง แมลงเม่า ตั๊กแตน ผีเสื้อหนอนมะนาว เพลี้ยกระโดด ฯ  สายพันธุ์ที่พบบริเวณ” เขาลับงา “ จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายแมงมุมปู สายพันธุ์จีน.....จุดที่แตกต่าง เห็นได้ชัดก็คือ กระดอง(ผมเรียกเอง เพื่อให้เข้าใจง่าย) ซึ่งอยู่ส่วนบนของลำตัว(Cephalothorex) ที่เรียกว่า “ Carapace” จะมีรูปร่างคล้ายกรวยก้นมนโค้ง มีจุดสีน้ำตาลปนเขียวแต่งแต้มเปรอะข้างลำตัวและมีรอยเปื้อนสีเขียวอ่อนคล้ายข้าวเม่า อยู่ด้านบนของท้อง(Opisthosoma) จำนวน ๖ จุด   


      ส่วนสายพันธุ์จีน ด้านบนลำตัว จะเป็นรูปตัววี(V) มีแถบปื้นสีน้ำตาลพาดสองฟากข้างลำตัว ด้านบนส่วนของท้อง จะมีสีเขียว..       


                               

                                   แมงมุมปูสายพันธุ์จีน


        เท่าที่ผมพบ แมงมุมปูชนิดนี้ เมื่อยังโตไม่เต็มที่ หากดูผิวเผิน จะคล้ายแมงมุมปูขาว(White Crab Spider: Thomisus Spectabilis) มาก ..เมื่อโตเต็มที่ ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ หลายเท่า..


       ฉะนั้น จึงเป็นความอาภัพของเพศผู้ ที่นอกจาก จะตัวเล็กกว่ามากแล้ว.. เวลาที่ตัวเมียอารมณ์เสีย..ตัวผู้อาจเป็นอาหารได้อร่อยอีกด้วย....เพราะฉะนั้น...อย่าไปยั่วให้คุณเธอ..อารมณ์เสียเป็นอันขาด ..เชียว.....


       

 แมงมุมปูเขตเขาลับงา พบว่า..จะวางไข่ ราวช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือประมาณปลายกันยายน-ตุลาคม และเจริญเติบโตเต็มวัย ราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ปีถัดไป ...แมงมุมปูวัยเด็ก-วัยรุ่นเหล่านี้ จึงเป็นประชากรที่ต้องพบพานกับอุปสรรค..การขาดแคลนอาหาร ในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง อย่างแสนสาหัส..


       เฮ้อ..ช่างแสนเวทนาแมงมุมปูวัยเด็กและสงสารผึ้งตัวนั้นจริงๆ.......พอๆ กับการสงสารตัวเอง สงสารอนาคตของลูกหลานไทย .. ที่ถูกภาครัฐ กำลังเพาะบ่มพฤติกรรม.รอแลกแจกแถม อย่างไม่เห็นคุณค่า...ถูกหลอนให้หลงใหลได้ปลื้มกับความสุข ความสบายภายใต้นโยบายประชานิยมที่ขาดความสมเหตุสมผลที่ดี ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น.มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง. จนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว..เพราะรายได้ของประเทศ ได้ถูกนำเอามาใช้เพื่อเอาอกเอาใจประชาชน ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง.. จนกระเป๋าของชาติฉีกขาดอย่างต่อเนื่องยาวนาน ..


     เมื่อไม่มีก็ต้องกู้ ..หนี้เก่าเมื่อปี ๒๕๕๔ จำนวน ๔.๒๘ ล้านล้านบาท  มาปีนี้ คงมีหนี้สะสมไม่น้อยกว่า ๕ ล้านล้านบาท.. ในขณะที่ทรัพยากรชาติ ก็ถูกล้าง ถูกผลาญ.. ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภาคครัวเรือน จาก ๘ หมื่นบาทเศษ เป็น ๑๓๖,๕๖๒ บาทต่อครัวเรือน ในเวลาเพียงไม่กี่ปี..


       คนไทย จึงไม่ต่างกับผึ้งที่ถูกหลอนให้หลงระเริงกับความหวานและความสวยงามของดอกสาบแมว .รอเวลาที่จะถึงกาลเสื่อมถอย..แตกดับ...


      ในขณะที่ลาว พม่า เวียตนาม.. ซุ่มซ่อนลับคมเขี้ยวทางปัญญาให้แก่พลเมือง ให้รู้จักตนเองและก้าวเท่าทันโลกอย่างมั่นคง..พร้อมที่จะแซงพี่ไทย ..ที่หลงระเริงความหวาน.จนจะเป็นโรคเบาหวาน..ได้อย่างไม่ยากเย็น...

                                   

                                                     สามสัก

                                              ๙ กันยายน ๒๕๕๕

 

 

๑.ที่มาของรูปแมงมุมปูสายพันธุ์จีน จาก 

http://www.flickr.com/photos/itchydogimages/7792569256/ 

๒.ข้อมูลหนี้สินภาคครัวเรือน จาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี ๒๕๕๔