ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะหนักสุดคือ 2 สัปดาห์มานี้ มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดทุกข์มากมาย    

          แต่แปลก  .....  ชลัญกลับรู้สึก เบาสบาย  ไม่มีทุกข์ กับเรื่องนี้เลย แม้แต่น้อย  เกิดอะไรขึ้นกับจิตนี่  จนทุกคนสงสัยว่าไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ  คำตอบคือไม่  .... แต่ชลัญ  ก็สงสัยเช่นกันว่าทำไม่ถึงตอบว่าไม่  ครั้งนี้ปัญหาใหญ่จริง จึงมานั่งทบทวนว่า เราไม่ทุกข์เพราะอะไร 

          เข้าใจแล้ว

          เรารู้เหตุแห่งทุกข์คือเจ้าตัวปัญหา นี่เอง  รู้ว่าปัญหาครั้งนี่ก่อเกิดจากอะไร  หากใจเราไม่ปรุงแต่ง   รู้เพียงนี่คือปัญหา ต่างคนต่างมีเหตุ  มีผล เป็นของตนเอง  เมื่อเรารู้เหตุ  แล้วไม่ต่อ ยอด  ต่อกิ่ง  ต่อก้าน  ต่อใบ  ผลแห่งเหตุคือทุกข์ก็จะไม่เกิดกับใจเรา  สรุปคือเราสงบสบาย ต่อให้เหตุนั้นร้ายเพียงใดก็คงทำอะไรใจเราไม่ได้  เพราะเราได้  ปิดประตูแห่งใจไม่มีสะพานแห่งการปรุงแต่ง น่าจะเป็นผลจากการได้อ่านบทความของหลายๆท่าน ใน GTK  ที่ทำให้เกิดกระบวนการคิด  ที่ตัดการเชื่อมต่อของสะพานการปรุงแต่ง ออกไปได้  เกิดปัญญาในการแก้ปัญหา ให้ตัวเอง  นั่นคือ  เรารู้เหตุแห่งทุกข์ ว่าทุกข์นั้นจะเกิดขึ้นมาก็ต่อเมื่อเราปรุงแต่ง  หากเราไม่ปรุงแต่งแล้ว  และมองเห็นสุขที่อยู่รอบๆตัวเรา เช่น ครอบครัวสุข   เพื่อร่วมงานสุข   อาชีพสุข   ใจสุข และอีก ......สุข ฯลฯ เราก็จะไม่ทุกข์ หรือมีก็เพียงเล็กน้อย  เท่านั้นเอง

              รู้เหตุแห่งทุกข์  รู้สุขรอบตัว  จึงเป็นอีกกระบวนการคิดที่จะไม่ทุกข์มาก  มีความสุขพอควรกับการดำเนินชีวิตกับสิ่งรอบๆตัว  ของคนเดินดินธรรมดาเช่นเรา     

            และอีกข้อคิดดีๆอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต http://article.96rangjai.com/

          ความทุกข์เหมือนความมืด ความสุขเหมือนความสว่าง อย่ารอให้ฟ้ามืดแล้วค่อยจุดความสว่างขึ้นในใจเรา ไม่รู้ว่าวันใดเราจะมืดบอด

 

           

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์