เมื่อกรอกแบบ DS-160 เสร็จสิ้นแล้ว เขาจะให้ใส่รูปภาพ ก็ไม่ยากครับ ผมให้ลูกสาวใช้กล้องดิจิตอล กดแชะเดียว แต่ตอนแต่งรูปนานหน่อย กว่าจะหาสูทที่หล่อๆ เหมาะกับผม ใส่แทนเสื้อต้นฉบับ ซึ่งเป็นเสื้อนอน ฮ่า ฮ่า

อ้อ...ภาพต้องมีขนาดความจุไม่เกินที่เขากำหนดนะครับ รูปภาพผมก็ความละเอียดมาก ความจุก็เกิน แต่ในเว็บที่กรอกแบบ DS-160 มีที่ให้ปรับลดขนาดภาพได้ ก็เลยเสร็จสิ้นกระบวนการกรอกแบบ DS-160 แต่ยังครับ ยังมีขั้นตอนการนัดหมายอีก

ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ มีงานด่วน


มาต่อขั้นตอนการนัดหมาย ผมต้องไปซื้อรหัสประจำตัว หรือ pin ที่ไปรษณีย์ ผมไปตอนเกือบบ่ายสี่โมง กะว่าคนน้อยหน่อย ซึ่งก็เดาถูกคนไม่มี ผมบอกพนักงานว่า ขอซื้อ pin พร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้

พนักงานมองหน้าผมงงๆ ผมเลยขยายความว่า ผมจะทำเรื่องขอวีซ่าอเมริกา


พนักงานพยักหน้า แล้วถามผมกลับว่า "จะขอยื่นทางโทรศัพท์หรือทางเว็บไซต์"

คราวนี้ผมงงบ้าง พนักงานเลยขยายความว่า ยื่นได้ 2 แบบ หากยื่นทางโทรศัพท์ก็ 20 เหรียญ ยื่นผ่านเว็บไซต์ 12 เหรียญ


ผมนึกขึ้นได้ว่า ผมกรอกแบบ DS-160 ทางเว็บไซต์แล้วนี่หว่า ก็เลยบอกยื่นผ่านเว็บไซต์


ขั้นตอนการซื้อรหัสประจำตัว หรือ pin ก็จบ โดยผมได้ใบเสร็จรับเงินมาหนึ่งใบ ก็แบบทั่วไปของไปรษณีย์นั่นแหละครับ มีชื่อผมเป็นภาษาอังกฤษตามพาสปอร์ต บอกจำนวนเงิน 384 บาท และมีรหัสเป็นตัวเลข 10 หลัก ซึ่งพนักงานบอกผมว่า รหัสนี้จะใช้ได้หลังจากเวลา 13.00 น. ของวันรุ่งขึ้น


แล้วบ่ายแก่ๆ วันถัดมา ผมก็เข้าเว็บไซต์เพื่อนัดหมาย เอาไว้เล่าพรุ่งนี้นะครับ